ทั้งนี้ สำหรับความเชื่อเรื่อง “ผีปอบ” นั้น แม้เชื่อกันมากแค่ในบางภาคของไทย บางภาคก็เชื่อกันน้อย…แต่ก็มีคนเชื่อ ก็จึงไม่แปลกที่ “ผีปอบ” จะเป็นชื่อผีที่คุ้นหูคนไทยทั่วประเทศ ขณะที่แวดวงบันเทิงไทยก็มีการสร้างละครสร้างภาพยนตร์เรื่องราวเกี่ยวกับผีปอบมาเนิ่นนาน…จนถึงยุคดิจิทัลแล้วก็ยังมีการสร้างกันอยู่…

ผีปอบ” คำนี้มีปรากฏในไทยต่อเนื่อง

นี่เป็นความเชื่อเกี่ยวกับผีที่ “ยังอมตะ”

ขณะที่ในทางวิชาการก็สนใจศึกษา”

เกี่ยวกับ “มุมวิชาการผีปอบ” ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล ณ ที่นี้…เป็นข้อมูล-แง่มุมโดยนักวิชาการ คือ ผศ.ดร.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ได้ให้ความสนใจศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผีดังกล่าวนี้ โดยมองว่า“ผีปอบ” ไม่ได้มีแค่ความเชื่อมุมผีสาง แต่ “สามารถใช้เป็นกระจกสะท้อนภาพสังคม” ได้ด้วย โดยการวิเคราะห์เรื่องนี้ปรากฏอยู่ในบทความชื่อ “ผีปอบในสังคมไทยกับการมองผีปอบในอีกแง่มุมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต สังคม และวัฒนธรรม” ที่เผยแพร่ใน เว็บไซต์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ทาง ผศ.ดร.พิพัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ มธ. สะท้อนไว้ว่า… เมื่อพูดเรื่อง “ผีในสังคมไทย” ก็มักจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ… ผีที่ดี” กับ “ผีที่ร้าย” ซึ่งกรณีของ “ผีปอบ” นั้นถูกจัดให้เป็นในส่วนของ “ผีร้าย” ทั้งนี้ เรื่องราวเกี่ยวกับ “ผีปอบ” นับเป็นอีกหนึ่งความเชื่อดั้งเดิมที่อยู่ในกลุ่มวัฒนธรรมไทย-ลาว โดยเรื่องนี้จะพบมากทางภาคอีสาน และก็ พบหลักฐานที่บันทึกเรื่องราวผีปอบมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อีกทั้งพบจากพจนานุกรมหรืออักขราภิธานศัพท์ของหมอบรัดเลย์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีบันทึกระบุถึง “ผีปอบ” แต่ไม่ได้มีคำอธิบายอะไรมาก …นี่เป็น “ประวัติศาสตร์ผีปอบ”

มีการบันทึกชื่อผีชนิดนี้แต่โบราณกาล

นักวิชาการสาขาวิชาประวัติศาสตร์ มธ. ท่านเดิมยังได้ระบุไว้ในบทความอีกว่า… ก่อนจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของ “ผีปอบ” ได้นั้น ก็ ต้องแยกระหว่างภาพผีปอบที่ปรากฏในสื่อ กับความเชื่อในวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยผีปอบที่รับรู้ผ่านสื่อส่วนใหญ่จะมีภาพจำมาจากละคร-ภาพยนตร์ ที่มีคาแรคเตอร์ต้องการกินเลือดกินเนื้อผู้คน แต่ ผีชนิดนี้ในมุมความเชื่อดั้งเดิม ความเชื่อท้องถิ่น พบว่าสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 รูปแบบ คือปอบมนต์” และ “ปอบเชื้อ”

ตามความเชื่อนั้น… สำหรับ “ปอบมนต์” บางท้องถิ่นเชื่อว่าผีปอบชนิดนี้คือ…ผีปอบที่เกิดกับคนมีวิชาหรือมีของ แต่ได้ทำผิดบางอย่างจนมนต์ย้อนกลับเข้าตัว จนกลายเป็นผีปอบ เช่น ใช้มนต์ในทางที่ผิด แล้วควบคุมมนต์นั้นไม่ได้ มนต์ก็เข้าตัวทำให้กลายเป็นผีปอบ ส่วน “ปอบเชื้อ” คือ… ผีปอบที่สืบทอดทางตระกูล ส่วนใหญ่จะสืบเชื้อสายทางผู้หญิงเป็นหลัก ซึ่งจากการสำรวจเชิงสถิติ จากที่เชื่อกัน…พบว่า94-95% ของผีปอบมักเป็นผู้หญิงผู้ชายจะเป็นส่วนน้อย…

