ทั้งนี้ ถือเป็น ครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ “วัดสวนแก้ว” ต้องวิงวอนขอร้องญาติโยมทั้งหลาย “อย่าเพิ่งเข้าพึ่งพิงวัด” เพราะวิกฤติที่เกิดขึ้นตอนนี้ แม้แต่วัดเองนั้น…
ก็กำลัง “ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่”
จน “วัดสวนแก้ว” ที่พึ่งคนทุกข์ยากนั้น
จำใจและ “จำเป็นต้องงดการเป็นที่พึ่ง”
สำหรับ “สถานการณ์วัดสวนแก้ว” ดังกล่าวนี้… “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้รับทราบข้อมูลจากการเผยของ พระพยอม กัลยาโณ หรือ พระราชธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ซึ่งกับ “ภาพจำคนไทย” ที่ในทุก ๆ ครั้งที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติปัญหา “วัดสวนแก้วจะเป็นหนึ่งในที่พึ่งเสมอ” มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี แต่วิกฤติล่าสุดนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะต่างออกไปจากทุก ๆ ครั้ง โดยวิกฤติครั้งนี้หนักจนถึงขั้นทำให้แม้แต่ทางวัดสวนแก้วก็ขอร้องญาติโยม “อย่าเพิ่งเข้าพึ่งวัด!!”
“ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็อย่าเพิ่งมาพึ่งวัดเลย ขอเวลาอาตมาดูสถานการณ์ก่อนว่าสงครามมันจะหยุดไหม? เศรษฐกิจมันจะฟื้นหรือเปล่า? เพราะถ้ามันยังดิ่งลงเรื่อย ๆ อย่างนี้ ทางวัดก็คงจะรับดูแลไม่ไหวแน่นอน” …ทาง พระพยอม ระบุผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” เพื่อให้ญาติโยมรับทราบถึง “สถานการณ์ปัจจุบัน” ที่กำลังเกิดขึ้นกับ “วัดสวนแก้ว”

พระพยอม ยังสะท้อนสถานการณ์ของทางวัดอีกว่า… นอกจากวิกฤติน้ำมันแล้ว ยังเจอวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำเติม โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ วัดสวนแก้วก็โดนผลกระทบอย่างหนัก!!โดยเฉพาะจาก “ปัญหาน้ำมัน” ซึ่งดังที่ทราบกันว่า…วัดอยู่ได้ด้วยการนำรถไปรับของบริจาคตามบ้านหรือตามบริษัทห้างร้านต่าง ๆ แต่ในช่วงที่มีปัญหาวิกฤติน้ำมัน วัดไม่สามารถไปรับของบริจาคได้เหมือนเดิม เพราะไม่มีน้ำมันเติมรถ ซึ่งผลกระทบตามมาเป็นลูกโซ่ ของบริจาคที่วัดนำมาซ่อมแซมเพื่อนำไปจำหน่ายก็มียอดลดลง ทำให้รายได้จากการขายสินค้าหรือของบริจาคก็เลยลดหายไปด้วย ซึ่งสถานการณ์ที่หนักตอนนี้ ทำให้วัดเองก็ลังเล…
เพื่อจะ “ประคองให้วัดยังไปต่อได้”
ก็ต้อง “หยุดรับคนเข้ามาดูแลเพิ่ม”
เจ้าอาวาส วัดสวนแก้ว ระบุผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” เอาไว้อีกว่า… ตอนนี้ทางวัดยังลังเลเรื่องรับช่วยคน เพราะก็กังวลว่า…ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดี แล้ววัดยังเปิดรับคนเติมเข้ามาเรื่อย ๆ วัดก็อาจล้มไปด้วย และคนที่เข้ามา วัดก็ดูแลได้ไม่ดี ไม่ทั่วถึงอีกด้วย สุดท้ายแทนที่จะบรรเทาวิกฤติ ก็อาจกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติขึ้น ซึ่ง เวลานี้สถานการณ์ของวัดนั้นรายรับสวนทางรายจ่าย …ทาง พระพยอม พูดถึงความกังวลในเรื่องนี้ โดยที่ จริง ๆ ก็ยังอยากช่วยผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากให้ได้…
แต่ก็กลัวกำลังของวัดจะไปต่อไม่ไหว!!
