รุกไล่ไม่หยุดกลับปฏิบัติการล้างบางสีน้ำเงิน ที่ “เดอะอ้วน”ภูมิธรรม เวชชัย รองนายกฯรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ถือธงรบสวมบทเชือด ลุยโล๊ะเจ้าหน้าที่ข้าราชการมหาดไทย ที่เคยอยู่ภายใต้เงา “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

“เดอะอ้วน”มาอยู่กระทรวงมหาดไทยครบ 1 เดือน มีอำนาจเต็มมือ จัดการย้ายตำแหน่งสำคัญในกระทรวงแล้ว 4 อธิบดี ที่เปลี่ยนเสมือนหอกข้างแคร่ ประกอบด้วย “ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์” อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) และ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) พร้อมส่ง “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  นั่งอธิบดีปค. และตั้ง “ภพชนก ชลานุเคราะห์” ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี คุมสถ.แทน

และล่าสุด เด้ง “พรพจน์ เพ็ญพาส” อธิบดีกรมที่ดิน ให้ “ขจรเกียรติ รักพานิชมณี” ผู้ว่าราชการจังหวัด ( ผวจ.) ฉะเชิงเทรา  ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน และ โยก“เชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง นั่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) ขณะที่ให้ “ภาสกร บุญญลักษม์” อธิบดี ปภ.ไปเป็น ผวจ.ระยอง  

เขย่ากระดานข้าราชการร้อนระอุ พร้อมปักหมุดลุยเพิกถอนคดีเขากระโดง ส่งคืนให้การรถไฟตามคำสั่งศาล โดย “ภูมิธรรม” ส่งไม้ต่อให้ “เดชอิศม์ ขาวทอง” รมช.มหาดไทย และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปดำเนินการเพิกถอนได้ทันที และดำเนินการตั้งแต่วัน 2 ส.ค.2568

ทำเอา“พรรคภูมิใจไทย”เดือด โดย“บังซุป”ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย จัดหนักฟาด “ภูมิธรรม-นายกชาย” ชี้เป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย หาเหตุย้ายอธิบดีกรมที่ดิน ทั้งที่“พรพจน์”ทำถูกต้องใช้อำนาจโดยชอบ ที่ให้ยุติการเพิกถอนที่ดิน ตามที่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 เสนอ

ดังนั้นหากเพิกถอนโฉนดของประชาชน 1,000 ราย ในที่ดิน 5,000 กว่าไร่ กรมที่ดินจะต้องจ่ายค่าเสียหายนับหมื่นล้าน เตรียมเงินไว้แล้วหรือยัง พร้อมตั้งคำถามทำไม “ภูมิธรรม-นายกชาย” ต้องเร่งรีบทำ ทั้งที่เรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองยังไม่จบ ขณะที่เรื่องสนามกอล์ฟ อัลไพน์  ซึ่งคดีสิ้นสุดไปแล้วก็ขอให้ รมว.มหาดไทยเวนคืนกลับไปเป็นที่ธรณีสงฆ์ พร้อมไล่บี้ให้ “ภูมิธรรม”และ “ดีเอสไอ”ไปเร่งจัดการกับคนผิดอย่าปล่อยให้ลอยนวล ซึ่งสนามกอล์ฟอัลไพน์นี้น.ส.แพทองธารเข้าไปถือหุ้นอยู่ด้วย

นอกจากนี้ “บังซุป”ยังขยี้ไปที่ “นายกชาย” กรณีญาติไปบุกรุกโบราณสถานในจังหวัดสงขลา จะรับผิดชอบอย่างไร

ทำ‘เดชอิศม์’ควันออกหูสวนกลับ‘ศุภชัย’ หากพ่อคุณติดคุกต้องรับโทษด้วยหรือไม่ พร้อม พร้อมถ้าให้ขนคนที่เป็นผู้ต้องหาระหว่าง “เขากระโดง-เขาน้อย” ที่ระบุว่าญาติตนกระทำผิด มาที่วัดพระแก้วมาสาบานร่วมกันว่า “ยอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกาหรือไม่ พร้อมออกค่ารถให้ด้วย”

เรื่องนี้จึงกลายเป็นศึกร้อน เกมร้ายเขย่าไปทั้งพรรคภูมิใจไทย ที่ปักหลักพร้อมรับศึก จึงต้องรวบรวมไพร่พล“ชาวบ้านเขากระโดง” ที่โดนผลกระทบถือโฉนดมารวมตัวกันยืนยันการมีเอกสารสิทธิ์ก็ได้มาอยากถูกต้อง คัดค้านการเพิกถอนสิทธิ์หากกรมที่ดินเพิกถอนสิทธิ์ โฉนดที่ดินเขากระโดงกว่า 5,083 ไร่ 995 ครอบครัว ที่โรงเรียนบ้านเขากระโดง (ศิลาทองอุปถัมภ์) จะสู้ไม่หนี-ไม่ย้าย-ไม่ออก และจะดูว่ารัฐจะเยียวยาชาวบ้าน 900 กว่าครอบครัวไหวหรือไม่และอย่างไร ที่ตรงนี้ประชาชนอยู่กันมานานอยากให้รัฐบาลกลับไปทบทวนเรื่องนี้ให้ดี

