ทั้งนี้ กรณี “ปัญหาที่เกิดกับเด็กไทย”นั้น แม้ว่าภาครัฐ รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ก็ให้ความสำคัญ หากแต่จากการที่ “บริบทสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” ปัจจัยสำคัญปัจจัยนี้ก็ “ส่งผลให้ปัญหาเด็กประเด็นต่าง ๆ ยังคงรุนแรง อีกทั้งยังมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” ดังนั้น “จำเป็นต้องแก้ไขป้องกันให้เท่าทัน”ซึ่ง… ต้องเชิงรุก”

และ “รัฐบาลจะต้องเป็นหัวเรือใหญ่”

ชูธง “หนุนหน่วยงานรัฐทำงานเชิงรุก”

เกี่ยวกับเรื่องทางสังคม-กรณี “ปัญหาที่เกิดกับเด็กไทย”ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” หยิบยกขึ้นมานี้…ก็มิใช่จะมาชี้ว่าหน่วยงานรัฐ รัฐบาลที่ผ่านมา หรือรัฐบาลปัจจุบัน ทำงานได้ไม่ดี หรือไม่ใส่ใจ ก็เพียงแต่จะสะท้อนว่า “ปัญหากลุ่มนี้ยังรุนแรง”ซึ่งกับรัฐบาลปัจจุบัน แม้จะเป็นรัฐบาลในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ต้องให้กำลังใจในการเร่งทำงานแก้ปัญหาเรื่องนี้ควบคู่ไปกับเรื่องอื่น ๆ และก็ต้องรอดูผลงานแก้ปัญหากันไปก่อน โดยเฉพาะผลงานนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ปัจจุบันคือ อัครา พรหมเผ่า

อย่างไรก็ตามทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็ขอสะท้อนย้ำเกี่ยวกับปัญหานี้ไว้ว่า… “ปัญหาประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดกับเด็กไทยยังเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องได้รับการดูแลแก้ไขเชิงรุกอย่างจริงจัง เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว” ทั้งนี้ ไม่ว่าจะปัญหาประเด็นใด “การจะแก้ปัญหา”นั้น…ยังไง “นโยบายระดับรัฐบาล-รัฐมนตรี…ก็ย่อมสำคัญ!!”

โดยที่… นโยบายแก้ปัญหาเกี่ยวกับเด็ก” และ “นโยบายการพัฒนาเกี่ยวกับเด็ก” ในอดีตที่ผ่าน ๆ มา ในหลาย ๆ รัฐบาล ต่างก็มีกันทั้งนั้น แต่ที่สำคัญคือ ต้องเข้มข้นจริงจังและเท่าทันสถานการณ์ปัญหา และเมื่อมีนโยบายแล้วก็ ต้องทำตามนโยบายที่มีให้เกิดสัมฤทธิ์ผลได้จริง หรือแม้เวลาทำงานจะมีสั้นอย่างน้อยก็ต้องริเริ่มไว้ให้เป็นรูปธรรม

และกับกรณี “ปัญหาเกี่ยวกับเด็ก” ที่ก็ย่อม “ยึดโยงนโยบายการบริหารของผู้ที่มีอำนาจหน้าที่บริหารประเทศด้วยเช่นกัน” นั้น… ที่ผ่านมาก็ มีนักวิชาการ มีผู้สันทัดกรณี ที่ “ชี้ประเด็นน่าคิดน่าทำ” ไว้ไม่น้อย ซึ่งมาถึงปัจจุบัน มาถึงตอนนี้ที่ไทยมีการบริหารประเทศโดยรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ชวนคิด… สิ่งต่าง ๆ ที่ถูกชี้ไว้ยังร่วมสมัย??”

ยกตัวอย่าง…จากที่นักวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บางท่านระบุไว้ สรุปได้ว่า… สังคมไทยยุคหลัง ๆ เน้นทุนนิยม-วัตถุนิยม มีปัญหาการปลูกฝังความดีงาม ต้องส่งเสริมกลไกที่สร้างคนได้ดีมาแต่ยุคอดีต อาทิ ศาสนา ศีลธรรม การอบรมที่ถูกต้องเหมาะสมโดยพ่อแม่ครอบครัว เพื่อที่จะปลูกฝังความดีงาม สร้างจิตสำนึกที่ดีให้เกิดขึ้นให้ได้ไม่เช่นนั้นคุณภาพหรือชีวิตที่ดีของเด็ก เยาวชน จะไม่เกิดขึ้น …คำถามก็คือ “กลไกปลูกฝังเด็กไทยวันนี้เป็นเช่นไร??”