และ พระพยอม ยังระบุย้ำผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… อยากบอกกับทุก ๆ คนว่า… ตอนนี้ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็อย่าเพิ่งมาพึ่งวัดสวนแก้วเลย เพราะ สถานการณ์ของวัดสวนแก้วในเวลานี้ก็ตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน โดยตั้งแต่น้ำมันขึ้นราคา รายจ่ายวัดที่มากอยู่แล้ว ก็ยิ่งต้องแบกภาระหนักขึ้น ซึ่งวัดตอนนี้ก็มีรายจ่ายต่อวันไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท!! เพิ่มขึ้นกว่าเดิมจากค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้เวลานี้กิจนิมนต์ไกล ๆ ก็ต้องลดลงไปบ้าง และที่สังเกตเห็นมาหลายสัปดาห์แล้ว ดูเหมือนตอนนี้คนจะเข้าวัดทำบุญก็ลดลงไป ซึ่งสะท้อนชัดเจนเลยว่า…เศรษฐกิจและกระเป๋าคนไทยตอนนี้ย่ำแย่มาก-กรอบมาก
“เหตุนี้อาตมาก็ขอถือโอกาสเพื่อประกาศตรงนี้ว่า… คนที่คิดจะมาพึ่งวัด ขอให้คิดให้ดี ๆ ก่อน เพราะตอนนี้วัดเองก็แย่เหมือนกัน ซึ่งถ้าอยากพึ่งพาวัด ขอให้มายามปกติ กับช่วงไม่ปกติอย่างช่วงนี้ อาตมาจำเป็นที่จะต้องขอปฏิเสธ เพราะวัดคงรับทั้งหมดไม่ได้เหมือนกัน แม้จะเข้าใจดีว่าตอนนี้ทุกคนก็คงลำบาก” …พระพยอมระบุเรื่องนี้
ทางเจ้าอาวาส วัดสวนแก้ว ระบุด้วยว่า… ตอนนี้มองไปที่ไหนก็มีแต่คนจน คนลำบาก คนตกงาน ซึ่งหลายคนไม่รู้จะหันไปพึ่งที่ไหน ก็เลยคิดจะมุ่งมาที่วัด แต่สถานการณ์ตอนนี้ทางวัดเองก็คงจะรับทั้งหมดไม่ได้ เพราะ ตอนนี้แค่คนที่วัดดูแลอยู่เดิมก็ยังลำบากมาก ดังนั้นจะให้ทางวัดเปิดรับเพิ่มอีกก็คงจะไม่ไหวในเวลานี้ เพราะเผลอ ๆ ไม่เพียงช่วยคนไม่ได้ แต่วัดก็จะล้มตามไปด้วย ซึ่งเวลานี้คนที่วัดรับดูแลอยู่เดิมก็มีจำนวนมากแล้ว อาทิ คนแก่กว่า 150 คน คนตกงานอีกเป็นพันคน ไหนจะมีเด็กนักเรียนที่ทางวัดช่วยอุปถัมภ์อีกไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งในเวลาปกติการบริหารจัดการก็ยังยาก ยิ่งมีวิกฤติอีกก็เลยยิ่งหนัก
“อาตมาคิดแล้วคิดอีกว่า… ถ้ารับช่วยทั้งหมด วัดก็คงไม่รอด ทำให้ตอนนี้ยังไง ๆ วัดก็ต้องขอเอาตัวเองให้ไหวก่อน ขออนุญาตญาติโยมที่กำลังคิดจะเข้ามาพึ่งวัด ขอให้เบนเข็มทิศไปด้านอื่นก่อน” …เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วระบุ
ทั้งนี้ แม้ “วัดสวนแก้ว” ก็กำลังเผชิญสถานการณ์วิกฤติหนักเช่นกัน แต่ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ ก็ได้ “ส่งกำลังใจให้คนไทยทุกคน” ผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มา โดยท่านบอกว่า… คนไทยเป็นคนใจสู้-เป็นคนไม่ใจเสาะ ซึ่งแม้วิกฤติที่เกิดขึ้นตอนนี้จะหนักหนาสาหัสสากรรจ์กว่าทุกครั้ง แต่ก็ยังเชื่อมั่นเหมือนหลาย ๆ วิกฤติที่ผ่าน ๆ มา…
เชื่อว่า “คนไทยก็จะผ่านวิกฤตินี้ไปได้”
เชื่อมั่น “เพราะคนไทยมีหัวใจนักสู้”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



