การ “วิตก AI เกี่ยวกับการศึกษา” นั้น…คือวิตกกันว่าอาจจะส่งผลทำให้ “ทักษะชีวิตสำคัญบางด้านหายไป” ซึ่งมีนักวิชาการทยอยออกมาสะท้อนไว้เกี่ยวกับ “ปัญหาในอนาคตของกลุ่มนักศึกษาไทย” บางส่วน คือส่วนที่อาจจะ “ยึดติดกับการใช้ AI จนมากเกินไป”จนส่งผลทำให้ต้อง“ตกอยู่ในความเสี่ยง!!”…

คือ “ไม่ได้พัฒนาทักษะชีวิตที่สำคัญ”

ทักษะในการ “คิดวิเคราะห์สื่อสาร”

รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล

กับ “มุมสะท้อน” เรื่องนี้ ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อ เป็นการสะท้อนไว้โดย รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ฉายภาพ “สถานการณ์น่าห่วงในยุค AI” ไว้ โดยสังเขปมีว่า… ปัจจุบันพบ พฤติกรรมการใช้ AI ที่ไม่เหมาะสมของนักศึกษา มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง อาจนำสู่ปัญหาการ “ขาดทักษะทางการเรียนรู้” เนื่องจากบางคนอาจจะพึ่งพิง AI มากเกินความพอดี อาทิ ใช้ AI ทำการบ้านแทนทั้งหมด หรือใช้ AI ทำข้อสอบแทน รวมถึงบางคนใช้ข้อมูลที่ได้จาก AI เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงโดยไม่มีการตรวจสอบหรือเช็กซ้ำ ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้…

สะท้อนการ“ใช้ AI อย่างไม่เหมาะสม”

รศ.ดร.ดำรงค์ นักวิชาการ มธ. สะท้อนไว้อีกว่า… พฤติกรรมเหล่านี้ยังเป็นภาพสะท้อนการ “ใช้ AI อย่างไม่เข้าใจ” ซึ่งถือว่า “เป็นเรื่องใหญ่!!” เพราะ ทำให้นักศึกษา “ขาดทักษะการคิด วิเคราะห์” อันเป็นทักษะสำคัญ ทักษะที่ต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งยังเป็นทักษะที่เป็นตัวชี้วัดการอยู่รอดในตลาดแรงงาน โดยนักวิชาการท่านนี้ยังระบุไว้ว่า… การใช้ AI อย่างไม่เหมาะสมจะเป็นอุปสรรคใหญ่ขวางกั้นการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้โดยตรง ส่งผลต่อการอยู่รอดในตลาดแรงงานในอนาคต เนื่องจาก การพึ่งพิง AI มากเกินพอดีระหว่างเรียน ทำให้นักศึกษา “ขาดทักษะเฉพาะศาสตร์” รวมถึงอาจทำให้นักศึกษาที่จบออกไปเป็นคน “ขาดทักษะการสื่อสาร” และ “ขาดการพลิกแพลงประยุกต์ใช้องค์ความรู้”ด้วย

หากพึ่งพิง AI มากเกินไป จะทำให้นักศึกษาที่ใช้งาน AI ไม่เหมาะสม ไม่เข้าใจในเนื้อหาหรือศาสตร์ที่ตนเองเรียนอยู่ จนไม่สามารถอธิบายเนื้อหาตามความเข้าใจได้ เพราะคำตอบทั้งหมดเกิดจาก AI ไม่ได้เกิดจากตัวผู้ใช้ AI ซึ่งที่สุดแล้วแทนที่การมีทักษะ AI จะช่วยให้อยู่รอดในตลาดแรงงาน ก็จะกลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงทำให้ไม่ถูกเลือกแทน” …นี่เป็น “คำเตือน”จากทางนักวิชาการที่กังวลเกี่ยวกับการ “ใช้งาน AI อย่างไม่เหมาะสม” ซึ่ง…

