หลังจาก “เจมส์ แคเมอรอน” ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวแคนาดาออกมาเปิดโลกของ “ดาวแพนดอร่า” ด้วยการถ่ายทำแบบ Performance Capture และระบบ 3D ที่สมจริงที่สุดในภาพยนตร์เรื่อง “อวตาร” Avatar (2009) ก็สามารถโกยรายได้ไปมากกว่า 2.923 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2,923 ล้านดอลลาร์) กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล

เรื่องย่อ Avatar (2009) เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “เจค ซัลลี่” (รับบทโดย แซม เวิร์ธธิงตัน) อดีตนาวิกโยธินที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ถูกส่งไปยัง “ดาวแพนโดร่า” เพื่อทำภารกิจแทนพี่ชายที่เสียชีวิต เขาต้องควบคุม “ร่างอวตาร” (ร่างโคลนที่เป็นลูกผสมมนุษย์กับนาวี) เพื่อแทรกซึมเข้าไปในเผ่าโอมาติกาย่า แต่สุดท้ายเขากลับหลงรักวิถีชีวิตและ “เนย์ทีรี” (รับบทโดย โซเอ ซัลคัญญา) ลูกสาวของหัวหน้าเผ่า ซึ่งเขาต้องตัดสินใจเลือกระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์ กับบ้านหลังใหม่

แน่นอนว่า “เจค” เลือกที่จะปกป้อง “เนย์ทีรี” รวมไปถึงเหล่าพวกพ้องกลุ่มนักวิจัยและนักอนุรักษ์ “เจค” ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปควบคุม “ทอร์รุค” สัตว์นักล่าแห่งเวหาที่ดุร้ายที่สุดได้สำเร็จทำให้เขา กลายเป็นผู้นำทัพหรือ ตำแหน่ง “ทอร์รุค มักโต” (Toruk Makto) เขารวบรวมพลพรรคเผ่าต่าง ๆ เข้าต่อสู้กับ “พันเอกไมล์ ควอริตช์” (รับบทโดย สตีเฟ่นแลง) อย่างกล้าหาญ ทว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ “เนย์ทีรี” ต้องอ้อนวอนขอให้ “เอวา” หรือ พระแม่ผู้ปกป้องดาวแพนดอร่าช่วยเหลือ โดยการทำให้เหล่าสัตว์ในป่า เข้าร่วมต่อสู้กับกองทัพมนุษย์ จนสุดท้ายก็สามารถเอาชนะ และเนรเทศ เหล่าทหารและกองทัพออกไปจากดาวได้สำเร็จ

เรื่องย่อ Avatar: The Way of Water (อวตาร: วิถีแห่งสายน้ำ) สำหรับภาค 2 นี้ สามารถกวาดรายได้ไปมากกว่า 2,343 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 82,000 ล้านบาท) รั้งตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ 3 ของโลก (รองจาก Avatar ภาคแรก และ Avengers: Endgame) เนื้อเรื่องบอกเล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรก เมื่อ “เจค ซัลลี่” กำลังสร้างครอบครัวกับ “เนย์ทีรี” แต่ทว่าศัตรูเก่าอย่าง “ผู้พัน ควอริตช์” ยังไม่ตายและถูกทำให้กลายเป็นชาวนาวีเฉกเช่นเดียวกับ “เจค” เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแกร่ง สามารถอยู่ปฏิบัติภาระกิจในดาวแพนโดร่าได้ง่าย เมื่อ “เจค” ทราบข่าวการตามล่าของศัตรู เขาจึงยอมสละตำแหน่งผู้นำชนเผ่า พาครอบครัวไปอาศัยอยู่กับเผ่าน้ำ หรือ Metkayina ชาวนาวีแห่งท้องทะเล

ภาคนี้มีสมาชิก “ครอบครัวซัลลี่” เพิ่มเข้ามาได้แก่ “เนเทยัม” (รับบทโดย เจมี่ แฟลตเตอร์ส) ลูกชายคนโตผู้กล้าหาญ, โลอัค (รับบทโดย บริเตน ดัลตัน) ลูกชายคนรองวัยห้าวเป้ง, ทุค (รับบทโดย ทรินิตี้ โจ-ลี บลิส) ลูกสาวคนเล็กจอมซน, คิริ (รับบทโดย ซิกัวร์นีย์ วีเวอร์) ลูกบุญธรรมผู้มีพลังพิเศษ และ สไปเดอร์ (รับบทโดย แจ็ก แชมเปียน) ลูกของ “ผู้พัน ควอริตช์” ที่ “เจค” รับเป็นลูกบุญธรรมอีกคนหนึ่ง เหล่าเด็ก ๆ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกใต้น้ำ รวมไปถึงความรักของพี่น้องในครอบครัวและผองเพื่อน

