แม้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะเสด็จสู่สวรรคาลัย นำมาสู่ความโศกเศร้าและหม่นหมอง ให้กับพสกนิกรชาวไทย แต่สิ่งที่ “แม่หลวงของแผ่นดิน” ผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้กับลูก ๆ ที่มีอยู่ทั้งแผ่นดิน มีมากมายจนยากที่จะบรรยายหมด แต่ขอยกตัวอย่างโครงการหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ทรัพยากร ธรรมชาติ ช่วยหาแหล่งน้ำ ให้ชาวบ้านไว้ใช้ประโยชน์ ในรูปแบบต่าง ๆ
สืบเนื่องจาก “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ” ได้ทอดพระเนตรเห็นความเสื่อมโทรมของป่าไม้ ที่นำไป สู่ความแห้งแล้ง ของแผ่นดิน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายพื้นที่ ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่ง ที่มีการสูบน้ำเกลือ จากใต้ดินขึ้นมา เพื่อนำไปต้มเอาเกลือมาใช้ประโยชน์ บริเวณผิวดินนั้นจะ ปรากฏเป็นส่าเกลือ แผ่กระจายเป็นบริเวณกว้าง
ในขณะที่บางแห่งเป็นดิน ที่มีแต่ฝุ่นทราย และถูกทิ้งร้างไว้นับสิบ ๆ ไร่ โดย ไม่มีพืชพรรณ เติบโตขึ้นได้ ประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของราษฎร ซึ่งได้ตัดไม้ใหญ่ที่มี คุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ไม้แดง และไม้ประดู่เป็นจำนวนมาก เพียงเพื่อนำไปใช้เป็นฟืนในการต้มเกลือ
พระองค์ทรงวิตกว่า หากปล่อยไว้เช่นนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องกลายเป็นทะเลทราย อย่างแน่นอน จึงทรงศึกษาค้นคว้า และทรงพบว่ารากต้นไม้จะอุ้มน้ำจืดเอาไว้ และน้ำจืด จะไปกดน้ำเค็ม ที่อยู่ในพื้นดินใต้รากลงไป ทำให้น้ำเค็มหรือดินเค็มไม่สามารถลอยตัวขึ้นมาข้างบนได้
เมื่อต้นไม้ถูกตัดมาก ๆ และนานเข้า ดินเค็มจะลอยตัวขึ้นมา เมื่อดินมีสภาพเป็นดินเค็ม ทำการเพาะปลูก ไม่ได้ผล ราษฎรก็จะไม่มีที่ทำกิน และ ผืนดินก็จะยิ่งแห้งแล้ง ขาดความอุดมสมบูรณ์ต่อไปยิ่ง ๆ ขึ้น เนื่องจากต้นไม้ ไม่สามารถเจริญเติบโต ได้ในพื้นดินนั้น
ดังนั้น พระองค์จึงมีพระราชดำริ ฟื้นฟูทรัพยากร ธรรมชาติโดยอาศัยความ ร่วมมือของประชาชน ด้วยทรงตระหนักว่าการรักษาป่าไม้ไว้ให้ได้นั้น จำเป็นต้อง สร้างความรู้สึกรัก และหวงแหนต้นไม้ให้เกิดแก่ประชาชนเสียก่อน โดย ให้ประชาชนรักป่า เหมือนเป็นสมบัติของตนเอง “โครงการป่ารักน้ำ” จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2525 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแห่งแรก ณ บ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร
“โครงการป่ารักน้ำ” เป็นพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่จะบรรเทาวิกฤติการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง พระองค์ทรงตรัสว่า “ขาดน้ำ ทุกชีวิตสิ้นสุดทันที” การรักษาแหล่งน้ำไว้เป็นที่พึ่งพาอาศัยของมวลสัตว์โลกทั้งหลายนั้น น่าจะเป็น สิ่งที่สำคัญที่สุด
นอกจากจะมีประโยชน์ ในการอุปโภคและบริโภคกับคนแล้ว ยังมีประโยชน์กับ ระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม และ สัตว์ป่าทุกชนิด เพราะเป็นการฟื้นฟูสภาพของ ป่าที่เสื่อมโทรม บริเวณของต้นน้ำลำธาร ให้กลับสภาพเป็นพื้นที่ดูดซับน้ำได้เหมือนเดิม ซึ่งการ อนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า จะทำให้พื้นที่บริเวณป่าชุ่มชื้น อุดมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เป็นการรักษาป่า และต้นน้ำลำธาร ของพื้นที่ป่าและบริเวณใกล้เคียงได้เป็นอย่างดียิ่ง โดย โครงการป่ารักน้ำ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวน 5 โครงการ
อีกทั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2525 ณ บ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ตอนหนึ่งว่า “เราต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งว่าทรัพยากรป่าไม้นั้น สำคัญต่อพวกเรามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่ให้ความชุ่มฉ่ำ ต่อแผ่นดินและป่าไม้
ต้องมีสัตว์เพื่อช่วยในการขยายพันธุ์และ สร้างความสมดุล ของธรรมชาติ ส่วนสัตว์ป่านั้นก็ต้องมีแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย จึงกล่าวได้ว่า มนุษย์ ป่าไม้ และ สัตว์ป่า มีความสัมพันธ์กันอย่างละเอียดลึกซึ้งจนไม่สามารถจะขาดส่วนหนึ่งส่วนใดได้”
แม้ “แม่หลวงของแผ่นดิน” จะสถิตอยู่บนฟากฟ้า แต่คำสอนสั่ง และ โครงการต่าง ๆ ที่ทรงทำไว้ จะเป็นประโยชน์ ช่วยปกป้อง คุ้มครองคนไทยตลอดไป.
“เขื่อนขันธ์”



