ทั้งนี้ จากการที่มีผู้กระทำให้ “แวดวงพระสงฆ์มัวหมอง” โดยเกิดกระแส “อื้อฉาวอื้ออึงต่อเนื่อง” ก็ทำให้ “เกิดวิกฤติศรัทธาต่อแวดวงพระสงฆ์อย่างมาก” แต่ชาวพุทธไทยก็มิได้ถึงขั้นเสื่อมศรัทธาพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม ถ้าสถานการณ์แวดวงพระสงฆ์มัวหมองยังเกิดขึ้นมาก เกิดเรื่อย ๆ ไม่หยุดหย่อน ก็ไม่แน่??…

เพื่อมิให้ลามกระทบไปทั่วในภาพรวม

ก็ต้องแก้วิกฤติศรัทธาแวดวงพระสงฆ์

โดยทางวิชาการสงฆ์ก็ศึกษากรณีนี้ไว้

อนึ่ง เกี่ยวกับ “วิกฤติศรัทธาแวดวงพระสงฆ์” ซึ่งจำเป็นที่จะต้อง “แก้ไข-ฟื้นฟู-ป้องกันปัญหาวิกฤติศรัทธาเกิดซ้ำ ๆ จนกระทบพระพุทธศาสนาในภาพรวม” นั้น ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” พลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูล-สะท้อนย้ำ โดยมีข้อมูลแนวทางเรื่องนี้ที่เผยแพร่ไว้ใน วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 เดือน ม.ค.-ก.พ. 2566 ผ่านบทความวิชาการ “วิกฤติการณ์ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระสงฆ์ไทยและแนวทางการสร้างศรัทธาของพระสงฆ์ในยุคโซเชียล” ที่จัดทำไว้โดย พระสมุห์ธณัฐพล ธมฺมสโร และ พระแมนรัตน์ จตฺตมโล ซึ่งมีมุมสะท้อนเชิงวิชาการน่าพินิจ

ทั้งนี้ งานวิชาการสงฆ์ชิ้นนี้ได้ระบุถึงวิกฤติศรัทธาที่เกิดขึ้นไว้น่าสนใจ โดยสังเขปนั้นมีว่า… วิกฤติศรัทธาที่ประชาชนชาวพุทธมีต่อพระสงฆ์นั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวในภาพลบที่มี พระสงฆ์ประพฤติละเมิดพระธรรมวินัย ทำให้ชาวพุทธติเตียน ที่ปรากฏให้เห็นบ่อย ๆ ซึ่ง จำเป็นต้องมีแนวทางการแก้ปัญหาวิกฤติศรัทธาพระสงฆ์ไทย ที่จะต้องอาศัยหลายภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาประกอบด้วย… 1.คณะสงฆ์,2.ประชาชนชาวพุทธ,3.นโยบายจากมหาเถรสมาคม

ในบทความวิชาการสงฆ์ดังกล่าวยังมีข้อมูลขยายความในส่วน “ข้อเสนอแนะแนวทาง” โดยระบุไว้ว่า… การแก้ไขปัญหาวิกฤติศรัทธาที่มีต่อพระสงฆ์ “ต้องทำอยู่ในฐานของความมีปัญญาด้วย” เนื่องเพราะหากขาดปัญญาก็จะไม่มีการพิจารณาเหตุและผล ซึ่งแนวทางในการแก้วิกฤติศรัทธา-สร้างศรัทธา ที่อาจแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก คือ… 1.ในส่วนของพระสงฆ์, 2.ในส่วนของประชาชน, 3.ในส่วนของนโยบาย ในแต่ละส่วนนั้นมีรายละเอียดและแนวทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้…

ในส่วนพระสงฆ์ ในระดับวัดนั้น เจ้าอาวาส หรือพระสังฆาธิการ มีหน้าที่ต้องสอดส่องพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่อยู่ในเขตปกครองของตน ให้ประพฤติตามพระธรรมวินัย ควบคุมพฤติกรรมให้สอดคล้องกับกฎกติกาที่เป็นกฎกติกาของวัดและนโยบายทางพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ รวมถึงมีการอนุวัติตามกฎหมายที่เป็นกฎหมายทั่วไปด้วย ขณะที่ พระภิกษุ สามเณร ต้องละอายและเกรงกลัวต่อบาปอกุศล ไม่ประพฤติล่วงเกินสิกขาบท ต้องไม่ประพฤติผิดวินัย

