ทั้งนี้ น้ำพระทัยเมตตาต่อปวงไทยของ “สมเด็จแม่แห่งแผ่นดินไทย” นั้นมีปรากฏอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ทั่วทุกถิ่นแดนไทย รวมถึงที่ปรากฏผ่านความงามของเหล่า “บุปผาราชินี” ของเหล่า “พรรณไม้” นานาพรรณ…

นี่เป็น “อีกสิ่งยึดเหนี่ยวหัวใจปวงไทย”

ที่จะได้ใช้ “เพื่อน้อมสำนึกพระเมตตา”

อีกสิ่งยึดเหนี่ยวหัวใจไทย ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล ณ ที่นี้ เป็นข้อมูลโดย อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ที่มีการเผยแพร่ไว้ผ่าน www.royalparkrajapruek.org ซึ่งโดยสังเขปมีว่า… สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญ คุณค่า ความงาม ของทรัพยากรธรรมชาติ และทรงมีพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้เกี่ยวกับพรรณไม้ดอกไม้ต่าง ๆ รวมถึงได้ พระราชทานพระราชานุญาตให้ตั้งชื่อดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ตามพระนามาภิไธย หรือพระอิสริยยศ ในหลายโอกาส โดยพรรณไม้และดอกไม้ที่มีเรื่องเกี่ยวกับพระองค์ แบ่งเป็น 3 หมวด ดังนี้…

หมวด “พรรณไม้พระนาม”ประกอบด้วย… ดอนญ่าควีนสิริกิติ์” มหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์ผสมขึ้นเมื่อปี 2506 ซึ่งเป็นปีที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์ โดยทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตตั้งชื่อตามพระนาม เพื่อเทิดพระเกียรติ, กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์”บริษัทกล้วยไม้เก่าแก่ของอังกฤษผสมขึ้น และได้รางวัลการประกวดระดับสูงจากราชสมาคมไม้ประดับแห่งอังกฤษ ซึ่งต่อมาได้พระราชทานเป็น “ดอกไม้ประจำวันสตรีไทย”,กุหลาบควีนสิริกิติ์”เป็นการนำกุหลาบพันธุ์ Konigin der Rosen และ Golden Giant ผสมกัน เกิดเป็นสายพันธุ์ Peer Gynt โดยนายอองเดร อองดริก ผอ.เรือนกุหลาบกร็องด์ส์ โรเซอเรส์ ดู วาล เดอ ลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส ขอพระราชทานพระราชานุญาตตั้งชื่อตามพระนาม ซึ่งได้รางวัลชนะเลิศการประกวดกุหลาบที่กรุงเบลฟาสต์ ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อปี 2513

บัวควีนสิริกิติ์” บัวลูกผสม เกิดจากพันธุ์บัวสายเขตอบอุ่นของสหรัฐอเมริกาและบัวสายเขตร้อนของไทย กลีบดอก 2 สี คือส่วนปลายกลีบดอกสีม่วง โคนกลีบดอกสีขาว ส่วนกลีบเลี้ยงสีขาวอมเขียว โดยดอกบัวลูกผสมนี้โดยรวมมีสีม่วง ถือเป็นสีใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในบัวเขตอบอุ่น ซึ่งจากความงดงามและการมีลักษณะแตกต่างจากบัวพันธุ์อื่น ๆ ทางสมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” เป็นชื่อบัวพันธุ์นี้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2555 เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

ถัดมา… หมวด “พรรณไม้พระราชทานนาม”ส่วนใหญ่จะเป็นดอกไม้ที่เกิดในทุ่งหญ้าป่าเขาตามธรรมชาติ ตามที่พระองค์ทอดพระเนตรเห็นในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร และบางชนิดเป็นไม้ประจำถิ่นหายาก โดยหมวดนี้มี 8 ชนิด ประกอบด้วย… ดุสิตา”แห่งทุ่งดอกไม้ในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี เป็นพืชกินแมลง ซึ่งจะออกดอกช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค., มณีเทวา”แห่งทุ่งดอกไม้อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี พบตามลานหินชุ่มน้ำและที่โล่งน้ำขังตามชายป่าโปร่ง ออกดอกช่วงเดือน ต.ค.-ก.พ., สร้อยสุวรรณา” แห่งทุ่งดอกไม้อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี เป็นพืชกินแมลง มีสรรพคุณแก้ไข้ บำรุงเลือด รักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะ, ทิพเกสร” อีกพรรณไม้พระราชทานนาม แห่งทุ่งดอกไม้อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี พบตามลานหินทรายน้ำขังและพื้นที่โล่งชุ่มน้ำ ออกดอกช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค.

สรัสจันทร”เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก พบตามทุ่งหญ้าริมหนองน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ ชายป่าโปร่ง ออกดอกช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค., กล้วยไม้นิมมานรดี” กล้วยไม้ชนิดหนึ่งที่ดอกงดงาม เป็นกล้วยไม้ป่าหายาก, โมกราชินี” เป็นพรรณไม้หายากและพบเฉพาะประเทศไทย ตามภูเขาหินปูนในภาคกลางและภาคตะวันออก มีความงามโดดเด่นเฉพาะตัว เป็นพรรณไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์, มหาพรหมราชินี” เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นที่สำรวจพบที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

ต่อด้วย… หมวด “พรรณไม้ที่ทรงโปรด” ซึ่งสำหรับหมวดนี้ ประกอบด้วย… สัตตบงกช”หรือ “ฉัตรชมพู” ที่เป็นบัวหลวงพันธุ์ดอกสีชมพูซ้อน ซึ่งนิยมใช้ในพิธีทางศาสนา และสามารถใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน โดยเป็นพันธุ์ที่พบได้เฉพาะในไทย, กุหลาบมอญ” เป็นกุหลาบดอกสีชมพูอ่อน กลิ่นหอม น้ำมันนำไปสกัดทำเป็นหัวน้ำหอมได้, ปีบ”หรือ “กาซะลอง” ไม้ยืนต้น ดอกสีขาวเป็นหลอดรูปแตร ออกเป็นช่อ กลิ่นหอมชื่นใจ, จันทน์กะพ้อ”ไม้ยืนต้น นิยมปลูกประดับ ดอกมีกลิ่นหอมแรง ปัจจุบันพบน้อยและปลูกเลี้ยงได้ยาก …นี่เป็นพรรณไม้ทรงโปรด ส่วนหนึ่งของพรรณไม้ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่าน

ทั้งนี้ เรื่องราวดอกไม้พรรณไม้ที่เกี่ยวกับ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” นั้นมีมายาวนาน และเป็นส่วนหนึ่งที่ฉายชัดถึงน้ำพระทัยเมตตาที่ทรงมีต่อปวงไทย ผ่านทางดอกไม้พรรณไม้ ส่วนหนึ่งของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ “สมเด็จแม่แห่งไทย” ทรงมีพระราชปณิธานฟื้นฟูอนุรักษ์เพื่อประเทศไทยและปวงไทยมาโดยตลอด

เป็น “อีกสิ่งที่ยึดเหนี่ยวหัวใจปวงไทย”

เพื่อการ “น้อมสำนึกในพระเมตตา”

เพื่อ “น้อมอาลัยสมเด็จแม่แห่งไทย”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์