ฝากฝีไม้ลายมือทางการแสดงเอาไว้อย่างมากมาย สำหรับนางเอกหน้าสวย แก้มญาณิศา ธีราธร ที่ไม่ว่าจะแสดงบทบาทไหนก็ทำได้ดีมาก ๆ อย่างละครเรื่องล่าสุด “พ่อตาปืนโต” ตอน “สาวกำนันพันธุ์ดุ” ละครแอ็กชันโรแมนติกคอมเมดี้ จากค่าย โกลด์ ซี.พี.จี.เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่ออนแอร์ทางช่อง 7HD ก็ทำเรตติ้งได้สูงมาก ๆ ซึ่งนอกจากการทำงานที่เก่งมาก ๆ แล้ว เรื่องวินัยและการพัฒนาตัวเองของเธอก็เป็นที่พูดถึงและชื่นชมเสมอ

ล่าสุด บันเทิงเดลินิวส์มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอแบบเอ็กซ์คลูซีฟ จึงไม่พลาดรวบรวมเรื่องราวความเป็นแก้มมาฝากกัน พร้อมเช็กลิสต์สถานะหัวใจกันด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“(ยิ้ม) แก้ม-ญาณิศา ธีราธร สำหรับตัวตนของแก้ม เอาจริง ๆ แก้มเป็นคนที่สดใสร่าเริง แต่บางครั้งก็มีมุมเงียบ ๆ คิดนู้นคิดนี่ แต่เวลาเราทำงานเราก็จะเป็นคนที่เอ็กซ์โทรเวิร์ตเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็มีมุมที่เป็นอินโทร
เวิร์ตค่ะ”

 “ประมาณ 7-8 ปีค่ะ แคสติ้งงานแรกที่ทำให้แก้มได้เข้าวงการน่าจะเป็นการประกวดไทยซูเปอร์โมเดล 2018 เราได้เริ่มประกวดและติดหนึ่งใน 10 หลังจากนั้นก็ได้แคสติ้งละคร แล้วก็ได้เล่นละครของช่อง 7HD ตอนนั้นอายุประมาณ 19 ปี จุดเริ่มต้นที่แก้มมาประกวดไทยซูเปอร์โมเดลเพราะว่าชื่นชอบในด้านของการแสดง ต้องบอกก่อนว่าตอนเด็ก ๆ คุณแม่ส่งแก้มไปเรียนแอ็กติ้งเพราะว่าตอนแรกเราเป็นคนไม่ค่อยกล้าแสดงออก คุยกับคนที่ไม่รู้จักไม่ได้เลย ไม่กล้าสั่งอาหารเพราะเป็นคนที่ขี้เขินขี้อายมาก หลังจากเรียนแอ็กติ้งจบ เราก็ได้ทั้งความกล้าแสดงออก แล้วรู้สึกว่าอยากจะทำงานด้านการแสดงเพิ่มอีก พอเราโตแล้วก็รู้ว่าถ้าจะได้ทำอะไรแบบนี้อีก เราต้องเป็นนักแสดง แต่เราไม่รู้จะต้องเข้าวงการยังไงแล้วพอดีไทยซูเปอร์โมเดลรับสมัคร ก็เลยรู้สึกว่าลองไปประกวดดู ซึ่งจริง ๆ แล้วก่อนที่จะไปประกวดไทยซูเปอร์โมเดลแก้มเป็นนักกีฬายิมนาสติก ตอนอายุ 15 ปี แก้มถึงจุดที่ต้องเลือกว่าอยากจะไปเป็นนักกีฬาหรือจะเป็นนักแสดง เพราะตอนนั้นเราต้องขึ้นเป็นชุดทีมชาติใหญ่แล้วเราต้องย้ายที่ไปซ้อมอีกที่หนึ่ง มันค่อนข้างไกล เราอาจจะต้องทิ้งโอกาสในวงการ ซึ่งอายุเราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราเลยต้องเลือกสุดท้ายแล้ว เรารู้สึกอิ่มตัวกับการเป็นนักกีฬายิมนาสติกและบาดเจ็บด้วยก็เลยตัดสินใจหันมาจริงจังกับด้านการแสดง”