ทั้งนี้ชาวบ้านมองว่า การเพิกถอนครั้งนี้ เป็นเรื่องของเกมการเมืองที่กลั่นแกล้งกัน เพราะทันทีที่“พรรคภูมิใจไทย”ถอนตัวร่วมรัฐบาล เรื่องนี้ก็กลับมาอีกหลังจากเงียบมานาน อย่างไรก็ตามชาวบ้านยังเชื่อมั่น ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ เพราะตลอดระยะเวลา มีการช่วยเหลือชาวบ้านและพัฒนาพื้นที่จากไม่มีอะไรจนเป็นสนามฟุตบอล สนามกีฬาใหญ่โต พอสร้างเสร็จในปี 2555 ก็เริ่มมีปัญหาทันที หากมีการเพิกถอนจริงเมื่อไหร่ เตรียมตัวรับคดีได้เลยเพราะจะฟ้องกราดรูดทั้งแพ่งและอาญา

แนวโน้มไม่ได้จบง่ายๆดูทรงแล้วถ้าคืนที่ให้การรถไฟ กรมที่ดินต้องเยียวยาอย่างไร และคดีนี้จะเป็นคดีตัวอย่างถือเป็นบรรทัดฐานในเคสต่อๆไป 

หากคดีแล้วเสร็จถึงคิว “อัลไพน์”ที่ “นายกอิงค์ -แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม เข้าไปถือหุ้นอยู่ ถ้าต้องคืนรัฐต้องจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน ที่ไม่ได้มีส่วนได้ประโยชน์อะไรนำไปจ่ายถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ แทนที่รัฐจะไปเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้กระทำความผิดมาชดใช้

เกมร้อนระหว่าง “แดง –น้ำเงิน” ยังไม่จบเท่านี้ยังมีหลายปมยังค้างคา โดยเฉพาะเรื่องคดีฮั้วสว.ที่ยังค้างอยู่กับกกต. ล่าสุดกลุ่มสว.อิสระเดินเกมยื่นหนังสือประธานวุฒิสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ 136สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ หวังเป็นอีกหนึ่งแรงเขย่า เด็ดปีกค่ายสีน้ำเงิน แต่เจอ‘สำนักงานเลขาวุฒิสภา’แจงเหตุระงับคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เหตุรายชื่อ สว.ไม่ครบ 1 ใน 10 มีลายเซ็นไม่ตรงต้นฉบับ 5 คน

ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการสร้างรันเวย์ ในพื้นที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ดีเอสไอลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการสร้างสนามบินส่วนตัวรุกทางสาธารณะและที่ดินในนิคมลำตะคอง หรือบุกรุกที่ดิน สปก. หรือไม่ 

แต่ พรรคภูมิใจไทยยอมที่ไหนงัดมาตรการตาต่อตาฟันต่อฟันสู้ จี้ไปที่ดีเอสไอ ที่ทำงานล่าช้า ในคดีที่ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล”  รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ในรัฐบาลแพทองธาร ขุดบ่อน้ำบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ ซึ่ง ป.ป.ช.ส่งสํานวนคืนให้ตั้งแต่ปี 62 ผ่านมา 6 ปี ยังส่งฟ้องอัยการไม่ได้ เหตุมีเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาหลายครั้งจนใกล้จะหมดอายุความ เหมือนคดี “อัลไพน์” ทำให้กังขาสาเหตุ เพราะเป็นรัฐมนตรีรัฐบาลแพทองธาร ร่วมถือหุ้นด้วยหรือไม่ 

เรื่องนี้หากดีเอสไอปล่อยให้คดีหมดอายุความ เจ้าหน้าที่ที่ทำคดีเตรียมตัวเจอคุกแน่ เพราะดูเหมือนว่าจะทำงานสนองการเมืองเพียงเพื่อใครบางคนหรือไม่

ประเด็นร้อนที่ผุดขึ้นไม่หยุดสำหรับพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ต้องพับโครงการนโยบายเรือธง ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโนเข้ามาอยู่ด้วย  ซึ่งทาง “พรรคภูมิใจไทย” ไม่เห็นด้วยและชี้ให้เห็นว่าเกิดอภินิหาร ปรากฏการปลดล็อกที่ทำกันได้อย่างรวดเร็วและมีข้อสงสัยจากสังคมพรรคเพื่อไทยฝักใฝ่การพนันหรือไม่

