ทั้งนี้ ทีมฟุตบอลเด็กโรงเรียนเล็ก ๆ ทีมนี้เคยถูกมองว่าเป็น “ทีมรองบ่อน” เพราะถ้าหากเทียบกับทีมโรงเรียนอื่น ๆ แล้วชื่อชั้นทีมเล็ก ๆ ทีมนี้ก็ดูจะด้อยกว่าแทบจะทุกด้าน แต่เมื่อทีมหมอนทองสามารถสร้างผลงานได้ดี และเมื่อคนไทยได้รับรู้ “เส้นทางความฝันของทีมฟุตบอลเด็กโรงเรียนเล็ก ๆ” ทีมนี้ เมื่อเรื่องราวได้ถูกเผยแพร่ ก็ทำให้ผู้คนจำนวนมากประทับใจ ทำให้ทีมหมอนทอง “จับใจผู้คนเป็นจำนวนมาก” จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ขึ้นมา…
เกิดกระแส “หมอนทองวิทยาฟีเวอร์”
ที่กลายเป็น “ปรากฏการณ์ทางสังคม”
ซึ่ง “เบื้องลึกกระแสฟีเวอร์ก็น่าสนใจ”

ผศ.อรรถการ สัตยพาณิชย์
เกี่ยวกับ “เบื้องลึกหมอนทองวิทยาฟีเวอร์” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล ณ ที่นี้… เป็นมุมวิเคราะห์ปรากฏการณ์หมอนทองวิทยาฟีเวอร์เป็นแง่มุมน่าสนใจจากการวิเคราะห์และสะท้อนไว้โดยนักวิชาการ คือ ผศ.อรรถการ สัตยพาณิชย์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน และอดีตคณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ที่ได้สะท้อนเรื่องนี้ไว้ทาง www.gotoknow.org/user/arttakarn.s โดยระบุไว้ว่า… ถ้ามองปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ผ่านแนวคิดจิตวิทยาสังคม และทฤษฎีวิพากษ์นั้น ก็คงจะสามารถอธิบายได้ว่า… ทำไมทีมเล็ก ๆ นี้จึงเป็น Talk of the Town สามารถดึงดูดกระแสความสนใจ-ทำให้คนไทยสนใจได้อย่างล้นหลาม??
ทั้งนี้ ทาง ผศ.อรรถการ สะท้อนการวิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ว่า… ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งนี้ อาจอธิบายได้ผ่านปรากฏการณ์ที่มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า “Underdog Effect” ปรากฏการณ์ที่ผู้คนจำนวนมาก “เอาใจช่วยผู้เสียเปรียบ”ซึ่งในที่นี้ก็คือทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยานั่นเอง โดยมีการนำคำว่า “Underdog” มาใช้ “เปรียบเปรยถึงการเอาใจช่วยผู้เสียเปรียบ” ซึ่งกับคำเปรียบเปรยภาษาอังกฤษคำนี้คนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่ากับคำว่า “มวยรอง”โดยที่คำว่า “Underdog” นี้มีรากฐานของคำมาจาก “คำเรียกในวงการสุนัขต่อสู้” ในสหรัฐอเมริกา ที่ได้มีการนำเอาคำ ๆ นี้มาใช้…
“ใช้เรียกสุนัขที่ล้มลงอยู่ใต้ตัวคู่ต่อสู้”
ทาง ผศ.อรรถการ ยังได้ขยายความคำว่า “Underdog” นี้ไว้อีกว่า… เอกลักษณ์ของ “Underdog” ที่เห็นชัดเจนคือ “ความเสียเปรียบ” ไม่ว่าจะเป็นทางด้านทรัพยากร ประสบการณ์ สถิติ หรือความสามารถที่ด้อยกว่า นอกจากนั้น สิ่งที่ถูกเรียกด้วยคำ ๆ นี้ก็มักจะเป็นสิ่งที่ “สังคม–สาธารณชนมีความคาดหวังต่ำเกี่ยวกับความสำเร็จหรือชัยชนะ” อีกด้วย ดังนั้น ปรากฏการณ์“Underdog Effect” จึงมักจะเกิดขึ้นเมื่อ ผู้คนจำนวนมากตัดสินใจสนับสนุนฝ่ายที่เสียเปรียบ หรือฝ่ายที่มีโอกาสทำสำเร็จได้น้อยกว่า โดย “ปัจจัยแรงกระตุ้น” ที่ทำให้ผู้คนคิดหรือตัดสินใจเช่นนี้ ก็มีคำอธิบายได้หลายประการ…

