ชื่อของ “อีกหนึ่งกลไกกระบวนการยุติธรรม” ที่ว่านี้ปรากฏขึ้นในรายงานข่าวเมื่อศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวหญิงคนดังแวดวงบันเทิงรายหนึ่งที่ตกเป็น “ผู้ต้องหา” คดีเกี่ยวกับเงินจำนวนสูงลิ่ว ที่บรรดาผู้เสียหายก็เป็นคนดังมากหน้าหลายตา โดยหนึ่งใน “เงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว” ที่น่าสนใจก็คือ…
“ต้องเข้ารับคำปรึกษา” ทางด้านจิต
ที่ “คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม”
นี่ก็เป็น “กลไกกระบวนการยุติธรรม”
ทั้งนี้ เกี่ยวกับอีกหนึ่งกลไกกระบวนการยุติธรรม… “คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล-จะขยายความถึงบทบาท ณ ที่นี้ คลินิกที่ว่านี้มีข้อมูลเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ศาลจังหวัดเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ระบุไว้ว่า… เป็น คลินิกที่ “ให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม” แก่ผู้รับคำปรึกษา ซึ่งก็คือ “ผู้ต้องหา” หรือ “จำเลย” ในคดีอาญา โดยที่มีวัตถุประสงค์ 2 ส่วน คือ… เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะวิกฤติและจัดการกับภาวะความตึงเครียดด้านอารมณ์ เพื่อแสวงหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา และช่วยลดการหนีคดีหรือหนีประกันระหว่างดำเนินคดี และอีกวัตถุประสงค์คือ… เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางบวก ไม่ไปก่อเหตุหรือก่อคดีซ้ำ ขึ้นอีก

ผู้ที่ต้องเข้ารับคำปรึกษาตามกลไกทางกระบวนการยุติธรรมนี้…มี 2 แบบ หนึ่ง… ก็ดังเช่นคดีดังที่ระบุในตอนต้น คือ ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างชั้นสอบสวน เมื่อศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 105 วรรคท้าย และสอง… จำเลยที่ศาลพิพากษาให้รอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 โดยทั้ง 2 แบบ ศาลคือผู้กำหนดเงื่อนไขให้ต้องเข้ารับคำปรึกษาด้านจิตสังคม …นี่เป็นข้อมูลส่วนแรก
กระบวนการยุติธรรม “ด้านจิต”…
“คลินิก” ที่ชื่อปรากฏในข่าวคดีดัง
และนอกจากข้อมูลส่วนแรกโดยสังเขปของกลไกดังกล่าวดังที่ ณ ที่นี้สะท้อนต่อข้อมูลข้างต้นแล้ว ก็ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม”ข้อมูลโดย บุศรา เกิดวิชัย พฤกษมาศ ในฐานะผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา ที่ท่านได้อธิบายไว้ผ่านเอกสารบรรยายหัวข้อ “การดําเนินงานด้านจิตสังคมในระบบศาล เพื่อป้องกันการกระทำผิดซํ้า” โดยสังเขปนั้นมีว่า… คลินิกรูปแบบนี้มีการก่อตั้งขึ้นครั้งแรกที่ศาลอาญาธนบุรี ปี 2552 วัตถุประสงค์เมื่อแรกก่อตั้งคือเพื่อช่วยเหลือ แก้ไข ฟื้นฟู ผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งจากข้อมูล… ปี 2566 มีคลินิกลักษณะนี้อยู่ในศาล 163 ศาล
ขยายความเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายการให้คำปรึกษา…ก็ เพื่อช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาจะได้เข้าใจตัวเองอย่างถูกต้อง และก็ยังมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษามองเห็นลู่ทางในการแก้ปัญหา กับ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม และยอมรับต่อสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นได้โดยที่…บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ “คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม” ที่เป็นกลไกกระบวนการยุติธรรม ก็ประกอบด้วย… 1.ผู้พิพากษา, 2.ผู้ให้คำปรึกษา, 3.นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์, 4.ผู้รับคำปรึกษา คือ “ผู้ต้องหา” หรือ “จำเลย” คดีอาญา…ดังที่ได้สะท้อนต่อข้อมูลไว้แล้ว โดยที่…
กลไกดังกล่าวนี้ด้านหนึ่งคือ “ให้สิทธิ”
พร้อม ๆ ไปกับด้าน “ปรับพฤติกรรม”
สำหรับกระบวนการในการเข้ารับคำปรึกษาจาก “คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม” นั้น ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลดังกล่าวข้างต้นระบุไว้ว่า… เริ่มจากการ รับเรื่องและตัวผู้รับคำปรึกษาที่ศาลสั่ง จากนั้นจึงมีการ ตั้งสํานวนคดีคลินิก โดยจะมีเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วก็จะ นัดหมายแจ้งวันนัดแก่ผู้รับคำปรึกษาและครอบครัวให้เข้ารับคำปรึกษา โดยทางผู้ที่ให้คำปรึกษาจะ สอบถามข้อมูลและใช้แบบคัดกรองเบื้องต้น พร้อมกับ สังเกตเรื่องราวและข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งหากพบความผิดปกติ เช่น ป่วยทางจิตใจ ก็จะนำแบบคัดกรองเฉพาะด้านมาประเมินความเสี่ยงและความจําเป็นเพื่อการดำเนินการต่อไป
นี่คือโดยสังเขป “กลไกคลินิกด้านจิต”
เมื่อ “ศาลสั่งให้ต้องเข้ารับคำปรึกษา”
ทั้งนี้ ขยายความเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง กับ “ประโยชน์กลไกคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม” ที่ในเอกสารโดยท่านผู้พิพากษา บุศรา เกิดวิชัย พฤกษมาศ ระบุไว้ว่า… 1.ช่วยให้เข้าถึงปัญหาที่เป็นสาเหตุการกระทำผิด อย่างแท้จริง, 2.จำเลยได้ใช้โอกาสกลับตัว อย่างแท้จริง, 3.กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า โดยไม่หวนไปทำผิดซ้ำ ขึ้นอีก, 4.ปกป้องสังคม ทำให้สังคมรู้สึกปลอดภัยอุ่นใจ, 5.เน้นผลลัพธ์เพื่อสังคม ผ่านความร่วมมือของบุคคลในกระบวนการ …นี่ล้วนน่าสนใจ
“ปรับจิตผู้มีคดี” มีตั้งแต่ชั้น “ผู้ต้องหา”
โดยที่ “มีกลไกทางคลินิกโดยเฉพาะ”
ทั้ง…“ช่วย”…“ลดก่อคดีซ้ำ”…“กันหนี”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



