ทั้งนี้ แม้จะเพราะฟ้าฝนที่ถล่มผิดปกติ หรือสภาพพื้นที่สุ่มเสี่ยงอยู่แต่เดิม แต่ยังไง ๆ เมื่อ “เกิดภัยน้ำท่วม” ขึ้นแล้วภาครัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับก็ “น่าจะเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันการณ์แต่ไม่ทันการณ์” ดังที่เห็น ๆ กัน โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ ซึ่งเมื่อยังคงเป็นเช่นนี้คนไทยก็จึงยิ่งต้องยึดหลัก “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

เมื่อ “การช่วยเหลือฉุกเฉินยังคงช้า”

เช่นนี้ “ก็จำเป็นต้องรู้วิธีเอาตัวรอด”

และกับการที่คนไทยเรา ๆ ท่าน ๆ ยิ่งต้องยึดหลัก “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” จะต้อง “รู้วิธีเอาตัวรอดจากภัยน้ำท่วม” นั้น ณ ที่นี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็จะสะท้อนต่อข้อมูล จะพลิกแฟ้มสะท้อนย้ำคำแนะนำที่มีการเผยแพร่ไว้ผ่าน เฟซบุ๊กสภานักศึกษา ม.อ. หาดใหญ่ www.facebook.com/sapa.psu ซึ่งเป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการรอดจากภัยน้ำท่วม

คำแนะนำเรื่องนี้จากแหล่งข้อมูลข้างต้น หรือแนวทางที่เป็น “คู่มือเอาตัวรอดจากภัยน้ำท่วม” นั้น หลัก ๆ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ “การเตรียมเอาตัวรอด” กับ “การเอาตัวรอด” ซึ่งหลักใหญ่ใจความมีดังนี้… การเตรียมเอาตัวรอด” คำแนะนำนั้นประกอบด้วย… การ เตรียมเส้นทางหนี คือหนีออกจากที่พักอาศัย กรณีที่สถานการณ์ “ภัยน้ำท่วม” ไม่ดีขึ้น และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดย…ถ้าเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่ชั้นบนไม่มีช่องทางให้หนีออกมาได้ง่าย ๆ ควรเตรียม เชือกฉุกเฉินไว้ เช่น เชือกหนา ๆ หรือใช้ผ้าปูที่นอน ใช้ผ้าม่าน มัดต่อกันเพื่อใช้แทนเชือกฉุกเฉิน โดยหากจำเป็นต้องใช้เพื่อหนี ก็ให้มัดหรือผูกกับเสาหรือจุดที่แข็งแรงในบ้าน ห้ามผูกกับอะไรที่อาจหลุดง่าย ไม่เช่นนั้นตอนหนีอาจหลุดลอยไปตามน้ำที่ไหลเชี่ยวจนเกิดอันตราย

สิ่งที่ควรต้องเตรียมก็ยังมี… เตรียมอุปกรณ์ช่วยลอยตัวในน้ำ ซึ่งอาจใช้สิ่งของที่มีอยู่ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ลอยตัวได้ดี เช่น แผ่นโฟม ถังน้ำ-แกลลอนน้ำที่มีฝา กล่องพลาสติกแข็ง หรืออาจใช้ประตูไม้ ไม้ฝาบ้าน นำมาใช้เป็นแผ่นลอยตัว ซึ่ง ที่ต้องคำนึงถึงให้มากคืออุปกรณ์นั้นลอยตัวได้ดีแข็งแรงเพียงพอ หรือหากหาอะไรมาใช้ไม่ได้จริง ๆ หากต้องหนีอย่างฉุกเฉิน ก็อาจใช้เสื้อเชิ้ต-กางเกงขายาว มัดปลายแขน-ขาให้แน่นเพื่อกักอากาศไว้ข้างในเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยลอยตัวกรณีฉุกเฉิน

ถัดมา… เตรียมอุปกรณ์ป้องกันสัตว์อันตราย นี่ก็จำเป็นเช่นกัน เพราะสัตว์พวกงู ตะขาบ แมลงมีพิษ หรือหนู อาจลอยมากับน้ำท่วมและก่ออันตราย โดยอุปกรณ์ป้องกันที่มีการแนะนำไว้ เป็นการใช้เพื่อกันให้สัตว์อยู่ในระยะห่าง เช่น ไม้กวาดด้ามยาว ไม้ถูพื้น หรือไม้แขวนเสื้อโลหะแข็ง ๆ ซึ่งจุดประสงค์การใช้ก็เพื่อ กันไม่ให้สัตว์อันตรายเข้าใกล้และก่ออันตราย

นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเตรียมชุดยังชีพฉุกเฉิน ด้วย… โดยเน้นที่แห้ง-หยิบใช้ง่าย เช่น ยาประจำตัว ขนมแห้ง โทรศัพท์-แบตสำรอง ไฟฉาย เสื้อผ้า 1 ชุด ถ้ามีถุงซิปล็อกกันน้ำก็รวมใส่ไว้ ซึ่งถ้ามีถุงดำใช้กันน้ำหรือช่วยลอยตัวฉุกเฉินด้วยก็ดี