ตัวอย่างถัดมา…จากที่ผู้สันทัดกรณี สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล สะท้อนไว้ สรุปได้ว่า… เรื่องคุณภาพของเด็ก เยาวชน นอกจากการมีชีวิตที่อยู่รอดปลอดภัยแล้ว ยังมีกรอบวิธีคิดในเรื่องความรู้ ความสามารถ และทักษะ 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาด้านอาชีพและชีวิต การบูรณาการด้านนวัตกรรม การรู้เท่าทันสื่อใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ โดยจะ ต้องมีขั้นตอนที่จะนำสู่การพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของเด็ก ซึ่งการรู้เท่าทันสื่อ-ใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ นี่นับวันก็ยิ่งเป็นทักษะที่เด็กต้องเรียนรู้และเข้าใจ เพราะ โลกปัจจุบันสื่อโซเชียลมีพลังมาก ถ้าเด็กเจอการใช้สื่อในทางที่ผิดก็จะอันตรายต่อเด็กมาก!! …กรณีนี้ก็มีคำถามว่า “เด็กไทยเท่าทันสื่อโซเชียลแค่ไหน??”

อีกตัวอย่าง…จากที่นักวิชาการผู้สันทัดกรณีบางท่านของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยระบุไว้นานแล้ว สรุปได้ว่า… ประเทศไทย นโยบายเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ที่เป็น “นโยบายแบบเป็นชุด” ยังไม่ค่อยมี นโยบายระดับรัฐบาลส่วนมากเน้นเรื่องเศรษฐกิจ เสียมากกว่า

นโยบายการบริหารประเทศ ส่วนที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน ในภาพรวมหรือแบบเป็นชุดนั้น กับ การเน้นพัฒนาเด็ก เยาวชน โดยเฉพาะการ “ดูแลคุ้มครองสิทธิเด็ก” ที่รวมถึง “ดูแลไม่ให้เด็กถูกล่วงละเมิด” ไม่ว่าเด็กหญิงหรือเด็กชาย และรวมถึง การเน้นพัฒนาคุณภาพของเด็ก เยาวชน การเน้นสร้างครอบครัวอบอุ่น ซึ่งก็ “หมายถึงความมั่นคงของประเทศด้วย” นโยบายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในลักษณะนี้ “ยังต้องให้เข้มข้นมากขึ้นอีก” เนื่องเพราะเหตุที่ว่า…

ถ้าไทยยังไม่มีนโยบายด้านเด็กและเยาวชนที่ทำให้แก้ปัญหา พัฒนา ได้ผลจริง ๆ ปัญหาเด็กและเยาวชนในไทยจะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ” …นี่เป็นประเด็นที่ถูกชี้ไว้ตั้งแต่ปี 2554 โดยตอนนั้นก็มีการระบุอีกว่า… ปัญหาที่เกิดกับเด็ก ถ้าปล่อยเรื้อรัง 5-6 ปี ระดับปัญหาจะยิ่งเลวร้ายลง 2-3 เท่าตัว” …ซึ่งคำถามคือ “นโยบายเด็กวันนี้เข้มข้นหรือยัง??”

ทั้งนี้ มาถึงบรรทัดนี้ก็ขอย้ำว่า… ต้องให้กำลังใจรัฐบาลในการ “แก้ปัญหาที่เกิดกับเด็ก” ควบคู่กับการแก้ปัญหาอื่น ๆ และก็… หวังว่านายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง จะชูธงนำเร่งแก้เชิงรุก”เพราะ…

ปัญหาของคนตัวเล็ก “ไม่ใช่เรื่องเล็ก”

มีหลายกรณีที่ “รุนแรง และเลวร้าย”

ที่ “ทำลายอนาคตเด็กอนาคตไทย”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์