สำหรับปมการรุกรานของมนุษย์ โดยภาคนี้ได้เผยให้เห็นถึง “สารอมฤต” ของเหลวสีเหลืองทองที่สกัดได้จากส่วนสมองของ “โทลคูน” สัตว์ทะเลที่มีสติปัญญาและขนาดใหญ่ยักษ์คล้าย “วาฬ” โดยคุณสมบัติของ “สารอมฤต” ก็คือ หยุดยั้งการแก่ชราของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ มันจึงมีค่ามากกว่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปริมาณ 1 ลิตร เหล่ามนุษย์พยายามรุกรานทะเลหนักขึ้นเรื่อย ๆ “เจค” และ พลพรรคเผ่าน้ำ ต้องเข้าต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านของพวกเขาไว้ให้ได้ ทว่าท้ายที่สุดผลของสงครามครั้งนี้ “เจค” ต้องสูญเสีย “เนเทยัม” ลูกชายคนโตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

เรื่องย่อ Avatar: Fire and Ash (2025) อวตาร: เถ้าถ่านและอัคคี เมื่อศัตรูเก่าอย่าง “ผู้พัน ควอริตช์” ยังคงออกตามล่า “เจค” และ “สไปเดอร์” โดยครั้งนี้ เขาไปร่วมมือกับ “เผ่ามังควาน” ผู้ต่อต้าน “เอวา” เรื่องนี้ทำให้ “เจค” จำต้องกลับเข้าสู่สนามรบโดยใช้ตำแหน่ง “ทอร์รุค มักโต” (Toruk Makto) รวบรวมพลพรรคเผ่าต่าง ๆเข้าต่อสู้กับ กองทัพของ “ผู้พัน ควอริตช์” รวมไปถึง “เผามังควาน” ให้หมดสิ้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไรสามารถติดตามกันได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

จุดแข็ง การดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็ว แต่ยังมีจังหวะทำให้ผู้ชมได้พักหายใจกันได้บ้าง ด้านงานโปดักส์ชั่น เรื่องนี้ “เจมส์ แคเมอรอน” เลือกที่จะถ่ายทำภาค 2 และ 3 ไปพร้อม ๆ กันดังนั้น ตัวละครเด็ก จะยังคงมีอายุเท่าเดิม งานสร้างตามมาตรฐานของ Wētā FX แบบในภาค 2 ยังไงก็ดูโดดเด่นสวยงามอลังการคุ้มค่าตั๋วทุกบาททุกสตางค์ ในส่วนของตัวละครใหม่ “วารัง” (รับบทโดย อูนา แชปลิน) หัวหน้าเผ่าสาวมังควาน เราจะได้เห็นความร้ายกาจของเธอแบบสุดโต่ง ซึ่งตัวละครนี้จะมีบทบาทในภาค 4-5 อีกด้วย

จุดอ่อน แนวทางของเรื่องยังคงเดาได้ไม่ยาก หากใครดูภาค 1-2 มาก่อนแล้ว น่าจะคุ้นเคยกับลักษณะของเกม “แมวจับหนู” รูปแบบเหล่านี้ ทำให้หนังขาดอรรถรสแบบใหม่ ๆ ทั้งที่สามารถขยายเส้นทางอื่น ๆ เนื้อหาอื่น ๆ ได้ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้สร้างถึงยังคงเล่าในเส้นเรื่องเดิม ๆ แนวทางเดิม ๆ อยู่อีก

5/5 กะโหลก เป็นหนังใหญ่ของปี 2025 โดยแท้ ยิ่งได้ดูแบบ I-MAX ด้วยยิ่งแจ่มแจ๋ว ใครที่เคยดูภาค 1-2 มาก่อนแล้วคงไม่พลาดภาค 3 แน่นอน แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยดู แนะนำให้ไปดูมาก่อน จะทำให้เข้าใจเนื้อหาได้ลึกขึ้น

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย : แพนด้าอ้วน
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Walt Disney Thailand และ 20th Century Studios



