วันก่อน “กลุ่ม สว.อิสระ” นำโดยน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. ล่ารายชื่อสว. 21 คน เพื่อยื่นคำร้องต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า สว. 136 คน สิ้นสุดสมาชิกภาพของการเป็น สว. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 113 หรือไม่? หลังจากถูกแจ้งข้อกล่าวหาฮั้วเลือก สว.
“พยัคฆ์น้อย” ขอแจ้ง “กลุ่มสว.อิสระ” ควรยื่นเรื่องไปยังป.ป.ช.อีกช่องทางหนึ่ง ให้สอบสวน สว. 138 คน ในความผิดมาตรา 157 กรณีสว.โหวตเลือกบุคคลเข้ามาเป็นองค์กรอิสระ สว.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางหรือไม่? รับใบสั่งจากใครมาหรือเปล่า? มีความสุจริตเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่?
โดยเฉพาะการโหวตเลือก “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ที่มีตัวเลือกเป็นนักรัฐศาสตร์-นิติศาสตร์
แต่ สว.กลับโหวตเลือก “นักวิศวกร” อดีตอธิบดีกรมทางหลวงเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก! ว่าทำไม? นักวิศวกรจึงมีความเหมาะสมมากกว่านักรัฐศาสตร์-นิติศาสตร์
ยังมีอีกเรื่องเกี่ยวกับการเลือกสว.ชุดนี้ คือเมื่อวันที่ 5 ส.ค.68 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งของสาว 2 คน ที่เป็นผู้สมัครสว.ระดับจังหวัด จ.ชลบุรี เป็นเวลา 10 ปี
เหตุเกิดเดือน มิ.ย. 67 สาว 2 คน ลงสมัครเลือกสว.กลุ่มอาชีพเดียวกัน ต่อมาได้สนทนาผ่านไลน์ เพื่อแนะนำตัวแลกเปลี่ยนคะแนนกัน หรือสมยอมกันในการลงคะแนน เพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว.
สาวคนที่ 1 เปิดการสนทนาว่า “จูยังไม่มีคู่ ขอแนะนำตัวค่ะ” สาวคนที่ 2 ตอบว่า “หมอกำลังหาอยู่พอดีเลยค่ะ” “เราเป็นเนื้อคู่กันแน่เลยค่ะ มาจับคู่เลือกกันนะคะ…อาทิตย์นี้” ตามมาด้วย “ยินดีค่ะ จับมือแน่นอนค่ะ”
การสนทนาแนะนำตัวผ่านไลน์กันแค่นี้ งานจึงเข้า!กับ 2 สาวชลบุรี เนื่องจากผู้สมัครสว.สามารถกระทำได้เกี่ยวกับการแนะนำตัวว่าตนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การทำงานในด้านที่สมัครตามกฎหมายกำหนด เพื่อให้ผู้สมัครนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจลงคะแนน โดยให้ใช้วิธีลงคะแนนลับ มิใช่การสมยอมกันจับคู่หรือการแลกเปลี่ยนคะแนนตามที่ 2 สาวกระทำ อันเป็นความผิดสำเร็จแล้ว
ส่วนกรณี 2 สาว อ้างความเห็นของนายแสวง บุญมี เลขฯ กกต. ทางเฟซบุ๊กและตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับการแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. และศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือก สว. ทำให้การแนะนำตัวแบบขอคะแนน หรือแลกเปลี่ยนคะแนน ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
แต่ศาลฎีกาฯ ชี้ว่า เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของนายแสวงที่มีต่อคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเท่านั้น ประกอบกับเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง มิได้มีผลทำให้การสมยอม การจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกันสามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
แค่สนทนาแนะนำตัวผ่านไลน์กันไม่กี่ประโยคยังไม่รอด! แล้วกรณีผู้สมัครสว.ที่ไม่รู้จักกัน นัดกันมาประชุมสุมหัวกันในโรงแรม เป็นกลุ่ม กลุ่มละ 50-100 คน โดยมีคนของพรรคการเมืองมาบริหารจัดการประชุม แล้วมันจะรอดสันดอนหรือ?.
พยัคฆ์น้อย



