ไม่ได้เหนือความคาดหมายเท่าไรนัก พรรคเพื่อไทยต้องมาเจอ ’นิติสงคราม“ ตามหลอกหลอนเล่นงาน!!
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย 6:3 ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไปพร้อมกับคณะรัฐมนตรี เมื่อวันศุกร์ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา จากปม คลิปเสียงฮุน เซน ส่งผลให้ “ตระกูลชินวัตร” ต้องหลุดจากเก้าอี้ผู้นำประเทศ ไทย เป็นคนที่ 3 นับตั้งแต่ นายทักษิณ ชินวัตร บิดา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาของ น.ส.แพทองธาร
ไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดของบทบาทผู้นำเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นที่ร้อนแรง นั่นคือ “นิติสงคราม” ใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายคู่แข่งทางการเมือง เดือน ส.ค. 2567 รัฐบาลพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯคนที่ 30 ถูกศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย 5:4 ให้พ้นตำแหน่งนายกฯ พร้อมคณะรัฐมนตรี จากปมแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติ
น.ส.แพทองธาร ของเพื่อไทย ถูกโหวตให้ขึ้นมาเป็น นายกฯ คนที่ 31 ของประเทศไทย ต่อจากนายเศรษฐา บริหารประเทศเพิ่งจะครบปี ต้องมาถูกเล่นงานซ้ำสอง สร้างผล
กระทบที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งการเมือง ที่สำคัญตอกย้ำภาพลักษณ์ นายกฯเครือข่ายจากตระกูลชินวัตร ตั้งแต่สมัยปี 2554-2568 (ไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย) จะต้องเผชิญกับการ “เช็กบิล” จากองค์กรอิสระมาอย่างต่อเนื่อง
แทบจะกลายเป็นล้างไพ่ “ตระกูลชินวัตร” ออกไปจากเก้าอี้ผู้นำประเทศไทยก็ว่าได้ หมดตัวตายตัวแทนจะขึ้นมาสานต่อทันท่วงที เหนือสิ่งอื่นใดจะกลายเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย คงต้องจารึกเรื่องราวของ นายกฯหญิงเจน Y ที่สะดุดขาตัวเองจาก คลิปฮุน เซน ยิ่งกว่านิทานอีสปหมาป่ากับลูกแกะ เล่ห์เหลี่ยมของ ฮุน เซน อายุ 73 ปี กุมอำนาจเขมรยาวนานเกือบ 40 ปี ปัจจุบันนั่งเป็นประธานวุฒิสภา ขณะที่ น.ส.แพทองธาร อายุ 39 ปี บริหารมาเพิ่งครบ 1 ปี
ชั้นเชิงการเมืองระดับประเทศห่างกันหลายขุม คลิปเสียงความยาว 17 นาที 6 วินาที ฮุน เซน ใช้ปล่อยออกมามิ.ย.2568 กลายเป็น “ไพ่ตาย” เล่นงานนายกฯไทย จนกระเด็นต้องตกเก้าอี้จะหันไปโทษใครก็ไม่ได้ นอกจากต้องยอมรับบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตที่ตัวเองทำพลาดพลั้ง
แต่ประเทศกลายเป็นสุญญากาศไม่ได้ การเดินหมากบนกระดานการเมืองไทย สภาพเหมือนกำลังไล่ต้อนอีกฝ่ายให้จนมุม การพลิกขั้วรัฐบาลช่วงชิงเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ทันทีตั้งแต่เย็นวันที่ตำแหน่งนายกฯว่างลง การเมืองระอุดุเดือดเลือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ประชาชนได้เห็น แต่ละพรรคการเมืองแก่งแย่งคะแนนเสียงจากพรรคต่าง ๆ เพื่อหวังความได้เปรียบจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาแข่งเพื่อไทย
ไม่มีมิตรแท้-ศัตรูถาวร ของบรรดาแกนนำแต่ละพรรคการเมือง ทั้งเดินสายไปพบปะกินข้าวเจรจากันแบบหัวบันไดไม่แห้ง “ฝูงงูเห่า” โผล่เลื้อยย้ายข้างพลิกขั้วแสดงตัวออกมาชัดเจน อ้างต้องการทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง
ในช่วงฝุ่นการเมืองตลบอบอวลยาวหน้าฝน ศึกช่วงชิงเก้าอี้นายกฯ คนที่ 32 พ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศได้เห็นตัวตนแท้จริง ’การเมืองการละคร“ แต่ละขั้วต่างก็ยังมีชนักปักหลังอยู่ โดยเฉพาะ ’คดีฮั้ว สว.-คดีเขากระโดง“ กำลังร้อนแรงขึ้น
เรื่อย ๆ จนทำอีกฝ่ายนั่งไม่ติดเช่นกัน
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาก็ใช่จะสู้ดีนัก หากปัญหาแก่งแย่งช่วงชิงเก้าอี้ผู้นำกันจนสร้างวิกฤติระลอกใหม่ขึ้นมาอีก งานนี้ไม่รู้จะต้องถึงขั้นใช้ “นายกฯขัดตาทัพ” ขึ้นมานำพาประเทศหรือไม่? การเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้!!.
เชิงผา



