เนื้อความข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งจาก “บันทึก” ความสนพระราชหฤทัยของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ที่ทรงมีต่อ “กล้วยไม้ไทย” ที่ทาง ดร.วีระชัย ณ นคร นายกสมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และอดีตผู้อำนวยการสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถ่ายทอดบอกเล่าไว้ใน วารสารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฉบับที่ 3 ประจำเดือน ก.ค.-ก.ย. 2547 โดย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร.
แสดงถึง “พระราชหฤทัยที่ทรงตั้งมั่น”
ในการ “อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ”
ทั้งนี้ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อสนองพระบรมราโชบายของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ในการทำนุบำรุงแผ่นดินและไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ให้มีความผาสุกร่มเย็น ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระองค์มิได้ทรงย่อท้อต่อความยากลำบากใด ๆ ในการที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ปวงพสกนิกร ทรงสนพระราชหฤทัยและ ทรงมุ่งมั่นในการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ให้มีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ของปวงไทย โดยหนึ่งในพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์คือ “ทรงอนุรักษ์กล้วยไม้ไทย”
“ความสนพระราชหฤทัย” เกี่ยวกับ “กล้วยไม้ไทย” และรวมถึงพรรณไม้แปลก ๆ และหายากนานาพันธุ์ของพระองค์ท่านนั้น ส่วนหนึ่งได้มีการน้อมถ่ายทอดไว้ผ่านทางบันทึก-งานเขียนของ ดร.วีระชัย ที่ได้ถ่ายทอดถึงเรื่องนี้ไว้ผ่านวารสารอันเนื่องมาจากพระราชดำริฉบับดังกล่าว โดยสังเขปมีว่า… “สมเด็จพระพันปีหลวง” ครั้งยังทรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดที่จะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพรรณไม้แปลก ๆ และที่หายากนานาพันธุ์ โดยเฉพาะ “กล้วยไม้ไทย” แม้เส้นทางธรรมชาติจะค่อนข้างยากลำบาก ต้องลัดเลี้ยวไปตามโขดหินและไม่ราบเรียบ แต่ก็มิได้ทรงย่อท้อแต่อย่างใด

ทาง ดร.วีระชัย ยังได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานเขียนชิ้นนี้ไว้อีกว่า… เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพรรณไม้ป่า ณ บริเวณ โคกนกกะบา และลานสุริยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย ในเดือน มี.ค. 2534 ได้ทอดพระเนตรกล้วยไม้ชนิดหนึ่งที่กำลังให้ดอกสวยงาม เป็นกล้วยไม้ที่ยังไม่มีชื่อเรียกภาษาไทย อีกทั้งเป็น กล้วยไม้ป่าหายากที่พบไม่บ่อยนัก ซึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าEria amica Rchb.f. จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อกล้วยไม้ชนิดนี้ว่า…“นิมมานรดี”
อนึ่ง “กล้วยไม้นิมมานรดี”กล้วยไม้ที่ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อนั้น ในงานเขียนของ ดร.วีระชัย ได้มีการระบุถึงรายละเอียดไว้ว่า… เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ลำลูกกล้วย รูปทรงกระบอก ใบรูปขอบขนานแกมรี ดอกออกเป็นช่อยาว มีขีดตามยาวสีแดงเข้ม กลีบปากที่ตอนปลายมีสีเหลืองเข้ม และมีแต้มสีแดงเข้มที่โคนกลีบด้านใน ดอกบานเต็มที่กว้าง 1-1.5 ซม. ทั้งนี้ ดร.วีระชัย ยังได้บันทึกไว้ถึงความสนพระราชหฤทัยที่จะทรงดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติว่า… ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดูแลรักษาอนุรักษ์พรรณไม้แปลกและหายาก ที่รวมถึง “กล้วยไม้นิมมานรดี”… ด้วย ทรงตระหนักว่าธรรมชาติคือสายใยแห่งชีวิตที่ต่างมีความผูกพันและเชื่อมโยงต่อกันอย่างลึกซึ้ง…
การเปลี่ยนไปของส่วนใดส่วนหนึ่งนั้น
อาจจะกระทบต่อสมดุลแห่งธรรมชาติ
ในงานเขียนดังกล่าวทาง ดร.วีระชัย ยังได้เล่าถึง “พระเมตตา” ที่ทรงมีต่อการ“อนุรักษ์กล้วยไม้ไทย” ไว้ว่า… ทรงตระหนักว่าในขณะที่ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และสมดุลธรรมชาติ เริ่มเปลี่ยนแปลงเสื่อมโทรมลงรวดเร็วจนน่าใจหาย แต่ไทยยังไม่ได้ศึกษาหาประโยชน์อย่างยั่งยืนกันจริงจัง โดยเฉพาะ กล้วยไม้พื้นเมืองของไทย ซึ่งถูกเก็บหายไปจากแหล่งธรรมชาติเป็นอันมาก จนเกินกว่ากำลังธรรมชาติจะฟื้นคืนได้ ทำให้กล้วยไม้ไทยหลายชนิดสูญหายจากแหล่งกำเนิด ทั้ง ๆ ที่การศึกษาของไทยยังอยู่ระยะเริ่มต้น จึงทรงสนับสนุนให้มีการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้และพรรณไม้นานาพันธุ์ตลอดมา
ดร.วีระชัย ยังเล่าไว้ถึงความทรงจำเมื่อครั้งที่ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานงานกล้วยไม้เอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 4 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยระบุไว้ว่า… ระหว่างทอดพระเนตรนิทรรศการและการประกวดกล้วยไม้ ได้มีพระราชดำรัสกับ ศ.ดร.อานนท์ เที่ยงตรง, ศ.เกียรติคุณ ระพี สาคริก, พล.อ.แป้ง มาลากุล ณ อยุธยาถึง “กล้วยไม้ป่าเมืองไทย” ความสำคัญว่า… “กล้วยไม้ไทยมีความงามมากและมีกลิ่นหอมมาก ซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากและใกล้สูญพันธุ์ไปทุกขณะ ขอให้ช่วยกันหาทางรวบรวมและอนุรักษ์ไว้ พร้อมกับขยายพันธุ์ให้มีปริมาณมากพอจะคืนสู่ป่าธรรมชาติได้“
ทั้งนี้ จากบันทึก-คำบอกเล่าของ ดร.วีระชัย ณ นคร นักพฤกษศาสตร์คนสำคัญของไทย ฉายชัดถึง “พระเมตตาล้นพ้นของสมเด็จพระพันปีหลวง” ในการที่จะ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงไทย ผ่านทางทรัพยากรธรรมชาติของไทย
“กล้วยไม้นิมมานรดี” ก็ “คือส่วนหนึ่ง”
ที่ “นำสู่การตื่นตัวฟื้นฟูดูแลรักษาป่า”
ฟื้นชีวิตป่า “ฟื้นชีวิตที่ดีของคนไทย”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



