ทั้งนี้ “แก๊งสแกมเมอร์” ขยายวงกลายเป็น “ปัญหาใหญ่ระดับโลก” ที่เรา ๆ ท่าน ๆ คนไทยจะไม่สนใจก็ไม่ได้ ขณะที่หน่วยงานสหรัฐที่มีชื่อย่อว่า “OFAC” กับบทบาท-ภารกิจที่อาจเกี่ยวโยงประเทศอื่น ๆ นั้นก็…
มีเกร็ดน่าสนใจ–น่าทำความรู้จักไว้
“OFAC”หน่วยงานที่เป็นของสหรัฐ
ได้ชื่อว่าเป็น…“ตำรวจการเงินโลก!!”
หน่วยงานสหรัฐที่ชื่อ “OFAC” นี้ มีข้อมูลในบางแหล่งที่เผยแพร่ไว้ว่า… ชื่อเต็ม ๆ คือ Office of Foreign Assets Control ที่ในภาษาไทยอาจจะเรียกหน่วยงานดังกล่าวนี้ว่าเป็น สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศอะไรประมาณนี้ โดยที่ “OFAC” ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ กระทรวงการคลังสหรัฐ (U.S. Department of the Treasury) นั้น… “หน้าที่สำคัญ” ของหน่วยงานนี้ก็คือ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ (Sanctions)ต่อประเทศ กลุ่มบุคคล หรือองค์กร ที่สหรัฐมองว่าเป็นภัยคุกคามเช่น ผู้ก่อการร้าย ผู้ค้ายาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ หรือรัฐบาลเผด็จการ เป็นต้น
นี่เป็นโดยสังเขปเกี่ยวกับหน่วยงานนี้…
ที่ปรากฏชื่อขึ้นมายุคสแกมเมอร์ระบาด

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับ “อาวุธสำคัญ” ที่ทางหน่วยงาน “OFAC” ใช้เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามต่อสหรัฐ ทั้งภัยจากผู้ก่อการร้าย ผู้ค้ายาเสพติด รัฐบาลเผด็จการ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ นั่นก็คือ “บัญชีดำ” หรือ SDN List (Specially Designated Nationals)โดยถ้าชื่อของใคร หรือองค์กรใด ไปปรากฏในบัญชีนี้ ก็จะถูกดำเนินการภายใต้มาตรการต่าง ๆ อาทิ… ทรัพย์สินทุกอย่างในสหรัฐจะถูกอายัด หรือ ถูกอายัดแช่แข็งทรัพย์สิน และ ห้ามพลเมืองสหรัฐใช้เงินดอลลาร์สหรัฐทำธุรกรรมด้วย อีกทั้ง ธนาคารทั่วโลกจะตัดความสัมพันธ์ เพราะกลัวติดร่างแหไปด้วย …นี่เป็นบางส่วนของ “มาตรการ”
“OFAC”จะออกอาวุธ–ออกมาตรการ
เพื่อ…“ตัดเส้นเลือดภัยคุกคามสหรัฐ”
สำหรับกรณีศึกษาที่เคยปรากฏเป็น “ข่าวดังทั่วโลก” จากการถูก “OFAC” สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลังสหรัฐ ใช้มาตรการ “Sanctions” หรือ “คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ” ที่ผ่านมาก็มีจำนวนหลายเคส โดยที่โลกเคยฮือฮามาก เคยมีกระแสดังนั้น เช่นกรณีที่เกิดขึ้นราวปี ค.ศ. 2014 กรณีที่ ธนาคารยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศสแห่งหนึ่ง ถูกตั้งข้อสงสัยจากทาง “OFAC” ของสหรัฐ ว่าแอบทำธุรกรรมการเงินกับประเทศที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร ได้แก่ ซูดาน, อิหร่าน, คิวบา อีกทั้งยังสืบสวนพบว่า มีความพยายามลบข้อมูลธุรกรรมเพื่อซ่อนเส้นทางการเงิน
กับกรณีดังกล่าวนี้ ทาง “OFAC” ทางการสหรัฐ ได้ออก “บทลงโทษ” กับธนาคารดังกล่าว ด้วยการ ปรับเงินเป็นจำนวนมหาศาลเกือบ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นค่าปรับที่สูงเป็นประวัติการณ์ในเวลานั้น และก็ยัง ถูกสั่งห้ามทำธุรกรรมเคลียริ่งเงินดอลลาร์ชั่วคราว อีกด้วย ส่วนสาเหตุที่ทำให้กรณีนี้เป็นข่าวดังระดับโลก ก็เพราะกรณีนี้พิสูจน์ว่า… แม้จะเป็นธนาคารประเทศอื่น ไม่ใช่ธนาคารของสหรัฐ แต่ถ้ามีการใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ก็หนีเงื้อมมือของ “OFAC” ไม่พ้น และจากเหตุการณ์นี้เองทำให้ในเวลาต่อมาส่งผลให้ธนาคารทั่วโลกนั้นหันมาเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบลูกค้าเพิ่มขึ้น
ป้องกันไม่ให้เจอกับการ “คว่ำบาตร”
ที่ “ผลลัพธ์ที่จะเกิดตามมานั้นสาหัส”
ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มที่จะติดบัญชีดำหน่วยงาน “OFAC” ที่ว่านี้?? จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ไว้ก็ยังมีส่วนที่ระบุไว้ว่า… ถ้าจะให้เห็นภาพง่าย ๆ “บทบาท OFAC” ก็จะทำหน้าที่เสมือน “ตำรวจการเงินโลกของสหรัฐ” ดูแลบังคับใช้มาตรการ ต่อเป้าหมายที่เป็นภัยความมั่นคง รวมถึงนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ อาทิ ออกกฎและบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรโดยจะเป็นผู้กำหนดว่าใคร หรือประเทศไหน ที่ห้ามทำธุรกิจด้วย ตามนโยบายรัฐบาลสหรัฐ ซึ่ง ส่วนใหญ่ที่ติดบัญชีดำ–เจอมาตรการมักจะเป็น… ประเทศคู่ขัดแย้ง กลุ่มก่อการร้าย อาชญากรข้ามชาติ ผู้ค้ายาเสพติด แก๊งค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือแก๊งสแกมเมอร์ ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้เผยแพร่อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงเป็นต้น
และนอกจากนั้น หน่วยงาน “OFAC”ยังมีภารกิจ “จัดทำบัญชีดำ (SDN List)” เพื่อรวบรวมรายชื่อบุคคล บริษัท หรือเรือเดินสมุทร ที่ถูกแบน และภารกิจ “อายัดทรัพย์สิน” ของเป้าหมายที่อยู่ในระบบการเงินของสหรัฐ ทำให้ไม่สามารถโอนย้ายหรือใช้เงินก้อนนั้นได้ รวมถึง “ออกใบอนุญาต” ให้ทำธุรกรรมกับประเทศที่ถูกคว่ำบาตรได้เป็นกรณีพิเศษ เช่น เพื่อมนุษยธรรม อย่างการส่งยาหรืออาหาร เป็นต้น …เหล่านี้เป็นข้อมูลภาพรวมโดยสังเขปของ “ตำรวจการเงินโลก”
อีกหน่วยงานของทาง “สหรัฐอเมริกา”
พี่บิ๊กที่ทำตัวเป็น “ประเทศตำรวจโลก”
ที่…“กรณีเขมรหวังว่าจะไม่รังแกไทย”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



