ทั้งนี้ หากจะพิจารณาถึงเรื่องของ “รสนิยมความชอบ” กับกรณีที่ “ผู้ชายชอบแต่งตัวแบบผู้หญิง”ซึ่งชายไทยชายแท้ที่มีความชอบรูปแบบนี้ก็มีนั้น กรณีแบบนี้ก็มี “มุมวิชาการ สะท้อนไว้น่าสนใจ-น่าพิจารณาไม่น้อย…

นี่นอกจากเป็น “เทรนด์แฟชั่น” แล้ว

ก็ยัง “สะท้อนปรากฏการณ์สังคมด้วย”

มุมวิชาการกรณีนี้ ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล เป็นข้อมูลสารนิพนธ์ ปี 2567 เรื่อง “การแต่งตัวที่ไร้ข้อจํากัดทางเพศ เทรนด์แฟชั่นที่สร้างความสุขในแบบของตัวเอง กรณีศึกษาชายแท้ชอบแต่งหญิงในประเทศไทย”โดย รวิภรณ์ พงษ์หิรัญ นักศึกษา หลักสูตรปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งระบุถึงวัตถุประสงค์ที่ศึกษาเรื่องนี้ไว้ว่า… เพื่อศึกษาที่มาการเพิ่มความมั่นใจแสดงออกทางการแต่งตัวที่ต่างจากคนทั่วไป ศึกษาทัศนคติการแต่งตัวของแต่ละบุคคล และศึกษาสาเหตุความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจที่สร้างความแตกต่างจากคนทั่วไป

ทั้งนี้ ในสารนิพนธ์ดังกล่าว รวิภรณ์ เผยผลศึกษาไว้ว่า… จากการสัมภาษณ์พบว่ากลุ่มผู้ถูกสัมภาษณ์ในวัย Gen Y กับ Gen Z ตอนต้น เป็นกลุ่มวัยที่มีทัศนคติและความกล้าแสดงออกมากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ ซึ่ง “สาเหตุ” ที่เลือก“แต่งตัวแบบไร้ข้อจํากัดทางเพศ”มาจากการได้รับรูปแบบและสไตล์การแต่งตัวจาก “สื่อโซเชียล” ต่าง ๆ และจาก “ไอดอล” ที่ตนชื่นชอบ อีกทั้งยังพบว่านอกจากความชื่นชอบในการแต่งตัวสไตล์นี้ หรือแต่งตามไอดอลที่ตนเองชื่นชอบแล้ว สาเหตุที่เลือกแต่งตัวแบบไร้ข้อจำกัดทางเพศนี้ยังรวมถึงการเป็นวิธีแสดงออกเพื่อ “ท้าทาย และตั้งคำถามกับบรรทัดฐานที่สังคมกำหนดไว้” ด้วย

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า… ปัจจัยที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างเลือกที่จะแต่งตัวไม่เหมือนกับเพศของตนเอง หรือ “ชายเลือกแต่งตัวสไตล์หญิง” นั้น ส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจาก “แรงผลักทางสังคม” ที่สังคมมักจะมีความคาดหวังกับความเป็นชาย จึงตัดสินใจเลือกที่จะแต่งตัวแบบไร้ข้อจำกัดทางเพศ เพื่อ ต่อต้านค่านิยมเดิมของสังคม ในเรื่องนี้ …นี่เป็นผลศึกษาถึงสาเหตุ

ขณะที่ “การเปิดกว้างทางสังคม” ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดรูปแบบการแต่งตัวแบบไร้ข้อจำกัดทางเพศนี้เพิ่มขึ้น จากการที่ผู้คนยอมรับความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการที่สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น ทำให้เข้าถึงการแต่งตัวที่มีสไตล์กับรูปแบบหลากหลายง่ายขึ้นกว่าอดีต จนเป็น “ความสนุกที่ได้แต่งตัวในสไตล์ที่แตกต่าง” จากคนทั่วไป รวมถึงบางส่วนยังรู้สึกภูมิใจ มีความสุขที่ได้แต่งตัวแบบไร้ข้อจำกัดทางเพศ

