ทั้งนี้ คู่มือเล่มนี้จัดทำโดย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งเพิ่งมีการเผยแพร่แนวทางฉบับใหม่นี้ออกมาช่วงต้นเดือน เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า… แนวทางฉบับใหม่นี้ออกมาหลังจากเกิดกรณีปัญหาจาก คำโฆษณา” ที่สถานพยาบาล-คลินิกต่าง ๆ ใช้…

ที่หลาย ๆ ครั้งได้กลายเป็นกระแสดราม่า

รวมถึงมีผู้เสียหายที่เป็นเหยื่อการโฆษณา

ทำให้มี “คู่มือใช้คำฉบับอัปเดต” นี้ออกมา

ทั้งนี้ คู่มือดังกล่าวที่จัดทำโดย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นั้น รายละเอียดโดยสังเขปจากคู่มือเล่มนี้ก็จะมีการจัดแบ่งเป็นคำโฆษณาที่ “ใช้ได้” กับ “ห้ามใช้” เพื่อให้เป็น แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายของสถานพยาบาล โดยเผยแพร่ผ่านทาง เฟซบุ๊กการโฆษณาสถานพยาบาล สบส. โดยสำหรับ “ตัวอย่างคำ” ในกลุ่มของคำที่สามารถใช้ได้ และในกลุ่มคำที่ไม่สามารถใช้ในการโฆษณาได้ที่น่าสนใจนั้น วันนี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะนำมาสรุปไว้เป็นข้อมูลโดยสังเขป ดังนี้…

หมวดคำที่ใช้ได้” ยังแยกย่อยเป็น 1.คุณวุฒิและสาขาเฉพาะทาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น คำที่ระบุถึงระดับการศึกษาที่ตรวจสอบได้จริง หรือ คำที่อธิบายผลลัพธ์เชิงช่วยเหลือ หรือ เหมือนโดยไม่มีการการันตีผล 100% ประกอบด้วย… เกียรตินิยมอันดับ 1 โดยกรณีนี้จะต้องมีหลักฐานจริง, ผู้ชำนาญการแพทย์เฉพาะทาง แต่จะต้องระบุสาขาและมีวุฒิบัตรรับรองจากแพทยสภา, ชื่อปริญญาบัตร เช่น แพทยศาสตรบัณฑิต

2.คำอธิบายลักษณะและผลลัพธ์ แบบมีเงื่อนไข เช่น ดูเป็นธรรมชาติ หรือแลดูเป็นธรรมชาติ อย่างเป็นธรรมชาติ, ช่วยลดริ้วรอย ช่วยเติมเต็มความมั่นใจ, เจ็บน้อย ปวดน้อย หรือบวมช้ำน้อย, พักฟื้นระยะสั้น หรือพักฟื้นน้อย, แผลเล็ก หรือผ่าตัดเล็ก และ 3.การแจ้งบริการและโปรแกรม อาทิ บุฟเฟต์กำจัดขน ต้องระบุบริเวณ เงื่อนไข ราคา และค่าแพทย์ให้ชัดเจน, โปรแกรม สำหรับใช้แทนชื่อยี่ห้อยาหรือเครื่องมือแพทย์ เช่น โปรแกรมฉีดโบทูลินัมท็อกซิน โปรแกรมฟิลเลอร์ เป็นต้น

เหล่านี้เป็น “หมวดคำที่ใช้โฆษณาได้” ที่ระบุไว้

ในคู่มือเล่มนี้ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ส่วน “หมวดคำที่ห้ามใช้โฆษณา” นั้น ในคู่มือของ สบส. ระบุว่า… ส่วนใหญ่คำที่ห้ามนำมาใช้นั้น จะเป็นคำที่มีลักษณะโอ้อวดเกินจริง หรือ การันตีผลการรักษา หรือ ใช้ภาษาที่ไม่สุภาพ และ สื่อไปในทางลามก ซึ่งจะประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้… คำที่แสดงความเหนือกว่า หรือ โอ้อวดเกินจริง เช่น ที่สุด ดีที่สุด เก่งที่สุด อันดับ 1 กูรูตัวแม่-ตัวมัม-ตัวฮิต คิวทอง ชื่อดัง ขั้นสูง เทคนิคพิเศษ เทคโนโลยีระดับโลก มาตรฐานสากล ครบวงจร จบที่เดียว ครบทุกด้านจริง ๆ