ประการที่หนึ่ง “ความเห็นอกเห็นใจ”จากการที่คนส่วนใหญ่อาจเคยมีประสบการณ์เป็นมวยรองมาก่อน ดังนั้น เมื่อเห็นฝ่ายที่เสียเปรียบพยายามต่อสู้เพื่อจะเอาชนะ ก็จึง เปรียบเสมือนการได้สะท้อนประสบการณ์ตัวเอง (Relatability) จึงอยากจะเชียร์ฝ่ายเสียเปรียบให้เอาชนะฝ่ายที่เหนือกว่า รวมถึงเห็นอกเห็นใจ (Empathy) อยากให้ฝ่ายที่เป็นรองชนะ ได้บ้าง
ถัดมา… ประการที่สองสำหรับปัจจัยที่เป็นแรงกระตุ้น คือ “ความต้องการความเป็นธรรม” เพราะมนุษย์มักต้องการโลกที่ยุติธรรม ซึ่งเมื่อได้เห็นการแข่งขันที่ดูจะไม่เท่าเทียมก็จะถูกกระตุ้นให้เข้าข้างฝ่ายที่เสียเปรียบได้ง่าย จึงมีกระแสสนับสนุนหลั่งไหลเข้าสู่ฝ่ายที่เสียเปรียบ ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้วฝ่ายดังกล่าวนี้อาจไม่เคยคิดว่ามีความขาดแคลนเป็นข้อจำกัด
ต่อด้วย… ประการที่สาม “ต้องการรู้สึกตื่นเต้นจากสิ่งที่ไม่คาดคิด” ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่มวยรอง หรือฝ่ายที่เสียเปรียบ กลับประสบความสำเร็จเหนือกว่าฝ่ายที่ได้เปรียบหรือเป็นต่อมาก ก็จะทำให้บางคนรู้สึกตื่นเต้น ซึ่งหากมองในแง่จิตวิทยาสังคมแล้วคน ๆ นั้นอาจกำลัง ต้องการรางวัลทางอารมณ์ หรือต้องการปลดปล่อยความรู้สึกดีอย่างรุนแรงออกมา ก็ได้เช่นกัน
ประการที่สี่ “หลีกเลี่ยงจากการถูกครอบงำ” โดยบางครั้งการเชียร์มวยรองก็ไม่จำเป็นว่าคน ๆ นั้นชอบมวยรอง แต่คน ๆ นั้นอาจแค่ ต้องการให้ฝ่ายที่เหนือกว่าแพ้บ้าง โดยเฉพาะถ้าฝ่ายนั้นครองความสำเร็จมานาน จนทำให้คนที่ติดตามรู้สึกเบื่อหน่าย หรือมองความสำเร็จที่ยาวนานของฝ่ายนั้นเป็นเสมือนการครอบงำ จึงเทใจไปเชียร์หรือสนับสนุนฝ่ายที่เป็นรอง
สุดท้าย… ประการที่ห้า “รู้สึกเชื่อมโยงกับฝ่ายที่เป็นรอง” ซึ่งหลายคนเมื่อได้ยินเรื่องราวฝ่ายเสียเปรียบก็อาจจะเกิดความรู้สึกผูกพันกับฝ่ายนั้น จนพัฒนาเป็นความรู้สึกเชื่อมโยงกับฝ่ายที่เสียเปรียบ ทำให้ตามลุ้นตามเชียร์ หรืออยากสนับสนุนให้ฝ่ายที่เสียเปรียบเอาชนะฝ่ายที่เหนือกว่าให้ได้ เนื่องจากอาจ เคยเผชิญสถานการณ์แบบนี้ หรือมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงรู้สึกเห็นอกเห็นใจฝ่ายที่เป็นรองหรือคนที่ถูกมองเป็น “Underdog” …ต่าง ๆ เหล่านี้เป็น “มุมวิเคราะห์น่าสนใจ” ที่ทาง ผศ.อรรถการ สัตยพาณิชย์ สะท้อนไว้ จากกรณี “หมอนทองวิทยาฟีเวอร์” ที่ไม่เพียงมีรถขนฝันของทีม หากแต่ยัง…
เสมือน…“รถขนฝันให้ใคร ๆ อีกมาก”
นำสู่ “ปรากฏการณ์ Underdog Effect”
เป็น “อีกภาพสะท้อนคนไทยยุคนี้??”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



