ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนแพทย์ เป็นหนึ่งโรงพยาบาลชั้นนำของไทย ยิ่งต้องพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศูนย์โรคหัวใจ โดยฝ่ายห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด หน่วอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ ร่วมกับหน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัยและฝ่ายการพยาบาล โชว์ความเจ๋ง โดยนำเทคโน โลยี เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจ Impella System มาใช้ขณะทำหัตถการสวนและขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวดในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงมาก (Complex high-risk indicated percutaneous coronary intervention (CHIP-PCI)) โดยได้ทำให้ผู้ป่วยรายแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2568
พญ.ศิริพร อธิสกุล อายุรแพทย์โรคหัวใจ หัวหน้าห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬาฯ อธิบายว่า ภาวะหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นอันตรายที่พบได้บ่อย เกิดขึ้นเฉียบพลัน และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และการขาดการออกกำลังกาย
อาการสำคัญคือ เจ็บแน่นหน้าอก ซึ่งอาจร้าวไปบริเวณอื่น ร่วมด้วย เหนื่อยง่ายผิดปกติและหายใจลำบาก ภาวะหัวใจขาดเลือดอาจพบร่วมกับภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและอาจทำให้เกิดภาวะช็อกได้หากกล้ามเนื้อหัวใจได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้

การรักษามีหลายวิธี โดยแพทย์จะประเมินรอยโรคและสภาพผู้ป่วย เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม ได้แก่ การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและ/หรือใส่ขดลวด (PCI) หรือการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG) หรือที่เรียกว่าการทำบายพาส แต่ถ้าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงการทำหัตถการนี้อาจมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตกะทันหัน ทีมแพทย์จึงนำเครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจ Impella System เข้ามาเสริมการรักษา จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดแบบสายสวน โดยรพ.จุฬาฯ เป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้การรักษาด้วยเทคโนโลยีนี้
ทั้งนี้ เครื่อง Impella เป็นเครื่องปั๊มหัวใจที่เล็กที่สุดในโลก โดยใส่สายสวนผ่านผิวหนัง ผ่านหลอดเลือดแดงต้นขาเข้าไปในหัวใจห้องล่างซ้ายเพื่อสูบฉีดเลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปยังหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตาและส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย นับว่า Impella system เป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับประเทศไทย ที่จำเป็นต้องใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการฝึกฝนแล้วเท่านั้น

“ทีมแพทย์หัวใจโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภา กาชาดไทย ได้นำเทคโนโลยีเครื่อง Impella มาใช้เพื่อช่วยพยุงการทำงานของหัวใจในระหว่างการทำหัตถการหลอดเลือดหัวใจแบบซับซ้อนในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงมากแทนการผ่าตัด ทำให้สามารถทำหัตถการโดยไม่ต้องผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น เพิ่มอัตราการรอดชีวิต ผู้ป่วยปลอดภัยและฟื้นตัวเร็ว คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการรักษาดีขึ้น ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง”

พญ.ศิริพร ย้ำว่า แม้ว่าเครื่อง Impella จะช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ แต่ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ การเกิดลิ่มเลือด เลือดออกที่ตำแหน่งที่ใส่สายสวน เป็นต้น และมีข้อห้ามในการใส่ Impella ที่สำคัญ ได้แก่ ผู้ป่วยมีลิ่มเลือดในหัวใจห้องล่างซ้าย มีภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรงหรือรั่วระดับปานกลางถึงรุนแรง โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบชนิดรุนแรงที่ทำให้ใส่สายสวนไม่ได้ ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรงหรือระบบหายใจล้มเหลว
การนำเทคโนโลยี Impella มาใช้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคหัวใจในประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีระดับโลก และการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชน และสร้างระบบสาธารณสุขไทยที่แข็งแรงและทันสมัยยิ่งขึ้นในอนาคต.



