พลานุภาพ คลิปเสียงน.ส.แพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มีความรุนแรงจริง   นอกจากจะทำให้ทายาททางการเมืองของ นายทักษิณ ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ  ด้วยมติ 6 ต่อ 3  จากเหตุมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรง ขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้ามตาม รธน.มาตรา 165

โดยคำวินิจฉัยตอนหนึ่งยังระบุว่า แม้ผู้ถูกร้องกล่าวอ้าง และชี้แจงว่า เหตุการณ์ คุยกับฮุน เซน เพื่อแก้ไขบ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุข โดยไม่ ต้องใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน แต่ภาพลักษณ์ของนายกฯ ทำให้สาธารณชน เกิดความเคลือบแคลง สงสัยว่า ผู้ถูกร้องจะทำการใด ๆ อันเป็น ประโยชน์ต่อกัมพูชา มากกว่าประโยชน์ของชาติ

เป็นเหตุให้สาธารณชน ขาดความเชื่อถือ ศรัทธานายกฯ ของไทย เกิดความ เสียหายร้ายแรง ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้อง เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของนายกฯ ไม่ยึดมั่นกฎหมาย และไม่คำนึง ผลประโยชน์ชาติ

เลยไม่รู้ว่า คำวินิจฉัยดังกล่าว  เป็นเหตุผลทำให้ มิตรที่เคยรักใคร่ กับผู้มากบารมีของพรรคเพื่อไทย ยังต้องขอแยกทาง ใครจะเชื่อว่า สส. พรรครวมไทยสร้างชาติในกลุ่มของ นายสุชาติ ชมกลิ่น จะไปแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมพรรคภูมิใจไทย รวมถึง พรรคกล้าธรรม ที่มี ..ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นคนกุมบังเหียน ยังมีชื่อสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ

หรือบรรดาเพื่อน ที่เคยรักกันมา กับพรรคแกนนำรัฐบาล คงมองแล้วว่า หากฝืนหนุน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยต่อไป หนทางที่จะได้ ไปต่อทางการเมือง คงยากแล้ว เพราะที่ผ่านมาล้มเหลวทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม  ปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน จนก่อให้เกิด ผลกระทบกับชาวบ้าน ที่อยู่ในพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา  ทั้ง ความปลอดภัย การทำมาค้าขาย  การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทุกอย่างหายไปหมด  ต่อให้เปลี่ยนตัวนายกฯก็ตาม

แต่ที่ทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์ และคาดไม่ถึง ในระหว่าง หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงรายละเอียดการขอเป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาล มี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย มาร่วมแถลงด้วย  โดยยืนยันอยากเห็นประเทศไทยเดินหน้าต่อไป

“ผมและสมาชิก อีกประมาณ 10 คน จึงเห็นสมควรสนับสนุน นายอนุทินเป็นนายกฯ มันเป็นเอกสิทธิ์ของผม ผมเป็นผู้แทนบ้านนอกเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผมมั่นใจว่าท่านอนุทิน เหมาะสมที่สุด”

ต้องยอมรับ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ เช่นนี้ ในพรรคเพื่อไทย มีแต่ สส. พรรคการเมืองอื่น หันมาสนับสนุนพรรคที่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งมาตลอด นับตั้งแต่ก่อตั้ง ไทยรักไทย จนมาถึง เพื่อไทย เพิ่งมาแพ้ พรรคประชาชน เมื่อปี 2566 แต่ก็ยังพลิกกลับมาได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ทั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน และ ..แพทองธาร ก็ล้มเหลว ในการทำหน้าที่ ผู้นำฝ่ายบริหาร จนทำให้บรรดาเพื่อนร่วมพรรค ต่างโดดหนีขอสละเรือ

ขนาดที่หลายคนวิเคราะห์ไปถึงขั้นว่า  ถ้าหากมี การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยอาจได้ สส.เต็มที่ ไม่เกิน 50 คน  เรียกว่าตกต่ำที่สุด นับตั้งแต่ตั้งพรรคมา จริง ๆ ดูวุฒิภาวะ อดีตนายกฯหญิงคนที่สอง ก้มหน้าดูไอแพดเวลาเจรจาความเมืองกับผู้นำชาติต่าง ๆ พลาดอย่างใหญ่หลวงกับการพูดคุยสมเด็จฮุน เซนโดยไม่รู้ว่ามีการแอบอัดเสียงอยู่ ซึ่งหลายคนเชื่อว่า เป็นผลพวงความขัดแย้ง ระหว่างสองตระกูล

เชื่อว่าในที่สุด การแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล ต้องจบด้วย ความล้มเหลว ของ “พรรคเพื่อไทย” ส่วนจะใช้เวลาฟื้นฟูอย่างไร   คงไม่ใช่เวลาช่วงสั้น ๆ แน่ หรือจะหมดเวลาแล้ว สำหรับคน ตระกูลชินวัตร ตอกย้ำให้ได้เห็นสัจธรรม ไม่มีใคร ยึดครองอำนาจได้  อย่างยาวนานและยั่งยืนยง  เมื่อไร้ความสามารถก็ต้องเปิดทางให้คนอื่นเข้ามามีบทบาทแทน.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่