ส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นจากนำเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่ โดยช่วงแรก ๆ นั้นหลายคนยอมรับว่ารู้สึกเขินในเวลาที่ไปพบเจอคนภายนอก หรือเวลามีคนมอง แต่พอเวลาผ่านไป ก็ค่อย ๆ กล้าขึ้น และบางส่วนก็ยังยอมรับว่าแต่งตัวแบบนี้เพราะเหตุผลด้านอาชีพ เช่น เป็นช่างแต่งหน้า ช่างตัดผม ศิลปิน โดยที่เลือกแต่งตัวแบบนี้ก็เพื่อแสดงสไตล์ที่แตกต่าง เพื่อให้ดูน่าสนใจ หรือทำให้ผู้ที่พบเห็นสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง” …ผลศึกษาสะท้อนแง่มุมไว้

นอกจากนี้ ผลจาก “การขยายตัวของช่องทางชอปปิ้งออนไลน์” ก็เป็นปัจจัยเสริมทำให้ “ชายสามารถแต่งตัวเป็นหญิงได้ง่ายขึ้น” เนื่องจากสามารถเเลือกหาเลือกซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงได้สะดวกกว่าในอดีต ในขณะที่ก็มีบางส่วนของผู้ถูกสอบถามยอมรับว่า… สาเหตุที่หันมา “แต่งตัวแบบไร้ข้อจำกัดทางเพศ” นั้น ส่วนหนึ่งมองว่า… เป็นการรักษาสุขภาพจิตเป็นการบำบัดจิตใจ โดยประเด็นดังกล่าวเริ่มพบเห็นมากขึ้นช่วงวิกฤติโควิด-19 ช่วงที่ผู้คนต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ เรื่อง จนกระตุ้นให้หลายคนเลือก “หาความสุขในแบบของตัวเอง” รวมถึง “เปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ” ง่ายขึ้น…

และหนึ่งในการหาความสุขในแบบของตัวเอง การเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ คือความ “กล้าลองทำอะไรใหม่ ๆ” อย่างเช่น “เป็นผู้ชายแต่ลองแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสไตล์ผู้หญิง”เพื่อที่จะ “ทำให้ชีวิตรู้สึกแปลกใหม่ทำให้ชีวิตรู้สึกท้าทาย”

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของรายงานผลศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกรณี “ชายแท้ชอบแต่งหญิงในประเทศไทย” ทาง รวิภรณ์ พงษ์หิรัญ นักศึกษา หลักสูตรปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ศึกษาและจัดทำรายงานฉบับนี้ ได้มีการสรุปผลการศึกษาดังกล่าวเอาไว้ โดยสังเขปนั้นมีว่า… แนวคิดเกี่ยวกับทัศนคติในการแต่งตัวในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมากจากในอดีต โดยรสนิยม “ชายชอบแต่งตัวแบบหญิง” หรือการ“แต่งตัวแบบไร้ข้อจำกัดทางเพศ”นั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องของความชอบเท่านั้น หากแต่ยังถูกใช้เป็น “เครื่องมือแสดงออกเชิงต่อต้าน” โดยเฉพาะการต่อต้านบรรทัดฐานสังคมเกี่ยวกับเรื่อง “ความเป็นชายที่สังคมคาดหวัง” กับสะท้อน “การเปิดใจรับสิ่งใหม่ที่แตกต่าง” ด้วย

รวมถึงอาจช่วยสะท้อนให้เห็นชัดเจนถึง “ทัศนคติที่ไม่ยึดติดกับเพศ” ขอผู้ชายในกลุ่ม “Gen Y” และ “Gen Z”ที่ไม่ตีกรอบไว้กับบรรทัดฐานเดิม ๆ ด้วยการ “แต่งตัวแต่งหน้าแบบผู้หญิง”อีกทั้งความชื่นชอบและการแสดงออกผ่านวิธีการนี้ยังอาจสะท้อนถึง ความต้องการเอาชนะอะไรบางอยาง และ การทำให้ตนเองหลุดจากกรอบที่สังคมกำหนดไว้

เหล่านี้เป็น “มุมวิชาการ” ที่ได้ศึกษาไว้

ชายชอบแต่งหญิง” กรณีนี้ก็ “น่าคิด”

นี่ “มากกว่าความชอบสไตล์แต่งตัว”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์