สารพัดคำเตือน สารพัดความคิดเห็น สารพัดทางออก มีออกมาให้เห็นอย่างดาษดื่น โดยเฉพาะระบบเตือนภัย ระบบการจัดการ ระบบการรับมือ แต่สุดท้าย!! เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง ก็มีแต่ความสูญเสีย มีแต่ความพังพินาศ

ด้วยเพราะ… ความไม่เรียนรู้”  จึงนำพามาด้วยสิ่งที่เห็นอยู่ในเวลานี้ ที่กลายเป็น“ภาพจำ” ที่ทำร้ายจิตใจคนทั้งชาติ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าวันใดจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

เอาเป็นว่าเมื่อเหตุการณ์แห่งความสูญเสีย บรราเทาเบาบางลงไปแล้ว แต่ผลที่กำลังตามมา คือเรื่องของการช่วยเหลือ การเยียวยา ที่เวลานี้ในพื้นที่ภาคใต้ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้น

แม้หลักการของการเยียวยา ที่รัฐบาลได้ประกาศออกมาให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบภัย ครัวเรือนละ 9,000 บาท รวมถึงเงินปลงศพผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท และมาตรการเยียวยาอื่น ๆ

แต่เมื่อถึงวิธีปฎิบัติ ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า ผู้เสียชีวิตในช่วงเกิดเหตุมหาอุทกภัยครั้งนี้ หมายรวมถึงกรณีใดบ้าง เสียชีวิตจากการจมน้ำ เสียชีวิตจากการขาดโอกาสในการรักษา และอีกหลากหลายสาเหตุ

แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาแยกแยะประเภทของการเสียชีวิต เพื่อให้การจัดลำดับการช่วยเหลือเยียวยา นั้น มีความชัดเจนมากขึ้น แต่จนถึงเวลานี้ญาตพี่น้อง ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยัง “สับสน” ว่าจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาหรือไม่?

หรือ…แม้แต่เงินช่วยเหลือครอบครัวละ 9,000 บาท ที่เวลานี้ก็โกลาหล เพราะในหน่วยงานปฏิบัติที่ยังต้องการเอกสารอย่างครบถ้วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจ่ายเงิน

หรือ…คนที่อยู่ตามหอพัก อยู่อพาร์ตเม้นท์ อยู่ห้องเช่า จะได้รับความช่วยเหลือด้วยหรือไม่?

สารพัดปัญหา จะบังเกิดขึ้นแน่นอน เพราะหลังจากน้ำลด หลายคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ความต้องการ “เงิน” เพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

หากผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการไม่เป็นระบบ จัดการไม่ดี เหมือนกับที่จัดการกับการเกิดเหตุไม่ได้ จะกลายเป็น “พายุใหญ่” ที่ถล่มซ้ำรัฐบาลเข้าให้อีก แม้ว่าตามข้อเท็จจริงแล้ว ฝากการเมืองไม่ควรใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้มาถล่มซ้ำกันก็ตาม

ก่อนหน้านี้รัฐบาลประกาศ 8 มาตรการสำคัญ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ประกอบด้วย

1. การพักหนี้ พักต้น พักดอกเบี้ย ธนาคารพาณิชย์-ธนาคารของรัฐ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี

2. การให้เงินกู้เพื่อการยังชีพและประกอบอาชีพ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี

3. การให้เงินกู้เพื่อการซ่อมแซมที่พักอาศัย 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี โดย สามารถให้คนในครอบครัวค้ำประกันวงเงินกู้ได้

4.การให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ จ่ายชดเชยความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยลดขั้นตอนอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

5.การให้สำนักงานประกันสังคม “จ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณี” แก่ผู้ประกันตน

6.การให้เงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติ รายละ 2 ล้านบาท ในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน

7. การออกมาตรการช่วยเหลือ SMEs สนับสนุนฟื้นฟูธุรกิจกรณีพิเศษ โดยเร็วที่สุด

8. การสนับสนุนมาตรการทางภาษี และการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หาดใหญ่ และพื้นที่ประสบภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย

ความช่วยเหลือที่รัฐบาลประกาศออกมาเป็นเพียงมาตรการในเบื้องต้น ยังมีมาตรการความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลาย ๆ เรื่อง

ณ เวลานี้ เชื่อได้ว่าผู้ที่เดือดร้อนจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ บางคน แทบไม่รู้สิทธิ์ตัวเองด้วยซ้ำไป ดังนั้นระบบการจัดการของภาครัฐ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ต้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ อย่างที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องบริการคนที่เดือดร้อนอย่างดี เหมือนกับว่าเป็นการช่วยเหลือตัวเองหรือบุคคลในครอบครัว

เหนืออื่นใด”สิทธิ์”ที่พวกเค้าเหล่านี้ควรจะได้ ก็ต้องให้การแนะนำ ให้การช่วยเหลือในทุกทาง อย่างเต็มที่!!

……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

อ่านบทความทั้งหมดคลิกที่นี่