น้อมถวายความอาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างล้นพ้น พระราชปณิธานอันแน่วแน่และความสนพระราชหฤทัย ในพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ยังได้ส่งผลสืบเนื่องจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
โลกยุคออนไลน์ต้องเผชิญกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การผสมผสานที่ลงตัวค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ผนวกกับแนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืน” กลายเป็นวาระเร่งด่วนของนานาชาติทั่วโลก
ด้วยพระเนตรอันยาวไกลของพระองค์ท่าน วางรากฐานของความยั่งยืนนี้อย่างมั่นคงและยาวนาน ผ่านพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจมากมาย ทรงให้ความสำคัญกับราษฎรอยู่ดี มีสุข ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรของแผ่นดิน ภายใต้หลักการที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง “คนต้องอยู่ได้ ป่าต้องอยู่ดี”
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็พระราชทานพระราชดำริในการอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธารให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ดังกระแสพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ความสำคัญตอนหนึ่งว่า “…พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ… “
รากฐานแห่งนิเวศอันมั่นคง จาก “โครงการป่ารักน้ำ” เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ที่บ้านถ้ำติ้ว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความสัมพันธ์ของระบบนิเวศ แนวคิด “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้ แต่เป็นการฟื้นฟูระบบป่าต้นน้ำสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประเทศ ช่วยดูดซับน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และบรรเทาปัญหาภัยแล้ง จากการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ พระองค์ทรงได้รับการสดุดีให้เป็น “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” จากองค์การระหว่างประเทศ
พระราชปณิธานอีกด้านหนึ่งคือการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร โดยเฉพาะผู้ที่ยากไร้ในชนบท ได้ก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ขึ้น เพื่อสร้างอาชีพเสริมที่มั่นคงจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปหางานในเมืองใหญ่ โครงการศิลปาชีพได้ยกระดับ ’ผ้าไทย“ จากเครื่องนุ่งห่มธรรมดาให้กลายเป็น มรดกทางวัฒนธรรม และเป็น Soft Power การอนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์ ได้รักษาอัตลักษณ์ของชาติให้คงอยู่สืบไป
นับเป็นการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างการ “พัฒนาคน” และการ “ดูแลสิ่งแวดล้อม” พระองค์ทรงมองเห็นว่าความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการที่คนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี ควบคู่ไปกับการเคารพและรักษาธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งกำเนิดชีวิต
เปรียบเสมือนดั่ง “กุญแจสู่โลกที่ยั่งยืน” ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานไว้ให้แก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้สานต่อพระราชปณิธานมรดกทางความคิดแนวทางทันสมัยอันทรงพลังจะช่วยนำพาประเทศไทยก้าวข้ามทุกความท้าทาย ได้อย่างมั่นคง ตราบนิจนิรันดร์.



