คณะกรรมการ(บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568  ไม่มีมติเห็นชอบให้ยกเว้นค่าผ่านทาง โครงการทางพิเศษ(ทางด่วน)ภูเก็ตระยะ(เฟส) ที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. เพื่อให้ประชาชนใช้บริการฟรี   ตามนโยบายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม  ที่ขอให้ กทพ. หารือบอร์ด

ที่ประชุมมอบให้ กทพ. นำเรื่องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง เพราะต้องใช้งบประมาณ และกระทบวินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าต้องนำเรื่องกลับมาเสนอเมื่อไหร่

กทพ. ตั้งเป้าหมายเปิดประมูลโครงการภายในเดือน ธ.ค.2568  จะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 เปิดบริการปี 2573  ค่าผ่านทางคิดอัตราเดียว รถจักรยานยนต์ 15 บาท รถ 4 ล้อ 40 บาท รถ 6-10 ล้อ 85 บาท และมากกว่า 10 ล้อ 125 บาท ปรับค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นทุก 5 ปี

ปัจจุบันงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 192 แปลง และสิ่งปลูกสร้าง 221 หลัง วงเงิน 5,792.24 ล้านบาทใกล้จบ100%  เมื่อได้ผู้รับจ้าง จะส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ทันที   

โครงการมีวงเงินลงทุนรวม 16,757 ล้านบาท ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2568 เห็นชอบเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนโดยกทพ.ก่อสร้างเอง  จากมติครม.เดิมวันที่ 18 ม.ค.2565  เห็นชอบรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) เนื่องจากไม่มีเอกชนสนใจยื่นข้อเสนอลงทุน  

เส้นทางเฟส 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ขนาด 8 ช่องจราจร เป็นทางยกระดับ มีอุโมงค์อยู่ช่วงกลาง  จุดเริ่มต้นเชื่อมกับถนนพระเมตตา พื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (รถยนต์ 2 ช่องและรถจักรยานยนต์ 2 ช่อง) ข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ ระยะทาง 0.9 กม. จนถึงเขานาคเกิด   จึงเป็นอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ระยะทาง 1.85 กม. เมื่อผ่านช่วงภูเขาจึงเป็นทางยกระดับ ระยะทาง 1.23 กม. สิ้นสุดโครงการในพื้นที่ ต.กะทู้ บริเวณจุดตัดทล.4029

จะเป็นทางด่วนสายแรกในต่างจังหวัดของประเทศไทย และให้รถจยย.ใช้เส้นทางได้ตามข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร และลดอุบัติเหตุบนทล. 4029 รวมทั้งเป็นเส้นทางอพยพกรณีเกิดภัยพิบัติ เชื่อมโยงการเดินทางจาก อ.กะทู้ไปหาดป่าตอง อำนวยความสะดวกคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว 

แผนงานเดิมกทพ.จะเปิดประมูลภายในเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา  แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม  นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ ประกาศเปรี้ยงให้โอนโครงการฯ จากกทพ.ไปให้กรมทางหลวง(ทล.)ก่อสร้างเป็นทางหลวงแผ่นดินไม่เก็บค่าผ่านทาง  โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายลดภาระค่าครองชีพการเดินทางให้ประชาชน จึงต้องการให้ชาวจ.ภูเก็ต และนักท่องเที่ยวได้ใช้ถนนที่ดี และปลอดภัย ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

ล้มโครงการทางด่วนภูเก็ตที่ก่อกำเนิดมาหลายสิบปี  รื้อแบบใหม่เป็นทางหลวงลดขนาดอุโมงค์ให้เล็กลงเพื่อประหยัดงบ รวมทั้งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)  เสียเวลาไปอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปี 

สร้างความไม่พอใจให้ชาวภูเก็ตและสังคมจำนวนมากออกมาคัดค้านและเรียกร้องเดินหน้าโครงการ โดยเร็วที่สุด ไม่ต้องการให้โครงการล่าช้าเพื่อใช้บริการฟรี  รวมทั้งแสดงความเห็นดุเดือดด้วยว่า  ไม่มีของฟรีในโลก  หากต้องการให้เปิดฟรี  ให้ใช้เงินส่วนตัวก่อสร้าง  การยกเว้นค่าทางด่วนภูเก็ต หาเสียงทางการเมืองหรือไม่? …..ทำไม?โอนให้กรมทางหลวงก่อสร้างเสียเวลาจ้างศึกษาใหม่ ต้องตั้งงบก่อสร้างใหม่  ตั้งงบซ่อมบำรุงต่างๆ เพราะการเมืองล้วงลูกระบบราชการ  ง่ายกว่าระบบรัฐวิสาหกิจหรือไม่?

จนรมว.คมนาคม ต้องหาทางลง….ด้วยการคืนโครงการให้กทพ.ก่อสร้างเช่นเดิมแต่ขอให้ยกเว้นค่าผ่านทาง     ในที่สุดบอร์ดก็โยนให้หน่วยงานด้านการเงิน การคลังตัดสินใจ 

เนื่องจากกทพ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีภารกิจหลักก่อสร้างและบริหารทางด่วน เพื่อเป็นทางเลือกอำนวยความสะดวกการเดินทางให้ประชาชน  หารายได้หลักจากค่าผ่านทาง นำมาใช้ลงทุนก่อสร้างทางด่วนสายใหม่และพัฒนาปรับปรุงเส้นทางที่ให้บริการในปัจจุบัน  ที่ผ่านมาไม่เคยสร้างทางด่วน โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง(ฟรี)มีเพียงยกเว้นช่วงเทศกาลเท่านั้น เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร และอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงเทศกาล

การยกเว้นค่าผ่านทางจะเพิ่มหนี้สาธารณะให้กับประเทศมากขึ้น  ที่สำคัญต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าทำไมต้องให้บริการฟรีเฉพาะทางด่วนในจ. ภูเก็ต และจะหลายเป็นธรรมเนียมปฎิบัติให้อำนาจการเมืองใช้นโยบายยกเว้นค่าผ่านทางในเส้นทางอื่นๆ อีก  

ของฟรีไม่มีในโลก  ทุกสิ่งมีต้นทุน  ทางด่วนภูเก็ตก็เช่นกัน.

……………………………………………….
นายสปีด

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

คลิกอ่านบทความทั้งหมดที่นี่…