โดยผู้บริหารระดับสูง คือ “เบรด สมิธ” รองประธานกรรมการบริหารและประธานของไมโครซอฟท์ได้เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล แล้วประกาศยกระดับ ความร่วมมือในประเทศไทย 

ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ ได้มีความร่วมมือกับรัฐบาล เริ่มต้นจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในเดือน พ.. 2566 ตามมาด้วยการเดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ ของ ซาเทีย นาเดลลา ซีอีโอไมโครซอฟท์ ในปี 2567 และนายโรดริโก เคเด ลิมา ประธานไมโครซอฟท์ เอเชีย ในปี 2568

  สำหรับการสานต่อความร่วมมือและการลงทุนครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ปี 2569-2571 เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน
คลาวด์และ AI ในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในโครงการ “ขับเคลื่อนการเติบโต ความมั่งคั่ง และความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกด้วย AI” 

โดยมุ่งสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงนวัตกรรมคลาวด์ และ AI ได้อย่างมั่นใจและทั่วถึง ควบคู่ไปกับการยกระดับทักษะให้คนไทยจำนวนกว่าล้านคน

ซึ่งแผนงานในระยะใหม่นี้มุ่งขับเคลื่อนศักยภาพของประเทศไทยใน ด้านสำคัญ เพื่ออนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในทุกมิติ ทั้ง เทคโนโลยี ด้วยโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ทุกองค์กรในไทยสามารถเข้าใช้งานได้อย่างมั่นใจ 

ความมั่นคง จากรากฐานเชิงดิจิทัลที่แข็งแกร่ง สร้างโอกาสให้กับทุกคนอย่างทั่วถึง เสริมความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย มอบอธิปไตยในโลกดิจิทัลให้กับประเทศไทย และสุดท้าย คือ การพัฒนาบุคลากร ในทุกภาคส่วน ทั้งคนทำงาน ภาคการศึกษา และผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ให้มีทักษะสำคัญสำหรับการเติบโตในโลกยุค AI

การลงทุนมากกว่า พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI ในประเทศไทย ภายใต้มาตรฐานระดับโลก ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำงาน ความมั่นคง และความยั่งยืน โดยรวมถึงการใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกันก็มีจุดมุ่งหมายที่จะเร่งการกระจายตัวของ AI
(AI diffusion) ในประเทศไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยการกระจายตัว ของ  AI หมายถึงอัตราส่วนการนำ AI มาใช้งานจริงเมื่อเทียบกับแรงงานทั้งหมดในประเทศนั้น ๆ จึงถือเป็นมาตรวัดสำคัญของประสิทธิภาพในการทำงานและความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบันข้อมูลของไมโครซอฟท์ระบุว่ากลุ่มประเทศซีกโลกเหนือ มีผู้ใช้งาน AI ราว ใน ของประชากรวัยทำงานทั้งหมด ขณะที่กลุ่มประเทศซีกโลกใต้ มีอัตราต่ำกว่าที่ ใน บ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตที่ยังมีอีกมาก และความสำคัญของการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI และการยกระดับทักษะในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา

การลงทุนของไมโครซอฟท์ในประเทศไทยครั้งนี้ ยังรวมถึงการร่วมกันกำหนดแนวทางที่จะช่วยให้ประเทศไทยและคนไทยมีศักยภาพและโอกาสที่จะกำหนดอนาคตของตนเองในโลกดิจิทัล ผ่านทางฐานรากที่มั่นคงและเชื่อถือได้ สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลข้อมูล ความปลอดภัยไซเบอร์ และกรอบการพัฒนาและใช้งาน AI ของประเทศไทย พร้อมยกระดับให้กลายเป็นปัจจัยที่ช่วยเร่งการเติบโตทางดิจิทัล เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรในการทำ AI มาใช้งานอย่างกว้างขวาง ช่วยให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดเงินลงทุนจากนานาชาติได้มากยิ่งขึ้นไป

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐแล้วหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของประเทศในการพัฒนากฎหมายและกรอบการกำกับดูแลในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในยุค AI  โดยได้พัฒนาระบบ TH2OECD เป็นระบบวิเคราะห์กฎหมายที่ขับเคลื่อนด้วย AI พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Microsoft Azure OpenAI ที่ออกแบบมาให้สามารถนำเอกสารทางกฎหมายของประเทศไทยมาเปรียบเทียบกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อสนับสนุนให้ไทยก้าวสู่สถานะประเทศสมาชิก OECD ในอนาคต 

ในด้านการพัฒนาบุคลากร ได้เสริมสร้างทักษะดิจิทัลและ AI ให้กับคนไทยตลอด ปีที่ผ่านมา ผ่านกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ของไมโครซอฟท์แล้วกว่า 2,000,000 คน รวมถึงความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ มอบทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับนักเรียนไทยผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลแห่งชาติ (NDLP) มีนักเรียนเข้าใช้งานได้กว่า 600,000 คน ทั้งยังมีแผนงานในการยกระดับแพลตฟอร์ม NDLP ด้วยเครื่องมือ AI ที่จะช่วยสร้างมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้นทั่วประเทศไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาทักษะแรงงานไทยผ่านความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ตั้งเป้ายกระดับทักษะและรับรองความสามารถให้กับแรงงานจำนวน 150,000 คน ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ DSD Online Training ของกรม
พัฒนาฝีมือแรงงาน ซี่งในปัจจุบันมีเนื้อหาภาษาไทยด้าน AI จากไมโครซอฟท์รวมกว่า 280 หลักสูตร ผู้เรียนจะได้รับการรับรองทักษะจากทางภาครัฐและไมโครซอฟท์ ทั้งยังมีการขยายผลผ่านทางกิจกรรมฝึกสอนบุคลากรให้สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับแรงงานในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทยและตลาดใหม่ บอกว่า  AI สร้างโอกาสในการเติบโตให้กับทุกคนได้อย่างทั่วถึง และประเทศไทยมีโอกาสที่จะนำมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทุกคน การนำความชาญฉลาดของ AI มาอยู่ในมือของคนไทยทุกคน จะเปิดโอกาสให้ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป เอสเอ็มอี องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ หรือภาครัฐ ทุกคนต่างสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง และพลิกแนวทางการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือสร้างโอกาสใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และนำไปสู่การสร้างแต้มต่อในการแข่งขันให้กับประเทศไทย

การทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภาคการศึกษา มีจุดมุ่งหมายที่จะเสริมสร้างทักษะ พัฒนาความสามารถของแรงงานไทยให้ตรงกับความต้องการของผู้จ้างงานมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเปิดโอกาสให้แรงงานไทยสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากการรับรองทักษะในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ด้านทักษะของอุตสาหกรรม S-Curve ในประเทศไทย ให้ทุกภาคส่วนสามารถขับเคลื่อนการสรรค์สร้างนวัตกรรม 

ช่วยสานต่อภารกิจต่าง ๆ ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 และยุทธศาสตร์แห่งชาติด้าน AI ได้.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์