“แก้มเป็นคนชอบดูวิดีโอแฟชั่นที่มันจะอยู่ในช่องเคเบิลทีวี เป็นช่องที่เขาจะเดินแบบอยู่ตลอดเวลา เรารู้สึกว่าเราอยากเดินแบบนี้เราดูแล้วเราก็สามารถเดินได้เองอาจจะเป็นเพราะเราดูตั้งแต่เด็ก ซึ่งก่อนที่เราจะมาประกวดไทยซูเปอร์โมเดลเราก็ได้ไปแคสต์มาหลายที่มาก แต่มันก็ยังไม่ได้ก็เลยลองมาประกวดเป็นนางแบบดู ความคาดหวังของแก้มในตอนนั้นหลัก ๆ คือแค่อยากเป็นนางแบบถ่ายแบบ อยากให้มีคนเห็นเรามากขึ้น เผื่อว่าจะเข้าตาผู้ใหญ่แล้วให้เราได้ทำงานแต่พอเราได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย เราก็รู้สึกดีใจมากเพราะเมื่อก่อนเวทีนี้แข่งขันกันดุเดือดมาก มีผู้เข้าประกวดหลายพันคนคัดจนเหลือ 20 แล้วไม่ได้มีการตอบคำถาม แค่เราต้องเดินออกมาหลังจากนั้นกรรมการก็จิ้มเลือก เราแทบไม่ได้พูดหรือแสดงความเป็นอะไรของเราออกมาเลย เป็นเสี้ยววินาทีที่เราต้องทำให้ตัวเองเปล่งประกายออกมาให้ได้ ตอนนั้นแก้มไปแบบชิลชิล ไม่ได้มีความกดดันอะไร รู้สึกว่าสิ่งนี้คือความสุขถึงเราไม่ได้เข้ารอบอย่างน้อยเราก็ได้เดิน”

 “หลัก ๆ แล้วคุณแม่จะบอกให้แก้มเป็นคนที่มีความอดทนและจริงใจ โดยยึดความเป็นคนดี ไม่ทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อน ยิมนาสติกคุณแม่ส่งแก้มไปเรียนเพราะเห็นว่าแก้มเป็นเด็กที่เหยาะแหยะมาก เขาก็จับให้เราเป็นนักกีฬา พอเราได้เป็นนักกีฬาเราก็ได้เรื่องของความมีระเบียบวินัยและความอดทน ตอนนั้นคุณแม่ไม่ต้องพูดสักคำว่าให้เราทำการบ้าน เรารู้ว่าสิ่งไหนที่ต้องทำ เราก็จะทำเลยเพื่อให้ส่งตรงเวลา ตอนเด็ก ๆ แม่แก้มดุมาก เขาเลี้ยงเราแบบฝรั่ง เขาจะคุมเราทุกอย่าง จนเรามีระบบความคิดที่มันถูกต้องไม่นอกลู่นอกทาง แต่พอเราอายุ 18 แม่ปล่อยแก้มเต็มที่เลย ซื้อคอนโดให้แก้มได้อยู่คนเดียวในตอนเรียนมหา’ลัย”

“ใช่ค่ะ แก้มเป็นคนที่ชอบเรียนมาก แต่งานในวงการแก้มก็ชอบ คือจริง ๆ แล้วเรื่องการเป็นนักกีฬายิมนาสติกเราก็ทำได้ดี แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังไม่เคยทำเลยก็คืองานในวงการเรารู้สึกว่ามันท้าทายมันเป็นอะไรที่เราไม่ได้ก้าวเข้าไปแล้วแล้วจะได้เลย เราอยากจะแสดงไปเรื่อย ๆ หลายบทบาทเพื่อพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ ตอนนี้แก้มเป็นนักแสดงอิสระแล้ว มีหลายบทบาทเลยที่แก้มอยากลองเพราะมันไม่มี
กรอบแล้ว เราสามารถรับงานได้ตามใจ เราสามารถไปแคสติ้งงานที่ไหนก็ได้ สำหรับแก้มแล้วการแคสต์งานมันเป็นสิ่งที่จะทำให้ตัวละครสมบูรณ์ โดยถ้าเราไปเล่นโดยที่ไม่ได้แคสติ้งก่อนบางทีมันอาจจะไม่ได้ตรงคาแรกเตอร์จริง ๆ ซึ่งทางเราได้ไปแคสติ้งและได้บทนั้นมา มันทั้งภูมิใจแล้วเวลาเล่นเราก็จะรู้สึกว่าเขาเลือกเราแล้ว แปลว่าบทนี้คือตัวละครที่เราสามารถถ่ายทอดได้ดี”

