การฉายรังสีสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ดี แต่ก็อาจทำลายเส้นประสาทและหลอดเลือดรอบต่อมลูกหมาก ที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วย ยิ่งเมื่อใช้ยากดฮอร์โมนเพศร่วมด้วย ระดับเทสโทสเตอโรนในเลือดจะลดลง ทำให้ความต้องการทางเพศหายไปชั่วคราว ภาวะนี้จึงพบได้บ่อยในผู้ที่ผ่านการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ทั้งแบบผ่าตัดและฉายรังสี ยาทาดาลาฟิล (Tadalafil) ช่วยได้อย่างไร หนึ่งในวิธีที่ใช้บ่อยและปลอดภัยคือ ยาทาดาลาฟิลซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ ทำให้แข็งตัวได้ดีขึ้น

ยานี้มี 2 วิธีใช้หลัก คือ ขนาด 20 มิลลิกรัม รับประทานเฉพาะเวลาต้องการ (ก่อนกิจกรรมทางเพศ 30–60 นาที) ขนาด 5 มิลลิกรัม รับประทานทุกวัน เพื่อคงระดับยาในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความพร้อมสม่ำเสมอ บางคนอาจสงสัยว่า ถ้าทานขนาด 20 มิลลิกรัมทุกวันได้ไหม? คำตอบคือ ไม่แนะนำ เพราะเป็นขนาดที่สูงเกินไปสำหรับการใช้ประจำ อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ หน้าร้อนวูบวาบ ปวดหลัง หรือมึนศีรษะได้

อาการข้างเคียงที่อาจพบ ปวดศีรษะ หน้าร้อนวูบวาบ คัดจมูก ปวดกล้ามเนื้อหลัง แน่นท้องหรือท้องอืด โดยทั่วไปจะเป็นเพียงชั่วคราวและหายได้เอง หากมีอาการรุนแรง เช่น การมองเห็นพร่ามัว หรืออวัยวะเพศแข็งค้างนานเกิน 4 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที

สำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่ได้อยู่ที่ยาเพียงอย่างเดียว สมรรถภาพทางเพศจะดีขึ้นได้มาก หากผู้ป่วยดูแลสุขภาพโดยรวมควบคู่กันไป เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ รับประทานอาหารที่ดีต่อหลอดเลือด หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ พูดคุยเปิดใจกับคู่ครอง ทั้งหมดนี้ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและประสาทฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และทำให้จิตใจพร้อมตอบสนองทางเพศมากขึ้นด้วย

ข้อคิดจากแพทย์ สมรรถภาพทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของ “คุณภาพชีวิต” แม้ในวัย 70 กว่าปี ความต้องการทางใจและความผูกพันกับคนรักยังคงมีค่าเสมอ ชายผู้ผ่านมะเร็งอาจไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบเหมือนหนุ่ม ๆ แต่เพียงอยากรู้ว่า “เขายังเป็นคนเดิมในสายตาคู่ชีวิต” และเมื่อสามารถกลับมารับรู้ถึงความใกล้ชิดอีกครั้ง นั่นคือการฟื้นคืนพลังใจอย่างแท้จริง ’โรคอาจพรากบางสิ่งไปจากเรา แต่ไม่อาจพรากความรู้สึกอยากรัก และอยากใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าได้เลยครับ“.

ศ.เกียรติคุณ น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
รพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล