ขนมดอกโดนยังเป็นอีกตัวอย่างที่บ่งชี้ว่าขนมพื้นบ้าน-ขนมโบราณ ปักษ์ใต้ ปัจจุบันเริ่มนิยมทำออกมาขายหลายเจ้าแล้ว โดยไม่ต้องไปหากินถึงภาคใต้ ด้วยกรรมวิธีการทำที่ไม่ได้ยุ่งยากทำให้คนรุ่นใหม่สามารถทำขายได้ คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมาแนะนำ
ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ คือ แอน–สุนิษา หมัดหลี ปัจจุบันอายุ 35 ปี เจ้าของร้านขนมลูกโดนหรือดอกกระโดน สูตรของแม่ เล่าให้ฟังถึงที่มาของอาชีพขายขนมพื้นบ้านปักษ์ใต้ให้ฟังว่า ก่อนจะมามีอาชีพเป็นแม่ค้าขายขนมชนิดนี้นั้นเธอเคยทำงานเป็นพนักงานธนาคาร และเจ้าหน้าที่ในกระทรวงพาณิชย์มาก่อน แต่พอแต่งงานมีครอบครัว แฟนก็ให้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว เพราะแฟนไม่อยากส่งลูกไปให้ญาติที่ปักษ์ใต้เลี้ยง ปัจจุบันจนลูกโตเข้าโรงเรียนแล้ว เธอก็คอยรับคอยส่งลูกไปโรงเรียน ช่วงกลางวันก็ว่างจึงอยากจะหารายได้เสริม ก็นึกถึงขนมดอกโดน

“สูตรนี้ได้มาจากแม่ ที่ทำให้กินสมัยยังเด็ก ๆ บ้านเกิดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเราทำเป็นอยู่แล้ว เพราะเป็นขนมพื้นถิ่นปักษ์ใต้คิดว่ายังไงก็ขายได้ เชื่อว่าคนไม่กลับบ้านคงคิดถึงของกินปักษ์ใต้ เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไปหาซื้อพิมพ์ และอุปกรณ์จำเป็นที่ต้องใช้ในการทำขนมทันที แล้วจัดการลองทำกินเอง และทำแจกในหมู่บ้านหมดไข่ไป 2 แผง เพื่อดูผลตอบรับ เนื่องจากคิดว่าคนกรุงเทพฯ คงจะกินไม่เป็น วันที่ 2-3 ก็ทำแล้วโพสต์ลงไลน์และเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าออร์เดอร์มาเยอะ เกินความคาดหมาย เลยตัดสินใจทำขายเป็นอาชีพเสริมแบบจริงจัง วันธรรมดาทำขายตามออร์เดอร์ โซนในหมู่บ้าน โรงงาน และละแวกใกล้เคียง แล้วขับรถมอเตอร์ไซค์ไปส่งเอง ส่วนวันหยุดเสาร์–อาทิตย์ ตั้งโต๊ะทำขายที่ท้ายซอยหมู่บ้านถนนสามวา ไม่เกิน 10 โมงก็หมดแล้ว หมดแล้วหมดเลย ไม่ทำของเพิ่มเพราะต้องเลี้ยงลูก”
แอน บอกว่า ขนมดอกโดน เป็นขนมทานเล่นกินกับนํ้าชากาแฟ รสชาติกลมกล่อม หอม เนื้อนุ่ม กรอบนอกนุ่มใน มีสีสันที่ใครเห็นแล้วก็อยากรับประทาน ปกติไส้ขนมดอกโดนจะมีแค่มะพร้าวขูด แต่สูตรของเธอจะเพิ่มฝอยทองและข้าวโพดสด
อุปกรณ์ ใช้ในการทำ หลัก ๆ ก็มี…พิมพ์เหล็กลายดอกกระโดนที่มีฝาปิด, เตาแก๊สหรือเตาถ่าน, ถังสเตนเลส, ถาด, ทัพพี, ที่ร่อนแป้ง, ตะแกรง, แก้วพลาสติกหรือสเตนเลสมีหูจับ และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่สามารถหยิบฉวยเอาได้จากในครัว
ส่วนผสม หลักที่ใช้ในการทำตัวขนมก็มี… แป้งข้าวเจ้า, ไข่ไก่, นํ้ากะทิ (ทั้งหัวและหาง), นํ้าตาลทราย และเกลือ สำหรับไส้ขนมก็จะใช้มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้นและฝอยทอง