“นอกจากแพสชันในด้านการแสดงและก็ยังมีเรื่องของการเรียนภาษา ตอนนี้แก้มพูดได้ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ แต่ที่อยากจะเรียนรู้เพิ่มนั่นก็คือภาษาจีน อยากพัฒนาสกิลเพื่อให้เราพัฒนาตัวเองมากขึ้น จริงๆแล้วแก้มก็เพิ่งเริ่มก็ไม่รู้ว่าจะพูดได้มากน้อยขนาดไหน ตอนนี้ก็พยายามฝึกอยู่ เพราะเราเห็นคนพูดได้หลายภาษาเรารู้สึกว่าเจ๋งดี”

“จริง ๆ แก้มก็แอบมีคิดเรื่องนั้นนะ ถ้ามีการเปิดแคสติ้งก็พร้อมไปแคสติ้งค่ะ ถือว่าเป็นโอกาสใหม่ ๆ ที่เราได้ไปเจออะไรที่แปลกใหม่และโลกที่กว้างขึ้น แต่ถึงไม่ได้ใช้ในด้านของการทำงานในวงการ เราก็สามารถใช้ภาษาจีนในการทำงานด้านอื่นได้ เช่น การทำธุรกิจ ตอนนี้ยังไม่มีแพลนที่จะทำธุรกิจ แต่ในอนาคตอาจจะไม่แน่ เป็นไอเดียที่เราจะเก็บไว้พัฒนาตัวเอง”

“ตอนนี้แก้มก็มีเดทติ้งเกมเป็นเกมจีบสาวครั้งแรกของไทย ที่ใช้ตัวแสดงเป็นคนจริง ๆ ซึ่งตอนแรกเป็นเกมที่บูมในจีนและเกาหลี ตอนนี้ประเทศไทยก็เอามาทำเป็นครั้งแรก แก้มได้เข้าไปแคสต์แล้วก็ได้เป็นหนึ่งในตัวละคร ซึ่งถ้ามีผู้เล่นเข้ามาจีบ แก้มก็ต้องแอ็กติ้งเหมือนเป็นคนจริง ๆ  ซึ่งเท่ากับว่าเราจะต้องแสดงอารมณ์แตกต่างกันไปเหมือนเป็นซีรีส์ ถามว่ายากไหมแก้มบอกเลยว่ายาก เพราะจริง ๆ แล้วเวลาเราเป็นนักแสดงเราจะไม่มองกล้องเวลาแสดงแต่อันนี้เราต้องคุยกับกล้อง คือมองกล้องตลอดเวลาถือว่าเป็นบทบาทใหม่ที่ค่อนข้างยากมากเลยค่ะ”

“สำหรับแก้มคือการเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุดเพื่องาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำการบ้านอย่างเต็มที่ วิเคราะห์ตัวละคร เตรียมร่างกายให้พร้อมทั้งรูปร่างและสภาพจิตใจ เวลาแก้มไปทำงานจริง ๆ แล้วแก้มจะปล่อยทุกอย่างเลยโดยไม่ยึดติดว่าจะต้องเป็นแบบนี้เป๊ะ ๆ แต่จะดูคู่นักแสดงของเราว่าเขาเล่นแบบไหน แล้วเราก็จะปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งที่ผู้กำกับอยากได้ แล้วก็เสิร์ฟให้เขาได้ทุกอย่างเลย อีกสิ่งที่สำคัญก็คือให้เกียรติเคารพนักแสดงและทีมงานรวมถึงตัวเองที่ต้องเตรียมความพร้อมไป”

“ที่จริงแล้วมีหลาย ๆ อย่างเลยที่แก้มอยากทำ แก้มเคยเล่นมาแต่ละครบู๊ แก้มคิดว่าแก้มออกมาเป็นอิสระแล้วน่าจะได้ลองอะไรใหม่ ๆ อีกเยอะที่ผ่านมาแก้มได้เล่นเป็นตำรวจ กำนัน บทวีน ๆ แต่ที่อยากจะลองมากที่สุดน่าจะเป็นตัวละครเทา ๆ ที่มีความสู้คนแต่ไม่ใช่คนที่ทำในสิ่งที่ไม่ดีผิดกฎหมาย”

