ปี 2543 ผมไปทำเรื่องที่ดิน 2 แปลง ให้แม่กับญาติ ซึ่งมีเอกสารสิทธิ นส.3 มาตั้งแต่ปี 2517 ส่วนคู่กรณีเป็นชาวบ้านด้วยกันนี่แหละ และมีนส.3 เหมือนกัน แต่ไปขอออกโฉนดก่อน จึงขอรังวัดคลุมที่ดินของแม่และญาติซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียงกัน ออกโฉนดไปเป็นของเขาด้วย
แม่กับญาติมารู้ภายหลัง จึงไปติดต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดในภาคตะวันออก เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหา แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ช่วยหาทางออก ปล่อยให้เทียวไปเทียวมากันอยู่อย่างนั้น เกือบ 2 ปี
ผมทนไม่ไหว จึงไปดำเนินการให้แม่กับญาติ จน “หัวหน้างานทะเบียน” ในสำนักงานที่ดินฯ เพิกถอนโฉนดที่ออกทับที่ดินของแม่กับญาติ โดยไม่ได้เสียเงินใต้โต๊ะใดๆทั้งสิ้น แล้วแม่กับญาติก็ขอออกโฉนด ไม่เห็นยากเย็นอะไรตรงไหน ไม่ต้องฟ้องใครให้คดีรกศาล
มาถึงกรณี “ที่ดินเขากระโดง” จ.บุรีรัมย์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อธิบายออกทะเลอ่าวไทยว่า ถ้าผิดจริง 2 ปีที่ผ่านมา ทำไมรัฐบาลเพื่อไทยถึงไม่สั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ฟ้องเอาผิด
คดีเกี่ยวกับที่ดินเขาต่อสู้กันด้วย “เอกสารราชการ” แล้วนายธนาธรไปอยู่ที่ไหนมา? จึงไม่รู้ว่า รฟท. ฟ้องชนะไม่รู้กี่ศาลแล้ว (ศาลชั้นต้น-อุทธรณ์-ฎีกา (ปี 60)-ศาลปกครองกลาง) ว่าที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ 80 ตารางวา เป็นของ รฟท.
โดยที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 60 มีการใช้อำนาจทางการบริหาร เพื่อดึงเวลา มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ ทั้งที่คดีที่ดินเขากระโดงสิ้นสุดไปแล้ว
แม้จะฟ้องกันแค่ 35 แปลง ส่วนอีกกว่า 900 แปลง ที่ออกโฉนดโดยมิชอบ ทับซ้อนที่ดิน รฟท. กรมที่ดินในฐานะผู้ออกโฉนดให้ประชาชนกลุ่มนี้โดยผิดกฎหมาย ต้องเพิกถอนโฉนดออกไปจากที่ดินหลวง
ระหว่าง 2 วิธีนี้ นายธนาธรคิดว่าควรใช้วิธีไหน?
1.กรมที่ดิน เร่งเพิกถอนโฉนดทั้งหมดที่ออกทับซ้อนที่ดินรฟท. บริเวณเขากระโดง
2.ให้รฟท.ไปไล่ฟ้องประชาชนเป็นราย ๆ แปลงที่ทุจริต ได้โฉนดมาโดยมิชอบ แต่ รฟท. ต้องเสียทั้งเวลา-กำลังคน-งบประมาณ
เรื่องที่ดินเขากระโดง ว่านายธนาธรอธิบายออกทะเลแล้ว! แต่เรื่อง “ฮั้ว สว.” ยิ่งออกมหาสมุทรไปเลย! คือนายธนาธรไม่รู้ หรือว่าแกล้งไม่รู้? ว่าในส่วนของสำนักงานกกต. มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.ไป 229 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และเครือข่ายอีก 91 คน
แต่ สว. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ยังโหวตคนมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ+กกต. ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม และ “ดีเอสไอ”
“ดีเอสไอ” กำลังต้อนผู้เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.เข้ามุม เพื่อแจ้งข้อหา “ฟอกเงิน-อั้งยี่” แต่พรรคพวกของนายธนาธรไปเป็น “นั่งร้าน” ให้เขาเป็นรัฐบาล และยังไม่ทันได้เข้ากระทรวง ก็มีมือมืดสั่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอยกเลิกการสอบปากคำพยาน เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
ถ้าไม่เป็น “นั่งร้าน” ให้เขา! ป่านนี้คงได้เห็นอะไรๆ กันบ้างแล้ว “ธนาธร”.
พยัคฆ์น้อย



