หากโฟกัสกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่ครองใจคนเมือง “การวิ่ง” ไม่ว่าจะวิ่งเพื่อสุขภาพ วิ่งเพื่อเวลาที่ดีขึ้น หรือวิ่งเพื่อท้าทายขีดจำกัดตัวเองเป็นหนึ่งในลิสต์กิจกรรม โดยเฉพาะที่สวนเบญจกิติ ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กสายฟิต ทั้งยังเป็นจุดหมายของนักวิ่งในงาน “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน 2025” งานวิ่งประจำปีเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

นำเรื่องน่ารู้การวิ่ง การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มหลังการวิ่ง ทั้งพาแวะพักเติมพลังให้กับร่างกาย ในโซนรีเทลและ โซน Food Street ที่รวบรวมร้านอาหารหลากสไตล์ เครื่องดื่มและคาเฟ่ มีเมนูเหมาะกับสายวิ่ง สายรักสุขภาพไว้มากมาย อาทิ สลัดควินัว เมนูที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายด้วยมื้ออาหารที่มีไฟเบอร์สูง ไขมันดี และพลังงานที่ย่อยง่าย ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ ฯลฯ เซ็ทสุกี้แน่นไปด้วยผักสดหลากชนิด ทั้งเพิ่มพลังโปรตีนคุณภาพจากหมูหรือไก่และความหอมกลมกล่อมของน้ำซุปหรือเมนูกะเพราสูตรโบราณ ผัดไร้น้ำมัน ช่วยลดแคลอรีและไขมันส่วนเกิน แต่ยังคงรสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านแบบฉบับกระเพราไทยแท้ โปรตีนสูง ไขมันต่ำ ฯลฯ โดยเดินเชื่อมเข้ามาภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทั้งนี้สำหรับทริกดูแลสุขภาพ เติมพลังให้ร่างกายแบบไม่พัง ผศ.นพ.ชายวุฒิ สววิบูลย์ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านเวชบำบัดวิกฤต และโภชนบำบัดคลินิก โรงพยาบาลเมดพาร์คสรุปให้ฟังว่าสำหรับการรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มหลังวิ่ง หลังการออกกำลังกาย ตามข้อมูลของสมาคมโภชนาการการกีฬาระหว่างประเทศ (International Society of Sports Nutrition: ISSN) แนะนำว่า ควรรับประทานคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ภายใน 30 นาที หรือไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ซ่อมแซม เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มอัตราการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“วัยที่ไม่เกิน 20 ปี แนะนำให้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง และมีโปรตีนย่อยง่าย เช่น กล้วยหอม นมจืด นมช็อกโกแลต แซนด์วิช ไข่ต้ม ผักสลัด น้ำส้มคั้นสด เป็นต้น ซึ่งปริมาณการรับประทานที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความฟิต แล้วก็ระยะทางที่จะวิ่ง รวมถึง อายุ เพศ ส่วนสูงด้วย

ช่วงวัย 21 – 40 ปี ช่วงของคนวัยทำงานจะเน้นเรื่องส่งเสริม และฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังวิ่ง จึงเน้นการรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีโปรตีนคุณภาพดี เช่น ขนมปังโฮลวีต ถั่ว โยเกิร์ตไขมันต่ำ ข้าวกล้อง อกไก่ เป็นต้น ส่วนวัย 40 ปีขึ้นไปและผู้สูงอายุ หลังวิ่งหรือออกกำลังกายควรทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีโปรตีนย่อยง่ายเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น โจ๊กข้าวกล้อง ไข่ลวก หรือซุปฟักทองที่ใช้นมถั่วเหลืองในการทำ ขนมปังโฮลวีต เป็นต้น” นอกจากนี้ทุกกลุ่มวัยควรดื่มน้ำหลังออกกำลังกายหรือวิ่ง ในช่วง 30 นาที ถึง 2 ชัวโมง เพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ และซ่อมแซมกล้ามเนื้อ โดยปกติจะอยู่ที่ปริมาณ 500 – 600 ml.
ผศ.นพ.ชายวุฒิ อธิบายอีกว่า โดยปกติร่างกายจะสะสมพลังงานอยู่หลักๆ 2 รูปแบบ คือ คาร์โบไฮเดรตเชิงเดียว และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หากต้องการวิ่งระยะยาว จำเป็นจะต้องเตรียมพลังงานในกล้ามเนื้อ โดยปกติพลังงานที่อยู่ในกล้ามเนื้อของเราจะเป็นไกลโคเจนเป็นหลัก ไกลโคเจนเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเวลาเราเดิน หรือวิ่งระยะยาว ร่างกายจะเลือกเผาผลาญไกลโคเจนและไขมัน เพื่อสร้างพลังงาน เพราะฉะนั้นถ้ายิ่งฟิตกล้ามเนื้อแข็งแรงต้องมีไกลโคเจนสะสมในกล้ามเนื้อได้มากกว่าปกติ จึงจะสามารถวิ่งได้ระยะไกลมากขึ้น

ส่วนใหญ่ไกลโคเจนจะอยู่ในแป้งจากพืช น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง มันฝรั่ง เส้นพาสต้า หรือมักกะโรนี ขนมปังโฮลวีต รวมถึงผลไม้ต่างๆ เช่น แอปเปิล กล้วย องุ่น สับปะรด สาลี่ เป็นต้น และหากเป็นการวิ่งในระยะยาวอาจจะเน้นเมนูที่เป็น Antioxidant ที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บเพิ่มเติมไปด้วย เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รีต่าง ๆ มะม่วงสุก มะละกอสุก องุ่น แอปเปิล ชาเขียว แตงโม เป็นต้น