ล่าสุด“ภูมิธรรม” เซ็นปลดล็อกพนันโป๊กเกอร์ ถูกกฎหมายในวันที่ 30 ก.ค.แล้วทำไมถึงจัดการแข่งขันกีฬาโป๊กเกอร์ระดับนานาชาติ ในวันที่ 31 ก.ค.ได้รวดเร็วทันใจ ทั้งที่เรื่องการจัดการแข่งขันต้องมีการเตรียมงาน อีกทั้งต้องดูให้รอบครอบ เพราะกาจัดงานแข่งขันกีฬาฯ จะเป็นอีกหนึ่งวิธีการ เพื่อเปิดช่องให้มีการพนันเกิดขึ้น

ขณะที่คดี 2 พ่อลูกตระกูลชิน” ยังมีไทม์ไลน์น่าเป็นห่วง โดยคดี “คุณพ่อทักษิณ ชินวัตร ศาลฎีกาฯได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 22 ส.ค. 68 ในความผิดคดีมาตรา112 และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีต่างประเทศประเทศเกาหลีใต้ พาดพิงสถาบัน ขณะที่คดีป่วยทิพย์ นอนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ศาลฯได้นัดฟังคำวินิจฉัยคดีวันที่ 9 ก.ย.

“คุณพ่อทักษิณ” รับศึกหนักนอกจากต้องแก้เกมตัวเองแล้วยังต้องมาหาทางออก ทางรอดให้ “ลูกน้อย” จากกรณีคลิปเสียงระหว่าง “อังเคลิ ฮุนเซนต์”กับ “หลานอิ๊งค์” โดยอาจารย์ ปริญญา เทวัญนฤมิตกุล ออกมาชี้ทางรอดที่ดีที่สุด คือ ให้ “นายกอิ๊งค์” ลาออก ดีกว่าถูกประหารทางการเมือง เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญใช้บรรทัดฐานเดียวกับ “พิชิต ชื่นบาน” ที่เมื่อลาออกแล้ว ศาลก็ยกคำร้อง ดีกว่าเสี่ยงรอถึงวันที่ศาลมีคำวินิจฉัย

แต่บรรดาคน“พรรคเพื่อไทย” ก็ยังปากกล้าขาสั่นบอก “นายกอิ๊งค์” จะยังลุยไฟไปต่อได้ โดยมั่นใจว่าคลิปเสียงไม่สามารถ “ฆ่านายกอิ๊งค์” ได้และจะใช้ลูกไม้เดียวกันกับ “คุณพ่อทักษิณ”ที่เคยรอดมาแล้ว คือ อ้างเป็นการ “บกพร่องโดยสุจริต”

ครั้งนี้ต้องจับตาดู “คุณพ่อทักษิณ” เตรียมทางออกไว้ให้ “ลูกน้อย”อย่างไร แต่ระหว่างนี้ดูเหมือนว่า “นายกอิ๊งค์” เก็บตัวเข้ากลีบเมฆ หลบเสียงวิจารณ์

ขณะที่“รัฐบาลแพทองธาร”ยังเจอเกมร้อนจากการที่เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำกรณีเสถียรภาพของรัฐบาล เกิดจากปัญหาสภาล่ม เพราะพรรคประชาชนเดินหน้าบีบเสนอให้นับองค์ประชุมเป็นการประจานสภาไม่สามารถเดินหน้าได้ ในที่สุดกลายเป็นเกมบีบให้ยุบสภา ถ้า”พรรคประชาชน”เดินมาทางนี้จะได้แต้ม ไปเต็มๆ

ท่ามกลางวิกฤติศรัทธา “แพทองธาร 1/ 2”  และท่ามกลางวิกฤติการปะทะกันระหว่าง ”ไทย-กัมพูชา”

ตอนนี้แม้จะมีการประชุมจีบีซีไปได้ด้วยข้อตกลง 13 ข้อ ประชาชนสามารถกลับไปอยู่บ้านได้ในพื้นที่ปลอดภัย แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ของ “เฒ่าฮุนเซน” ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าจะไม่ละเมิดข้อตกลง และจะมียิงระเบิดBM-21 ข้ามมาในฝั่งไทยอีกหรือไม่

บวกกับสภาวะที่ประชาชนคนไทยต้องเผชิญกับปัญหาปากท้องโดยเฉพาะภาษี “ทรัมป์” แม้วันนี้จะเก็บเพียง 19% แต่เป็นเรื่องที่กระทบเศรษฐกิจไทยแน่นอน ซึ่งรัฐบาลไทยจะมีการเจรจารอบ 2 อีกครั้ง

นาทีนี้ไม่ใช่แค่ “นายกแพทองธาร”ที่ประสบเคราะห์กรรมความยากลำบากแต่คนไทยก็ประสบความยากลำบากไม่แพ้กัน เลือดตาแทบจะกระเด็น เป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขโดยเร็วก่อนวิกฤติศรัทธาจะดิ่งเหวจนกู่ไม่กลับ.