ต่อด้วยคำแนะนำอีกส่วนหนึ่งคือส่วน “การเอาตัวรอด” จาก “พิบัติภัยน้ำท่วม” ซึ่งมีการแนะนำไว้ว่า… กรณีติดน้ำท่วมอยู่ในที่พักโดยหนีออกมาไม่ได้ง่าย ๆ แนวทางเอาตัวรอดคือ หาอุปกรณ์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น ใช้ไฟฉาย ผ้าแดง หรือนำวัสดุโลหะมาใช้เป็นเครื่องเคาะส่งสัญญาณ ซึ่งระหว่างรอนั้นก็ พยายามอยู่ในจุดสูงที่สุดของสถานที่

และถ้าเป็น กรณีน้ำท่วมใกล้มิดที่พักที่ติดอยู่ โดยที่ยังไงก็จำเป็นต้องออกจากที่พัก กรณีนี้มีคำแนะนำไว้ว่า… ให้หนีออกมาโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยให้ลอยตัวในน้ำได้นานที่สุด ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ก็ดังที่ระบุในส่วนของการเตรียมการ คืออาทิ… ฝาบ้าน ประตูไม้ หรือแม้แต่โต๊ะไม้ก็อาจใช้ได้ หรือแผ่นโฟม ถังน้ำ-แกลลอนน้ำที่มีฝา กล่องพลาสติกแข็ง หรือแม้แต่กะละมังก็อาจใช้ช่วยได้ โดยจะเลือกใช้อะไรนั้นก็อาจยึดหลักสำคัญคือ “ทุกอย่างที่อากาศเข้าไปได้ อาจช่วยให้ลอยตัวได้”

หลังจากนั้น เมื่อต้องหนีออกจากที่พักและก็ออกมาได้แล้ว มีคำแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้คือ… ใช้วัสดุอุปกรณ์ลอยน้ำชิ้นใหญ่โดย มัดตัวหลวม ๆ ไว้กับวัสดุอุปกรณ์ลอยน้ำเพื่อกันหลุด ซึ่งมัดแค่หลวม ๆ แต่ให้เอาอยู่ ไม่ใช่มัดตรึง…เพื่อกันเกิดเหตุฉุกเฉินซ้ำซ้อน จากนั้น เคลื่อนตัวไปหาพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า เช่น อาคารที่สูงขึ้น หลังคาที่สูงกว่า ที่แข็งแรงพอ เพื่อพักรอการช่วยเหลือและในแหล่งข้อมูลเดิมก็แนะนำการช่วยชีวิตสัตว์ที่เลี้ยงไว้ด้วย เช่น อย่าผูกสัตว์ไว้กับเสาหรือรั้วเพราะหากน้ำขึ้นสูงจะจมน้ำตายได้ สัตว์ที่ขนาดไม่ใหญ่ถ้าเป็นไปได้ให้ใส่กล่องหรือลังพลาสติก ผูกหลวม ๆ ติดไว้กับวัสดุลอยน้ำได้

ทั้งนี้ เหล่านี้คือโดยสังเขปจาก “คู่มือเอาตัวรอดจากภัยน้ำท่วม” ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ที่เผยแพร่ไว้ทาง เฟซบุ๊กสภานักศึกษา ม.อ. หาดใหญ่ www.facebook.com/sapa.psu ซึ่งในสถานการณ์ที่“หวังการช่วยเหลือชีวิตจากระบบรัฐอย่างทันการณ์ยังยาก??” คนไทยเรา ๆ ตระหนักไว้ก็ย่อมดี แม้ก็อาจทำได้ไม่ง่าย…ดังเช่นที่หาดใหญ่ล่าสุด ขณะที่ด้านรัฐ ระบบรัฐ ตั้งแต่ระดับพื้นที่ถึงรัฐบาล จากเหตุ “น้ำท่วมร้ายแรง” ล่าสุด “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” หวังว่าจะเป็น “บทเรียนนำสู่ประสิทธิภาพ”ได้เสียที ไม่ใช่เต้นกันขึงขังหลังประชาชนเละแล้วแทบทุกที ซึ่งแม้การป้องกัน “พิบัติภัยน้ำท่วม”ยิ่งทำยากในยุคโลกรวน ก็ต้องพยายาม ไม่ใช่ใช้เป็นข้อกล่าวอ้างซ้ำ ๆ และต่อให้ป้องกันไม่ได้จริง ๆ…ก็ “ต้องช่วยเหลือชีวิตประชาชนได้มีประสิทธิภาพ”

ช่วยช่วงน้ำท่วม” นี่ก็ “ต้องทำให้ดีขึ้น”

และ “ช่วงต่อไปก็ต้องเตรียมให้ดีด้วย”

คือรัฐช่วยฟื้นฟูหลังน้ำท่วมได้ดี??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์