เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การเภสัชกรรม หรือ อภ. ได้ฤกษ์เปิด “ร้านขายยา” ที่มีสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานยุคเก่ายุคใหม่ขึ้นภายในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข 1 ไร่ ใช้งบประมาณราว 20 ล้านบาท เพื่อเป็น Flagship Store สาขาแรก โดย “พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม” ระบุว่า เดิมที ร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรม เคยตั้งอยู่ในกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แต่พื้นที่มีขนาดเล็กจึงขยายพื้นที่ใหญ่ขึ้นจากเดิม 3 เท่า พร้อมให้บริการที่มากกว่าการขายยา เช่น การให้บริการ Telemedicine

“อนาคต เราคาดหวังว่าถ้าองค์การเภสัชกรรมมีตัวยาใหม่ ๆ มีบริการใหม่ ๆ เกิดขึ้น จะนำมาเปิดตัวที่นี่ที่แรก จึงขอเชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ ที่สำคัญยังรองรับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ในการให้คำปรึกษาและจ่ายยาในกลุ่ม 32 อาการขั้นพื้นฐาน เทเลเมดิซีนก็เช่นกัน ปรึกษาแพทย์ผ่านออนไลน์ เมื่อแพทย์วินิจฉัยอาการก็จะจ่ายยา สามารถรับยาที่ร้านยาองค์การเภสัชฯได้ทันที”

พญ.มิ่งขวัญ ยังบอกอีกว่า ได้เตรียมที่จะเปิดบริการสำหรับคนเมือง หรือที่เรียกว่า “GPO Metro Sky ร้านขายยาบนรถไฟฟ้า” อีก 14 สาขา มีเภสัชกรให้บริการประจำทุกร้าน ส่วน Telemedicine จะทยอยดำเนินการ ซึ่งอาจดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน

ด้าน ภก.ปีฐพล รัตนจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายขาย องค์การเภสัชกรรม เสริมว่า ยาที่นำมาจำหน่ายไม่ได้หวังผลกำไร แต่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงยา และเวชภัณฑ์ได้ นอกจากเรื่องซื้อยาแล้ว

ส่วนบริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ระยะไกล ที่อยู่ในตู้ภายในร้าน โดยแพทย์จากหลายโรงพยาบาล คอยให้คำปรึกษา เนื่องจากมียาบางประเภท จะจัดจำหน่ายได้ต้องมีคำสั่งแพทย์ วิธีใช้งาน คือ ให้ประชาชนเข้าไปในตู้เพื่อพูดคุยกับแพทย์ จากนั้นก็จะได้ใบสั่งยา แล้วนำไปรับยาได้เลย

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ป่วยระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” ที่มารับบริการนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ร้านยาองค์การเภสัชกรรม 8 สาขา จะให้บริการ 32 อาการพื้นฐาน ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนด ซึ่งมาขอรับบริการที่สาขากระทรวงสาธารณสุขได้

2.ส่วนของ Telemedicine ก็จะครอบคลุม 30 บาท รักษาทุกที่ด้วยยาตามที่แพทย์สั่งจ่าย หรือคนไข้ต้องการปรึกษาแพทย์เฉพาะด้าน ก็สามารถใช้บริการตู้ Telemedicine ได้ เพื่อความสะดวกของประชาชน เบื้องต้นบริการดังกล่าวยังมีอยู่แค่สาขากระทรวงสาธารณสุข ถ้าผลตอบรับดี คนใช้บริการมาก ก็มีการตั้งเป้าว่าจะขยายไปที่สาขาอื่น ๆ ด้วย

นอกจากนี้ อีกไม่นานองค์การเภสัชกรรมจะหารือกับ สปสช.เพื่อนำชุดทดสอบ HIV, ถุงยางอนามัย, ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ หรือสิ่งที่เป็นโปรเจกต์ของ สปสช. มาปรับเข้ากับร้านขายยาขององค์การเภสัชฯ เพื่อให้สะดวกกับประชาชนคนทำงาน เช่น ตื่นเช้าไปทำงาน กลับบ้านต้องขึ้นรถไฟฟ้า BTS ก็สามารถขอรับบริการเหล่านี้ได้.