คำที่การันตีผลหรืออ้างความรวดเร็ว อาทิ เห็นผลทันที ในพริบตา ข้ามคืน ครั้งเดียวจบ, ปลอดภัย 100% ปลอดภัยหายห่วง ไร้ผลข้างเคียง ถาวร ตลอดชีวิต นิรันดร์ ย้อนวัย ล็อกอายุ หายขาด หมดปัญหา สิ้นสุดการรักษา และ คำไม่สุภาพสื่อทางลามก หรือกระตุ้นกามารมณ์ อาทิ กล้วยแข็ง อึด-ถึก-ทน ปลุกมังกร, คำที่เกี่ยวกับความเชื่อหรือศาสตร์ที่ไม่รับรอง เช่น ปรับรูปหน้าตามโหงวเฮ้ง เพิ่มดวงชะตา ฤกษ์ผ่าตัด…เหล่านี้เป็น “คำที่ห้ามใช้งาน” ที่ระบุไว้ใน “คู่มือฉบับอัปเดตใหม่ล่าสุด”

และในคู่มือนี้ยังมีการระบุถึง “ข้อกำหนดเพิ่มเติมการใช้ภาพ” เพื่อการโฆษณาว่า… มีแนวทางต่าง ๆ ดังนี้… ภาพรีวิว หรือ ภาพก่อนหลัง (Before-After) หรือ เป็นภาพรีวิวที่แสดงถึงการเปรียบเทียบผลการรักษา ก่อนหลัง ที่การใช้งานนั้น มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1.ต้องเป็นผู้ป่วยที่เข้ารับบริการจริง 2.ภาพต้องไม่ตกแต่งเพิ่มเติม หรือ ต้องเป็นภาพถ่ายจริงเท่านั้น 3.ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ป่วย 4.ระบุข้อความใต้ภาพให้เห็นอย่างชัดเจน โดยมีข้อความระบุว่า…ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และระบุระยะเวลาของภาพ

ส่วนการใช้ ภาพพรีเซ็นเตอร์ดารา นั้น คู่มือนี้กำหนดว่า… ต้องระบุวัน-เดือน-ปี ที่มารับบริการจริง และใส่ข้อความว่า… ภาพพรีเซ็นเตอร์กำกับ ขณะที่การใช้ ภาพบุคลากร นั้น จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานจริง โดยมีแบบ ส.พ.6 และต้องระบุชื่อ-นามสกุล รวมถึงเลขที่ใบประกอบวิชาชีพ กับวันเวลาที่ปฏิบัติงาน…เป็น “หลักเกณฑ์การใช้ภาพเพื่อโฆษณา” ที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ รายละเอียดของการจัดทำคู่มือเล่มนี้ ทาง สบส. ได้ชี้แจงไว้น่าสนใจเพิ่มเติมว่า… ข้อความที่ผ่านการพิจารณาแล้วว่า…ไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะนำมาใส่ไว้ในคู่มือฉบับนี้ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงสถานพยาบาลไม่ใช้คำเหล่านี้แฝงไปกับการโฆษณา เพราะหากมีการใช้คำหรือข้อความที่ห้ามใช้ จะมีความผิดตามกฎหมาย เข้าข่ายการโฆษณาโดยไม่ได้ขออนุมัติ จะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และ หากโฆษณาโอ้อวดเกินจริง ใช้ข้อความเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท และทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับ “คำห้ามใช้คำที่ใช้ได้” ในคู่มือเล่มนี้

ที่การใช้ “คำ” ต้องระวังเพราะมีโทษจำและปรับ

ขณะที่ประชาชนคนทั่วไปก็สามารถรู้ไว้ใช่ว่าได้

อย่างน้อยก็ใช้เป็น “ไกด์ไลน์เพื่อตรวจสอบ” ได้.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์