ขั้นตอนการทำ “ขนมดอกโดน”
เริ่มจาก นำกะทิตั้งไฟให้ร้อน ยกลงตั้งพักไว้ให้เย็น นำแป้งข้าวเจ้ามาร่อน 1 ครั้งเพื่อให้อากาศผสมในแป้ง ทำให้ขนมเบาขึ้น จากนั้นเอาแป้งที่ร่อนแล้วใส่ลงในนํ้ากะทิ ใส่เกลือเล็กน้อยลงไป นวดคนส่วนผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้วเอาผ้าขาวบางกรองแป้งส่วนผสมทั้งหมด แป้งจะได้ไม่เป็นเม็ด แล้วพักไว้สัก 2 ชั่วโมง
นำพิมพ์ขนมตั้งบนไฟ พอพิมพ์ร้อน ทานํ้ามันพืชและเนยให้ทั่ว เพื่อช่วยให้ขนมร่อนไม่ติดพิมพ์ ตอกไข่ใส่ 1 ฟอง ตักเนย 1 ช้อนชาใส่ลงไป ตามด้วยนํ้าตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ช้อนตีส่วนผสมให้เข้ากัน และพอนํ้าตาลละลาย ตักแป้งใส่ลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี
จากนั้นเทส่วนผสมลงบนพิมพ์ที่ร้อนจัด ใช้ผ้าจับหูพิมพ์ขนมละเลงกลิ้งไปมาให้ทั่ว ปิดฝาจนขนมสุก เอาส้อมแซะขนมเล็กน้อย แล้วกระดกขนมกลับด้าน 2 นาที ขนมสุกก็กระดกขนมลงไปบนภาชนะที่เตรียมไว้ ระหว่างรอให้ขนมพออุ่น ๆ ก็นำมะพร้าวทึนทึกที่เตรียมไว้มาขูดเป็นเส้น โรยด้วยเกลือป่นนิดหน่อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วไปโรยบนขนมให้ทั่ว ตามด้วยฝอยทอง เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย

ราคาขาย “ขนมลูกโดน”เจ้านี้ขนมบนพิมพ์มี 12 ลูก ราดหน้าด้วยมะพร้าว, ฝอยทอง, ลูกเกด และกล้วยหอม (ใส่ 2 หน้าราคา 40 บาท ใส่ 3-4 หน้า ราคา 50 บาท)
ใครอยากชิมความอร่อยของ “ขนมดอกโดน” เจ้านี้ ปกติจะขายอยู่ที่ตลาดสดมีนบุรี แต่ตอนนี้ตลาดกำลังปรับปรุง ก็เลยหยุดไว้ก่อน แล้วช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ก็กลับมาขายอยู่ที่ตลาดเช้าท้ายซอยหมู่บ้านถนนสามวา และทำขายตาม ออร์เดอร์ นอกจากนี้ยังรับออกร้านและงานต่าง ๆ ตามเทศกาลด้วย ซึ่งติดต่อได้ที่ โทร. 09-5954-9332 และไอดีไลน์ : nooann2906 ส่วนใครสนใจอยากมีอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักด้วยขนมชนิดนี้ ก็ลองฝึกฝนทำกันดู ขนมพื้นบ้าน-ขนมโบราณ ยุคนี้หลายชนิดยังขายดี…
คู่มือลงทุน…ขนมดอกโดน
ทุนเบื้องต้น ประมาณ5,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ 60% ของราคาขาย
รายได้ ราคา 40-50 บาท / 1 พิมพ์
แรงงาน 1–2 คน
ตลาด ตลาด, ร้านขายของฝาก, ร้านกาแฟ
จุดน่าสนใจ ขนมพื้นถิ่นโบราณยุคนี้ยังขายดี
เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง



