ทั้งนี้ ณ ที่นี้จะพลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูล “คำแนะนำ” ให้พินิจพิจารณากันอีกครั้ง จากชุดข้อมูลที่มีการเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ www.istrong.co ที่ได้ให้แนวทางไว้ผ่านบทความ เมื่อถูกคนรักนอกใจแต่เลือกให้อภัยแล้วไปกันต่อ : คู่มือก้าวข้ามความเจ็บปวดจากนักจิตวิทยา” ซึ่งก็น่าสนใจมากทีเดียว…

กับกรณีที่ไม่ได้ถูกนอกใจก็น่าสนใจ

ยิ่งถ้าเป็นกรณีถูกนอกใจยิ่งน่าสนใจ

จะ “ฟื้นใจมีชีวิตใหม่อย่างไรดี??”

สำหรับคำแนะนำเรื่อง “มูฟออน” จากที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิตดังกล่าวข้างต้นแนะไว้ โดยสังเขปนั้นมีว่า… ผู้ถูกนอกใจหลายคนบรรยายความรู้สึกหลังจากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ “ถูกนอกใจ” ไว้ว่า… เหมือนกับโลกทั้งใบได้พังทลายลงไปต่อหน้า” แล้วก็ตามมาด้วยความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งความรู้สึกสูญเสียและสิ้นหวัง จนถึงเกิดความรู้สึกเจ็บแค้นจนแทบคลั่ง ทำให้ขยาดกับความรักหรือไม่อยากรักใครอีก!!…ซึ่งการถูกนอกใจนั้นเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต

แต่กระนั้น… ก็ควรจะลองเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเพราะ…ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไปแม้ว่าบางทีการก้าวข้ามความเจ็บปวดและความกลัวที่จะไว้ใจใครอีกอาจจะเป็นบททดสอบที่ยากยิ่งกว่าการถูกนอกใจ เนื่องจากคนเคยผ่านเหตุการณ์ถูกคนรักนอกใจจะมีคำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเป็นระยะ ๆ อย่างเช่น… จะทำอย่างไรถึงจะหยุดฝันร้ายนี้ไม่ให้ตามหลอกหลอน?? จะมั่นใจได้หรือว่าจะไม่เจอเหตุการณ์ถูกนอกใจซ้ำอีก?? …นี่มักเป็นคำถาม-เป็น “เสียงในหัว” ที่มักเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในทางจิตวิทยานั้น คำถามในหัวเช่นนี้ ความรู้สึกในใจที่คนถูกนอกใจเผชิญนี้ นี่ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติหรือผิดแปลกแต่อย่างใด โดยเป็นกระบวนการทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน…หลังเกิดเหตุการณ์ที่สั่นคลอนชีวิต ซึ่งเรื่องนี้ทาง Elisabeth Kubler-Ross นักจิตวิทยาต่างประเทศชื่อดัง ก็ได้อธิบายไว้เกี่ยวกับ 5 ขั้นตอนสำคัญ” เมื่อคนเราต้องเผชิญกับความสูญเสีย หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต และเรื่องนี้ก็น่าจะ “แปลงเป็นหลักคิด”ให้กับใคร ๆ ได้…

เพื่อ “รับมือก้าวข้ามความเจ็บปวด”

เข้าใจไว้ “เพื่อมูฟออนได้อย่างสตรอง”

การ “ถูกนอกใจ” ซึ่งก็เป็นอีกรูปแบบการสูญเสีย อีกรูปแบบการเปลี่ยนแปลงในชีวิต กับ 5 ขั้นตอนสำคัญที่จะเกิดขึ้น” ข้อมูลในแหล่งข้างต้นระบุไว้ว่ามีดังนี้… ขั้นแรก “ช็อกและปฏิเสธ (Denial)” โดยช่วงแรกที่รู้ความจริงคนเรามักตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องนี้จะเกิดกับตนเอง ทำให้คน ๆ นั้นพยายามหาเหตุผลเพื่อมาอธิบายว่า… ทำไมเขาจึงทำแบบนี้กับเรา??”

ขั้นที่สอง “โกรธ (Anger)” ซึ่งเมื่อความจริงค่อย ๆ เข้ามากระทบจิตใจ คนที่เผชิญการถูกนอกใจจะเริ่มรู้สึกโกรธแค้น โกรธคนรัก โกรธตัวเอง โกรธโลกทั้งใบ จนส่งผลให้บางคนแสดงผ่านอาการ “เอาแต่ใจ ก้าวร้าว ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้!!”

ถัดมาขั้นที่สาม “ต่อรอง (Bargaining)” ขั้นนี้คนถูกนอกใจจะเริ่มมองหาทางแก้ จะหวังให้ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปกลับมาเป็นเหมือนเดิม ผ่านการกระทำ พฤติกรรมต่าง ๆ เช่น สัญญาว่าจะยอมเปลี่ยนแปลงตามที่เขาต้องการ หรือ “ขอร้องให้เขากลับมา” หรือ “ขู่จะทำร้ายตัวเอง” หวังจะให้ทุกอย่างเป็นดังเดิม แล้วก็จะไปขั้นที่สี่ “ซึมเศร้า (Depression)” เมื่อปล่อยให้อารมณ์ดำดิ่งไปนาน ๆ มักทำให้คนที่ถูกนอกใจเกิดอาการซึมเศร้า โดยเฉพาะเมื่อเห็นชัดแล้วว่าอะไร ๆ คงจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ก็จะยิ่งทำให้รู้สึกหมดหวัง เศร้า เหงา ท้อแท้ หรือบางคนปล่อยปละละเลยตัวเอง นอนไม่หลับ รับประทานไม่ได้ น้ำหนักลด หรือรายที่อาการหนัก ๆ ก็อาจจะถึงขั้น “ปล่อยให้งานหรือสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอยู่พังไม่เป็นท่า” แบบนี้ก็มี

ส่วนอีกขั้นคือ “ยอมรับ (Acceptance)” เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรส่วนใหญ่คนเราจะค่อย ๆ ปล่อยวาง ยอมรับความจริงได้ ซึ่งถึงขั้นนี้ได้เร็วชีวิตก็จะเริ่มกลับคืนสู่ภาวะปกติได้เร็ว “แม้แผลใจจะยังไม่หายดี แต่ก็สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่” ได้

เพียงแต่… การผ่านขั้นตอนทั้ง 5 อาจจะใช้เวลาไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ความเข้มข้นของความสัมพันธ์ สาเหตุของการนอกใจ ระยะเวลาที่ถูกนอกใจ การสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน” …เป็นการขยายความเพิ่มเติมไว้ถึงขั้นตอน และระยะเวลา ซึ่งผู้ถูกนอกใจจะใช้ระยะเวลาไม่เท่ากันในการ “รับมือการสูญเสีย” แบบนี้

อย่างไรก็ดี เพื่อที่ “จะมูฟออน” ได้…คำแนะนำที่เผยแพร่ไว้ผ่านบทความทาง www.istrong.co ก็มีส่วนที่ระบุไว้ด้วยว่า… สิ่งที่ผู้ถูกนอกใจควรทำ” นั้น ได้แก่… เปิดใจคุยกับคนรักอย่างสงบ ถึงสาเหตุการนอกใจ, ห้ามตัดสินหรือโทษตัวเองเป็นอันขาด ไม่ว่าจะรู้สึกอับอายแค่ไหน, ให้เวลาตัวเองในการเยียวยา อย่าเร่งรีบกดดันตัวเองเกินไป, ฝึกระบายความรู้สึกอย่างสร้างสรรค์ แทนที่จะเก็บกดหรือระเบิดอารมณ์ใส่คนอื่น, หาสิ่งที่มีความสุขมาเติมเต็มชีวิต ใช้เวลาทำในสิ่งที่ชอบ รวมถึง ปรึกษาแหล่งความช่วยเหลือเมื่อพร้อม ได้แก่ ครอบครัว เพื่อนสนิท หรือนักบำบัด …เหล่านี้ช่วยให้มูฟออนได้

สู้รักพัง” ควร “ต้องคิดว่าไม่ยากเกิน”

มูฟออนฟื้นใจมีชีวิตใหม่” นี่ “มีวิธี”

ต้องฮึด “คิดได้ทำได้ก็สตรองได้”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์