พบใน “นักศึกษา” มากขึ้นเรื่อย ๆ

ทาง รศ.ดร.ดำรงค์ ระบุไว้ต่อไปว่า… การใช้ AI เป็นสิ่งที่จะปฏิเสธหรือห้ามใช้ก็คงไม่ได้ และ AI ในปัจจุบันก็ช่วยลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนและการทำงานได้จริง ฉะนั้น ประเด็นอยู่ที่ขอบเขตการใช้อย่างถูกต้อง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่นักศึกษาต้องรู้ และทำให้กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพไม่ถูกทำลาย พร้อมกันนี้นักวิชาการท่านเดิมยังระบุไว้เพิ่มเติมว่า… ทางออก”เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องนี้ ส่วนตัวมองว่า…อาจทำได้โดย เริ่มจากการให้แนวทางและหลักเกณฑ์การใช้ AI ให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นจัดการเรียนการสอนในแต่ละรายวิชาโดยอาจารย์ผู้สอนควรชี้แจงเรื่องนี้กับนักศึกษาไว้แต่เนิ่น ๆ

หากมีการระบุไว้ใน course syllabus อย่างชัดเจน ก็จะเป็นประโยชน์มากสำหรับนักศึกษา รวมถึงควรมีการให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่นักศึกษาระหว่างการเรียนการสอน หรือระหว่างการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ก็จะช่วยทำให้นักศึกษาได้ประโยชน์และนำ AI ไปใช้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง” …เป็น “ข้อเสนอแนะ” ไว้โดย รศ.ดร.ดำรงค์

เพื่อที่จะ “ป้องกัน AI ส่งผลในด้านลบ”

ทั้งนี้ นักวิชาการท่านเดิมยังชี้ “เส้นกั้นการใช้ AI อย่างเหมาะสม” ไว้ว่า… ที่ชัดเจนและน่าจะทำได้ ก็อาทิ… กำหนดเป้าหมายในการใช้ AI เช่น ด้านการเรียนต้องมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะ ไม่ใช่ทำลายการพัฒนาทักษะ, ออกแบบหรือกำหนดสัดส่วนการทำชิ้นงานด้วยตัวผู้เรียนเอง ให้ได้สัดส่วนเหมาะสมกับการใช้ AI เพื่อฝึกให้นักศึกษารู้ถึงความเหมาะสม และไม่เหมาะสม เช่น นักศึกษาได้รับโจทย์ให้เขียนบทความภาษาอังกฤษ จึงร่างบทความเป็นภาษาไทยแล้วให้ AI แปลส่งอาจารย์ ซึ่งทำให้นักศึกษาไม่ได้แสดงสมรรถนะด้านภาษา ทำให้ขาดความคิดริเริ่มในการผลิตและความเป็นเจ้าของผลงาน

การใช้เป็น กับการใช้ถูกต้อง ไม่เหมือนกัน ใช้เป็นคือใช้ AI ได้หลายตัว และใช้ทำแทนเกือบทุกอย่าง แต่ไม่ได้มีการเรียนรู้ ส่วนการใช้อย่างถูกต้องนั้น คือรู้ว่าใช้อย่างไร และจะเรียนรู้จากสิ่งที่ใช้อย่างไรได้บ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่เกิดผลกระทบเชิงลบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นจริงได้ต้องอาศัยทั้งตัวผู้เรียน ผู้สอน และสถาบันการศึกษาสนับสนุน”…ทาง รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนฉายภาพไว้อีกส่วนหนึ่ง เกี่ยวกับ “ปัญหานักศึกษาใช้ AI ไม่เหมาะสม” ที่เวลานี้มีสถานการณ์ “น่ากังวล” โดยที่…

นักศึกษา” มีไม่น้อย “พึ่ง AI มากเกิน”

ตอนที่ยังเรียน” อาจจะ “ดีเพราะ AI”

ตอนเรียนจบ” อาจ “พังเพราะ AI”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์