หากต้นน้ำขุ่นมัวเสียแล้ว ปลายน้ำจะใสสะอาดได้อย่างไร?
แม้ว่า สว.สีน้ำเงิน สว.สีเทา จะถูกคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 (เจ้าหน้าที่ กกต.+ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ) เรียกมารับทราบข้อกล่าวหา “ฮั้วสว.” กันไปแล้ว 138 คน รวมทั้งคนจากพรรคการเมือง+คนนอกที่เกี่ยวข้องอีก 91 คน รวมทั้งหมด 229 คน
แต่ สว. 138 คน ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจโหวตเลือก “องค์กรอิสระ” ต่อไปเรื่อย ๆ แม้จะมี สว. ที่ไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว ออกมาเตือนให้ชะลอการโหวตเลือกองค์กรอิสระออกไปก่อน ขอให้ 138 สว. คำนึงถึงหิริ โอตตัปปะ (ละอาย–เกรงกลัวต่อบาป)
ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่กำลังลุยสืบสวนสอบสวน เก็บรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ เส้นทางการเงิน กับ สว.และผู้เกี่ยวข้องฐานอั้งยี่ ฟอกเงิน ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปกว่า 70%
ภายในสัปดาห์นี้ “ดีเอสไอ” จะขอบัญชีธนาคารของสว. ที่เกี่ยวข้องกับคดี รวมทั้งทีมงานของ สว. อีก 8 คน (ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว–ผู้ชำนาญการประจำตัว–ผู้ช่วยดำเนินการประจำตัว) ที่มีเงินเดือนกิน มาตรวจสอบเส้นทางการเงินในช่วงที่ผ่านมาว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
สว. 138 คน คูณด้วย 8 คือจำนวนทีมงานของสว. รวมกันทั้งหมด 1,104 คน จะต้องถูกตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตั้งแต่ช่วงการเลือก สว. กลางปี 67 จนถึงปัจจุบัน
หลังจากมีข่าวหนาหูมาพักใหญ่ ๆ แล้วว่า ทีมงานทั้ง 8 คนที่ว่านี้ ตัว สว.จริง ๆ ตั้งได้แค่คนเดียว ส่วนที่เหลืออีก 7 คน เป็นอำนาจของ “หัวขบวนการ” เป็นคนตั้ง
สรุปการตรวจสอบบัญชีธนาคารเที่ยวนี้ ถ้ามีเส้นทางการเงินที่ไม่ถูกต้องก็มีสิทธิตายกันแบบยกรัง!
“พยัคฆ์น้อย” ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ-กกต. ที่กำลังทำงานใหญ่ดำเนินคดีกับขบวนการฮั้ว สว. เพื่อยึด “สภาสูง” และยึดอำนาจของประชาชนผ่านทางองค์กรอิสระ
เห็นภาพชัด ๆ เกี่ยวกับการทำคำวินิจฉัยคดีของ สว. ที่ล่าช้า! กรณีใช้คำว่า “ศาสตราจารย์” มาลงสมัคร สว. ทั้งที่มีมติเอาผิดฐานหลอกลวงมาแล้ว 3 เดือน จึงยังไม่ได้ยื่นศาลฎีกาฯ สว.คนนี้จึงมีสิทธิเข้าไปโหวตเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ-กกต. เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา
โดยเฉพาะกรณีดีเอสไอ กำลังสอบสวนสืบสวนเพื่อดำเนินคดีกับ สว.จำนวนหนึ่งฐานฟอกเงิน–อั้งยี่ แต่มี สว. ส่วนหนึ่งเข้าชื่อกันแล้วไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัย “ภูมิธรรม–ทวี” ว่าแทรกแซงก้าวก่ายการทำคดีฮั้ว สว. จนศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ “ทวี” ในฐานะ รมว.ยุติธรรม หยุดทำหน้าที่กำกับดูแลดีเอสไอ
ไม่ว่าจะมองมุมไหน สว.เหล่านี้ถือเป็นคู่ขัดแย้ง และมีผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจน เนื่องจาก สว.ที่โดนคดีฮั้ว 138 คน ยังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่มีอำนาจตั้ง กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมาเป็นคนตัดสินคดีของคู่ขัดแย้งกับ สว. ทั้ง “ภูมิธรรม-ทวี”
งานนี้ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) ชัดแจ๋ว! ระหว่างพรรคการเมือง+138 สว.+องค์กรอิสระ!!.
………………………………………..
พยัคฆ์น้อย



