งานวิจัยโดยทีมจากมหาวิทยาลัยเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ ที่นำเสนอในที่ประชุมสมาคมทางเดินหายใจยุโรป เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2568 ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม โดยการเจาะเลือดของกลุ่มตัวอย่าง 900 คน อายุระหว่าง 7 ถึง 50 ปี เฉลี่ย 28 ปี มาตรวจหาอายุทางชีววิทยา (Biological age) แล้วนำมาหาความสัมพันธ์กับประวัติพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพของพ่อของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีพ่อที่เริ่มสูบบุหรี่ขณะเป็นวัยรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี มีอายุทางชีววิทยา แก่กว่าอายุจริง 9 เดือน ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่มีพ่อที่เริ่มสูบบุหรี่เมื่ออายุมากขึ้น มีอายุทางชีววิทยาเพิ่มขึ้นน้อย ทีมวิจัยสงสัยว่า การสูบบุหรี่ของพ่อกลุ่มตัวอย่างขณะเป็นวัยรุ่น อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของยีนส์ในเชื้ออสุจิ ซึ่งส่งผ่านมาถึงรุ่นลูกที่เกิดตามมาภายหลังอีกทอดหนึ่ง
ทั้งนี้งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า การที่อายุทางชีววิทยาของคนแก่กว่าอายุจริง สัมพันธ์กับการเป็นมะเร็ง โรคข้ออักเสบ และสมองเสื่อม นพ. Lopez-Cervantes หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า “งานวิจัยของเราแสดงว่า เด็กชายวัยรุ่นที่สูบบุหรี่อาจจะทำอันตรายต่อลูกของเขาที่จะมีในอนาคต โดยไม่รู้ตัว

ผลวิจัยที่พบ มีความสำคัญต่อเด็กที่สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินอื่น ผู้กำหนดนโยบายต้องเพิ่มความพยายามในการป้องกันวัยรุ่นจากการใช้ยาสูบทุกชนิด ซึ่งไม่เพียงจะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นปัจจุบัน แต่ต่อคนรุ่นต่อไปด้วย “นพ.Stamatoula Tsikrika ประธานคณะผู้เชี่ยวชาญควบคุมยาสูบฯของสมาคมระบบทางเดินหายใจยุโรปกล่าวว่า” เรารู้มานานแล้วว่าการสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย ตอนนี้เรารู้ว่าอันตรายจากการสูบบุหรี่สามารถส่งผ่านถ่ายสู่คนรุ่นต่อไปได้ (อ้างอิงข่าว)
หมายเหตุ ความน่ากังวลจากผลงานวิจัยนี้คือ เด็กและวัยรุ่นเข้ามาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเมื่ออายุน้อยกว่าวัยรุ่นที่เริ่มสูบบุหรี่มวน โอกาสที่จะส่งต่ออันตรายให้แก่คนรุ่นต่อไปจึงมีมากกว่า
ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
อ้างอิง
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