“ตอนนี้ก็โสดค่ะ ไม่ได้มีสเปกตายตัว อยากได้คนที่เข้าใจเรามากกว่าเพราะเราชอบทำงานบางทีเราอาจจะทำงานแล้วก็โฟกัสงานมากเกินไป คือไลฟ์สไตล์เราจะเป็นคนที่ช่วงไหนเราทำงาน เราก็จะทำงานอย่างหนัก แต่ถ้าช่วงไหนที่เราไม่ได้ทำงานมันก็เป็นช่วงที่เราอาจจะได้มาจอยกันได้ในกิจกรรมที่อยากจะทำด้วยกัน”

“โห ถ้าเกิดว่าแก้มว่าง จะเป็นคนติดแฟนมาก แต่แก้มจะมีนิสัยเสียก็คือเมื่อไหร่ที่ทำงานก็จะจริงจังมากติดงาน บางคนอาจจะมองว่าเราไม่ค่อยมีเวลาให้เขาซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็ยังรู้สึกรักเขาเหมือนเดิม แต่เราจัดลำดับความสำคัญให้เรื่องของงานมาก่อน แต่ถ้าเมื่อไหร่งานเสร็จหลังจากนี้ก็จะเป็นเวลาของเขา ซึ่งถ้าหากใครเข้าใจส่วนนี้ได้ก็อาจจะคบกันได้”

“แก้มขี้อ้อนมาก เวลามีความรักแล้วเราจะเป็นคนที่โลกสดใสเวลาไปทำงานทุกอย่างมันก็จะดีไปหมด เราก็ชอบตัวเองตอนที่อินเลิฟแหละ แต่สักพักนึงมันก็อาจจะมีเรื่องของความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นเพราะเราทำงานในวงการ”

“ช่วงนี้แก้มจะอยู่ในที่ที่โลร่าไปด้วยได้ โลร่าก็คือน้องหมาที่เพิ่งได้มาใหม่ ที่ตรงไหนเป็น Pet-friendly ก็อาจจะเจอแก้มได้ ถามว่าชอบคุยแล้วเจอกันเป็นส่วนตัวหรือดีเอ็มมามากกว่า สำหรับแก้มมันอยู่ที่คนเลยถ้าจู่โจมมาโดยไม่รู้จักเราก็จะรู้สึกว่าไม่เอา แต่ถ้าดีเอ็มมาบางทีเราก็ไม่ได้อยากตอบเพราะเราไม่รู้จัก ไม่มี neutral friend มันอยู่ที่คนมากกว่าถ้าเกิดเขาชอบเราจริง ๆ เขาจะหาวิธีเข้ามาอยู่ในวงโคจรเราให้ได้”

 “แก้มมีให้แค่คำว่าขอบคุณอย่างเดียวเลยค่ะ ขอบคุณที่ซัพพอร์ตมากันตั้งแต่วันแรก บางคนก็เข้ามาใหม่เราก็ดีใจมากที่เวลาเรามีงานเขาก็จะเดินทางมาหาเราค่อยติดตามผลงานเรามาตลอด อย่างน้อยถ้าเราเล่นละครไปแล้วไม่มีใครดูก็ยังมีพวกเขานี่แหละที่ดูแล้วเป็นกำลังใจให้แก้มในทุก ๆ งาน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่เวลาเราหันไปก็จะมีพวกเขาอยู่เสมอ”

 “แฟน ๆ เป็นเหมือนสายรุ้ง เขาเป็นเหมือนความสดใสในชีวิตของแก้มเป็นสิ่งที่วิเศษ ความรักของพวกเขาเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ แค่เขาเห็นเราเขาก็รักเราและซัพพอร์ตเราโดยที่ไม่ได้หวังอะไรจากเรา  เขาอยากให้เรามีความสุข  เราก็อยากให้เขามีความสุข รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่วิเศษมาก ๆ ค่ะ”

ยิ่งได้พูดคุยกับสาวแก้มก็ยิ่งรู้สึกถึงพลังและเอเนอร์จีอันแรงกล้าในการทำทุกอย่างของเธอ ไม่ว่าจะการทำงานหรือการทำสิ่งอื่น ๆ ซึ่งถือว่าเธอเป็นแบบอย่างของความพยายามและพัฒนาตัวเองแบบไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ ต้องปรบมือให้และฝากติดตามสาวคนนี้ด้วยนะจ๊ะ.