ประเด็นสำคัญดังกล่าวข้างต้นซึ่ง ณ ที่นี้มีข้อมูลมาให้พิจารณา…สืบเนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มีโอกาสลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อดูโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จ้างงาน “Care giver” ช่วย“ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง” ที่ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ต๋ำ หรือ อบต.แม่ต๋ำ ซึ่งหน่วยงานรัฐด้านสุขภาพให้การสนับสนุน

“Care giver”ซึ่ง “ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง”

นี่เป็น “อีกกลไกดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุ”

ทั้งนี้ จากที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อดูโครงการเกี่ยวกับ “Care giver” ก็ได้รับทราบข้อมูลน่าสนใจจากทาง ทองใบ มีกิน นายก อบต.แม่ต๋ำ ที่เปิดเผยว่า… เดิมการดูแล “ผู้มีภาวะพึ่งพิง” ในพื้นที่นี้ดูแลโดย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นจิตอาสา…แต่ก็มีกำลังไม่เพียงพอ ซึ่งในพื้นที่นี้มีผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ต้องได้รับการดูแลระยะยาว 34 คน เป็นกลุ่มผู้ป่วย-ผู้สูงอายุติดเตียง 9 คน และกลุ่มติดบ้าน 25 คน ซึ่งอาจดูแลไม่ทั่วถึง ขณะที่งบประมาณ อบต.แม่ต๋ำ ก็มีไม่มาก ไม่สามารถจ้าง “ผู้ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง” หรือ “Care giver” เพื่อรองรับได้ จนหลังมีโครงการ ซึ่ง อบต.แม่ต๋ำ ดำเนินการร่วมกับ รพ.สต.แม่ต๋ำ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจมาเข้า โครงการจ้าง “Care giver” จ้างระยะ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 ถึง 30 ก.ย. 2569 โดย ได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 420,000 บาท เพื่อใช้ในการจ้างงาน “Care giver” ซึ่งผ่านการอบรม 7 คน ก็ทำให้สามารถช่วยดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่นี้ได้อย่างครอบคลุม

“โครงการนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ช่วยให้ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ที่มีภาวะพึ่งพิง ได้รับการดูแลต่อเนื่อง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงญาติ และสร้างรายได้ให้คนในชุมชนที่เป็น Care giver ซึ่งมีค่าตอบแทนการทำงาน ในอนาคตหลังจบโครงการ อบต.แม่ต๋ำ เตรียมหารือกับ สปสช. เขต 1 เชียงใหม่ ถึงแนวทางอบรม Care giver รุ่นต่อไป เพื่อรองรับผู้มีภาวะพึ่งพิงรายใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยอาจให้ อสม. เตรียมการฝึกอบรมเป็น Care giver รุ่นต่อไปด้วย”

ด้าน พิกุล เตียนต๊ะนันท์ ผู้จัดการการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง (Care Manager) รพ.สต.แม่ต๋ำ เผยว่า… รพ.สต.แม่ต๋ำ ได้จัดอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นกลาง 70 ชั่วโมง ทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ โดยการสนับสนุนของ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีผู้เข้าอบรมเป็น Care giver” 7 คน ที่ผ่านการเรียนรู้ทั้งด้านหัตถการ การปฐมพยาบาล การดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง โดยมีการตรวจสอบเวลาอบรม ทดสอบก่อน-หลังอบรม เพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมปฏิบัติงาน

“Care giver จะเข้าไปดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงตามแผนดูแลแต่ละรายอย่างเหมาะสม ซึ่งออกแบบการดูแลอย่างถูกต้องโดย Care Manager พิจารณาจากระดับความยากง่ายของการดูแล เพื่อให้แต่ละคนรับผิดชอบได้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยจะเข้าดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงทุก 3 วัน เพื่อประเมินอาการและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วงเดือนแรกของการทำงาน Care giver จะลงพื้นที่ร่วมกับ Care Manager เพื่อฝึกปฏิบัติจริง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์”

ทั้งนี้ ทัศนีย์ กมลเลิศ ที่เป็น Care giver” รุ่นแรกในพื้นที่ ต.แม่ต๋ำ เล่าว่า… เข้าร่วมเพราะคุณแม่ก็เป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังอบรมทำให้ ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงได้ถูกต้องและปลอดภัยมากขึ้น ได้เรียนรู้การปฐมพยาบาล การนวดคลายเส้น และการพูดคุยให้กำลังใจ รวมถึงการปฏิบัติตามแผนการดูแลรายบุคคล (Care Plan) ที่สำคัญยังช่วยเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย โดย Care giver” จะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 5,000 บาท ซึ่ง Care giver” รายนี้บอกว่า… ขยายการดูแลจากครอบครัวไปสู่ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน ซึ่งมีผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวนมากที่รอความช่วยเหลือ”

ขณะที่ จินตนา สันถวเมตต์ ผู้อำนวยการกลุ่ม สปสชเขต เชียงใหม่ ระบุว่า… แม้ในปัจจุบันดูเหมือน Care giver” เพียงพอต่อพื้นที่ ต.แม่ต๋ำ แต่ ตามหลักการแล้วควรดูแลในอัตรา “Care giver” 1 คน ต่อผู้มีภาวะพึ่งพิง คน เพื่อให้ระยะเวลาสำหรับการดูแลเพียงพอและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สปสช. เขต 1 จึงมีแผน เพิ่มCare giver”รวมถึงจะร่วมมือกับ อบต. อื่น ๆ แต่ละแห่งในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อร่วมกันทำความเข้าใจในการใช้เงินงบประมาณสำหรับ จ้างงานCare giver” รวมถึงใช้สำหรับจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีความถูกต้อง

และอนาคต สปสชมีแผนพัฒนากองทุนระยะยาวด้านการดูแลผู้สูงอายุ (กองทุน LTC) โดยจะปรับรูปแบบจ่ายค่าตอบแทนจากเดิมรายชั่วโมงเป็นรายเดือน เพื่อสร้างความต่อเนื่องและความมั่นคงให้แก่ผู้ดูแลในชุมชน จากเดิมงบประมาณต่อการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง 1 รายอยู่ที่ 10,442 บาทต่อคนต่อปี ต่อไปจะปรับโดยจะจัดสรร 6,000 บาทสำหรับดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงโดยตรง และกันงบ 4,442 บาท เพื่อ จ้างงาน “Care giver”ต่อยอดจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

สร้างงานให้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ว่างงาน ผู้มีศักยภาพดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง ให้ได้อบรมเพิ่มพูนความรู้ ให้สามารถดูแลคนในชุมชนตนเองได้มีมาตรฐาน ซึ่ง สปสชพยายามผลักดันให้ผู้มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการเพื่อดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่ Care giver ด้วย”…ผอ.กลุ่ม สปสช. เขต 1 ระบุไว้ 

น่าสนใจแรงหนุน “เพิ่ม Care giver” 

ที่แน่นอนว่ายิ่งมีเพิ่มมากขึ้นยิ่งดี”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์