ผมขอขยายความจากที่รศ.พญ เริงฤดีสรุปไว้ เพื่อความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นว่า อาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจในคนที่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสอง เป็นผลจากสารเคมีต่างๆในไอบุหรี่ไฟฟ้า ที่ทำให้เกิดการอักเสบของทางเดินหายใจ ที่ผมเปรียบเทียบบ่อยๆว่า เหมือนกับที่ควันบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบระคายเคืองตา แตกต่างกันที่ตามีปลายประสาทที่แสดงออกถึงอาการระคายเคือง เจ็บแสบเวลามีสารเคมีมาสัมผัส ซึ่งทางเดินหายใจไม่มีประสาทเช่นนี้ คนที่ได้รับควันบุหรี่มวน หรือไอบุหรี่ไฟฟ้า เกิดการอักเสบของผิวทางเดินหายใจ จึงไม่มีอาการเจ็บแสบระคายเคืองจากการอักเสบในปอด ขนาดที่อักเสบเรื้อรังจนเนื้อปอดถูกทำลาย ก็ยังไม่มีอาการเจ็บปวด แต่มีอาการแสดงออก เช่น ไอ หายใจมีเสียงวี๊ด หลอดลมอักเสบจากการติดเชื้อโรค อาการภูมิแพ้กำเริบ หรือเกิดอาการหืดจับ

ส่วนที่พบระดับนิโคตินในร่างกายคนไม่สูบที่สัมผัสบุหรี่ไฟฟ้า ใกล้เคียงคนที่สัมผัสบุหรี่ธรรมดา ต้องเข้าใจว่า การได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสอง ไม่ใช่เพียงแต่จะได้รับแต่นิโคตินเท่านั้น เพียงแต่งานวิจัยที่ทำจะวัดเฉพาะนิโคตินเท่านั้น แต่งานวิจัยเชิงลึกที่ทำในคนไม่สูบบุหรี่ ที่ได้รับควันบุหรี่ธรรมดามือสอง พบว่า จะตรวจพบนิโคติน สารก่อมะเร็ง โลหะหนักและสารเคมีอื่นๆ ในเลือดและในปัสสาวะด้วย ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกา นั่นย่อมหมายความว่า จะสามารถตรวจพบสารก่อมะเร็ง โลหะหนักและสารเคมีอื่นที่มีในไอบุหรี่ไฟฟ้า ในคนไม่สูบบุหรี่ ที่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสองด้วย คนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จึงไม่ควรทำให้คนอื่นได้รับอันตรายจากไอบุหรี่ไฟฟ้าที่ตัวเองสูบ และควรที่จะไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะที่กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ ไม่สูบในบ้าน ในรถยนต์ ในใกล้หญิงตั้งครรภ์ และในทุกที่ที่มีเด็ก ๆ อยู่ด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงวลี “แล้วคุณมาทำร้ายฉันทำไม”
ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
อ้างอิง
Health Effects from Secondhand Exposure to E-Cigarettes: A Systematic Review of Peer-Reviewed Articles from 2004–2024
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