ในส่วนประชาชน ต้องมีศรัทธาที่มั่นคงในพุทธศาสนา โดย ถือหลักคำสอนทางพุทธเป็นหลัก มีวิจารณญาณในการเสพสื่อ และในส่วนนโยบาย ต้องมีนโยบายโดยมหาเถรสมาคม ไม่ว่าจะข้อบังคับที่สอดคล้องพระธรรมวินัย นโยบายที่ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อย และ ควรออกข้อกำหนดให้พระภิกษุสามเณรสร้างศรัทธาจากประชาชน ไม่ว่าจะจากการแสดงธรรม หรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนและพระสงฆ์มีส่วนร่วมปฏิบัติธรรมร่วมกัน

นอกจากนี้ ในบทความดังกล่าวยังเสนอ แนวทางแก้ปัญหาสำหรับหน่วยงานพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้อง เอาไว้ด้วย เพื่อใช้เป็นทางออกเพื่อการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น กล่าวคือ… ประการหนึ่ง… เมื่อพบกรณีพระสงฆ์ประพฤติผิด ไม่ว่าจะพระธรรมวินัยหรือกฎหมายบ้านเมือง การพิจารณาจะต้องชัดเจนและโปร่งใสเนื่องจากที่ผ่านมาส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหาหรือข้อร้องเรียน ในส่วนของการระงับอธิกรณ์ หรือพิจารณาความผิด มักใช้พระวินัยอยู่ 2 ข้อ คือ การพิจารณาต่อหน้าสงฆ์ (สัมมุขาวินัย) และการปกปิดไว้ (ติรวัตถารกวินัย) ซึ่งล้วนก่อให้เกิดความสงสัยแก่ประชาชน ทำให้สังคมคลางแคลงใจ

อีกประการหนึ่ง… มีการรณรงค์ อบรม ทำความเข้าใจ ให้ความรู้พระธรรมวินัยและพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ซึ่งมาตรา 37 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2561 ระบุถึงหน้าที่เจ้าอาวาสไว้ข้อหนึ่งว่า… ต้องปกครองสอดส่องให้บรรพชิตที่พำนักในวัดปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และตามกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งมหาเถรสมาคม และเป็นธุระในการ อบรมสั่งสอนทั้งแก่บรรพชิตและคฤหัสถ์ เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อเกิดกรณีพระสงฆ์ประพฤติผิดพระวินัย ก็มักจะมองเป็นเรื่องตัวบุคคล อย่างไรก็ตาม ก็ควรต้องรณรงค์ให้มีความรู้กันทั้งในเรื่องพระธรรมวินัย และในเรื่องพระราชบัญญัติคณะสงฆ์

ทั้งนี้ ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” พลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูล-สะท้อนย้ำมาข้างต้น ก็ “น่าพินิจ-น่าสนใจ-น่าปฏิบัติ” เพื่อ “แก้ไข-ฟื้นฟู-ป้องกันปัญหาวิกฤติศรัทธาต่อพระสงฆ์เกิดซ้ำ ๆ จนกระทบพระพุทธศาสนาในภาพรวม” โดยนอกจากสาเหตุเรื่อง“เงิน”และเรื่อง “กาม”ที่ไม่เพียงเฉพาะเกี่ยวกับสีกา-เพศหญิง กับเพศอื่นก็ด้วย สาเหตุวิกฤติศรัทธาต่อพระสงฆ์นั้นก็ยังมีอย่างอื่นอีก รวมถึงกรณี “เผยแผ่ธรรมผิดเพี้ยน” หรือ “ไม่ใส่ใจเผยแผ่ธรรม” นี่ก็ด้วย …ซึ่งก็ดังที่ระบุไว้แต่ต้น…

ที่อื้ออึงอาจแค่บางส่วนของยอดภูเขา

ลึก ๆ วิกฤติศรัทธาพระสงฆ์” นั้น

อาจ “เป็นภูเขาจมซ่อนอยู่ใต้น้ำ??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์