สอดคล้องภาพจำผีปอบในสื่อบันเทิง

ทั้งนี้ กับ “มุมความเชื่อเรื่องอาการผู้ที่เป็นผีปอบ” นั้น ในบทความเดิมก็ระบุไว้ว่า… หลาย ๆ วัฒนธรรมท้องถิ่นระบุไว้คล้าย ๆ กัน คือเชื่อว่าคนที่เป็นผีปอบมักมีอาการนำสำคัญที่ใช้ดูได้ว่าคน ๆ นั้นเป็นผีปอบหรือไม่?? โดย มีอาการ 4 อย่าง คือ… 1.มีบางอย่างดูผิดปกติจากคนในสังคม, 2.มีพฤติกรรมไม่ชอบสุงสิงกับใคร, 3.มีอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ และ 4.เกิดอาเพศตามมาหลังมีคนภายนอกเข้ามาใหม่ …นี่เป็น 4 อย่างที่มักจะถูกนำมาใช้สันนิษฐานคนเป็นผีปอบ??

ถ้าวิเคราะห์ดูจะเห็นว่าอาการทั้งหมดคือสิ่งที่ผิดจากบรรทัดฐานทางสังคม ทำให้สังคมจึงหากลไกเพื่อมาจัดการกับคนนั้น ซึ่งหากมองในมิตินี้โดยข้ามเรื่องความเชื่อไป ผีปอบก็คือกลไกอย่างหนึ่งในการควบคุมรักษาบรรทัดฐาน หรือความปกติสุขในสังคม”…ทาง ผศ.ดร.พิพัฒน์ ฉายภาพไว้ถึง “กลไกทางสังคม” ในอดีต-ในยุคโบราณ ที่ความรู้ความเข้าใจยังไม่ก้าวหน้า ที่มีเรื่อง “ผีปอบ” เป็นเครื่องมือหนึ่ง โดยเครื่องมือนี้ก็ถือเป็น “กลไกจัดระเบียบสังคม??”

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการท่านเดิมระบุไว้ว่า… สิ่งที่น่าสนใจคือกรอบความเชื่อ “ความเชื่อผีปอบในปัจจุบัน” ที่แม้ความรู้จะก้าวไกล หากแต่ “ปอบก็ยังคงมีอยู่ในสังคม??” ประกอบกับความก้าวหน้าของอุปกรณ์สื่อสาร ทำให้โลกสมัยใหม่จึงได้เห็น “วิธีรักษาคนเป็นผีปอบ” ที่พบว่า… หลายวิธีมีเรื่องของการใช้ความรุนแรง และหลาย ๆ กรณี คนที่ถูกกล่าวหาเป็นฝีปอบได้รับการปฏิบัติอย่างรุนแรงในแบบที่น่าตกใจ!! ในแบบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเกิดขึ้นได้ในสังคมสมัยใหม่

ส่วนตัวไม่ปฏิเสธความเชื่อพวกนี้ ตราบใดที่ไม่กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานแต่ถ้าเริ่มไปคุกคามคนอื่น ก็จะเป็นความเชื่อที่เป็นปัญหา หรือสร้างปัญหาให้สังคมได้ และไม่เฉพาะแค่เรื่องของผีปอบ แต่รวมถึงความเชื่ออื่น ๆ ด้วย”…ทาง ผศ.ดร.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ นักวิชาการสาขาวิชาประวัติศาสตร์ ระบุไว้-สะท้อนไว้ถึง “สิ่งที่ต้องระวัง!!”

ผีปอบ” ความเชื่อนี้อาจ “ยิ่งกว่ามิติผี”

เชื่อผีชนิดนี้ “มีมิติสังคมที่ล่อแหลม”

มิติผีที่ว่าร้าย “มิติคนอาจร้ายกว่า!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์