หลายปัญหากำลังเป็น มรสุมลูกใหญ่ ถาโถมกระหน่ำใส่ รัฐบาลแพทองธาร 1/2อย่างต่อเนื่อง!! ตอนนี้มี บิ๊กอ้วนภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ ..แพทองธาร ชินวัตร ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราว มาตั้งแต่วันที่ 1 .. จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด

เรียกว่า บิ๊กอ้วน มีอำนาจแบบเต็มไม้เต็มมือ ดูแลด้านความมั่นคง ทั้งกระทรวงกลาโหม ต่างประเทศ มหาดไทย และ ยุติธรรม กำลังเดินหน้าลุยนโยบายเร่งด่วน ปราบปรามยาเสพติด ให้เห็นผลภายใน 3 เดือน แต่จู่ ๆ มีอีกปัญหาสั่นสะเทือนวงการพระพุทธศาสนาไม่เคยกิดขึ้นมาก่อน โผล่ขึ้นมาชนิดไม่ทันให้ตั้งตัว ทั้งที่รัฐบาลกำลังเร่งสะสางเรื่อง คลิปเสียงนายกฯ แพทองธาร, ปมร้อนพิพาทไทยกัมพูชา และ ภาษีทรัมป์

ปลายเดือน พ.ค. 68 เพิ่งจะเกิดเรื่องราว “พระสีกาบาคารา” คดีความสัมพันธ์สวาท ทิดแย้มอดีตพระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม กิตฺตินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง อ.สาม พราน จ.นครปฐม และอดีตเจ้าคณะภาค 14 กับ “สีกาเก็น” สาวสวยวัย 28 ปี ร่วมกันยักยอกเงินวัดกว่า 800 ล้านบาท ไปเล่นพนันออนไลน์ “ร...” กองปราบฯ ต้องแฝงตัวเป็นสายลับนานถึง 8 เดือนกว่าจะได้หลักฐานเด็ดมาเปิดโปงสำเร็จ ยิ่งกว่าบทภาพยนตร์ซีรีส์ เรื่อง สาธุ ตีแผ่ พุทธพาณิชย์ แบบถึงแก่น ใช้ วัดพระวัตถุมงคล มาหากินกับความเชื่อศรัทธาของชาวบ้านให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง

ผ่านพ้นไปเพียงเดือนเศษใครจะไปเชื่อจะมาเกิดเหตุ “นารีพิฆาต” สั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งประวัติศาสตร์ กลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าคดีวัดไร่ขิง คงต้องบันทึกให้เป็น มหากาพย์ฉาว บั่นทอนวงการผ้าเหลือง ตร.สอบสวนกลาง ตามแกะรอยสืบสวน ความสัมพันธ์ลับ ๆ ของ สีกากอล์ฟทิดอาชว์ หรือ อดีตพระเทพวชิรปาโมกข์ อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพฯ และยังเป็นเจ้าคณะภาค ละเมิดพระธรรมวินัยขั้นร้ายแรง(อาบัติปาราชิก)

ความฉาวโฉ่ไม่ได้ยุติเพียงแค่ ทิดอาชว์ ยอมลาสิกขา แต่กลายเป็น กุญแจดอกสำคัญ ช่วยเปิดประตูให้สังคมได้รับรู้ นารีพิฆาตพระผู้ใหญ่ (ระดับพระราชาคณะ) มากมายหลายรูป พล...จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.,พล...ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.,นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาฯ ป.ป.ท. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ (พศ.) และ มหาเถรสมาคม ขยายผลตรวจค้นบ้านสีกากอล์ฟ ถึงกับตะลึงหลักฐาน ภาพคลิปวิดีโอ จำนวนมหาศาล ระหว่าง สีกากอล์ฟพระผู้ใหญ่

คงแทบไม่มีใครเชื่อว่า พระผู้ใหญ่ประพฤติดีประพฤติชอบ มีตั้งแต่ ชั้นเทพ ทั้งเป็น เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค, ชั้นราช, เจ้าคณะจังหวัด, พระครู, พระมหา ฯลฯ ของวัดชื่อดังในกรุงเทพมหานคร, ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ กระทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง เสพเมถุนขั้นปาราชิกมานานหลายปี เมื่อจำนนหลักฐานต้องทยอยลาสิกขากันถ้วนหน้า ขณะนี้หลายฝ่ายต่างตื่นตัว ออกมาแสดงความเห็นเพื่อปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา สนับสนุนรัฐบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งขุดรากถอนโคนอลัชชีให้สิ้นซาก พร้อมรวบรวมหลักฐานเอาผิดทั้งทางธรรมและทางโลกโดยเร็ว

ที่สำคัญรัฐบาลต้องเร่งนำปัญหาบทเรียนสุดแสนแพงครั้งนี้ ทำให้เกิด จุดเปลี่ยนวงการสงฆ์ไทย ในยุคสมัย AI เทคโนโลยีก้าวล้ำนำยุคไปไกลถึงไหน แต่ กฎหมายสงฆ์ ยังคงไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ยิ่งปัจจุบัน วัด หลายแห่งกลายเป็นแหล่ง ขุมทรัพย์ มีรายได้มหาศาล แต่เมื่อพระสงฆ์ผู้ถือศีล ยังตัดไม่ขาดกิเลสตัณหารักโลภโกรธหลง

ถึงเวลาต้อง “ยกเครื่องกฎหมายครั้งใหญ่” โดยเฉพาะการเอาผิดทั้ง “พระสงฆ์ฆราวาส” ที่ร่วมกันทำผิดให้มีโทษหนักมากขึ้นเป็นพิเศษ ถือว่ากระทำผิดทั้งทางโลกและทางธรรม!!.