ปล่อยให้คอยกันแบบลูกโตบวชได้จริง สำหรับภาพยนตร์แนวชีวิต-คอมานดี้ อย่าง The Devil Wears Prada 2 โดยภาคแรกออกฉายปี 2006 กว่าภาค 2 จะออกฉายก็ 2026 รวม 20 ปีพอดีเป๊ะ หลายคนพากันสงสัยว่าทำไมภาคแรก ถึงได้ห่างจากภาค 2 ขนาดนี้ สาเหตุนั่นเป็นเพราะ ความสมบูรณ์แบบของภาคแรกคือจบได้แล้ว ไม่ต้องมีภาคต่อก็ได้

ทั้งนี้ ดาราสาวชื่อดังอย่าง “แอนน์ แฮททาเวย์” และ “เอมิลี บลันต์” ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า หนังจบอย่างสวนงามแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมีภาค 2 อีก ขณะที่ “เมริล สตรีป” ผู้รับบทตัวละครหลัก “มิแรนด้า พรีสลีย์” ก็ไม่คิดจะรับเล่นหนังภาคต่อหากบทไม่ดีจริง จนกระทั่ง “ลอเรน ไวส์เกอร์เกอร์” ผู้เขียนนิยายต้นฉบับ ได้ออกนิยายเล่มต่อที่ชื่อว่า Revenge Wears Prada: The Devil Returns ในปี 2013 ซึ่งทิ้งช่วงจากเล่มแรกนานถึง 10 ปี

แม้จะมีนิยายแล้ว แต่การปรับเปลี่ยนบทให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันที่สื่อสิ่งพิมพ์ (นิตยสาร) กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวนั้นต้องใช้เวลาขัดเกลาพอสมควร โลกแฟชั่นในปี 2006 กับปี 2024-2026 นั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น การรอเวลาให้ผ่านไปนานขนาดนี้ ย่อมช่วยให้บทหนังภาคใหม่สามารถสำรวจประเด็น การล่มสลายของนิตยสารกระดาษ และการก้าวเข้ามาของสื่อโซเชียลมีเดียได้อย่างชัดเจน

สรุปย่อ The Devil Wears Prada (2006) “แอนเดรีย” (แอนดี้) รับบทโดย “แอนน์ แฮททาเวย์” บัณฑิตจบใหม่สายวารสารศาสตร์ ผู้ไม่สนใจเรื่องแฟชั่นเลยแม้แต่นิดเดียว ดันไปสมัครงานและได้ตำแหน่งผู้ช่วยเบอร์ 2 ของ “มิแรนด้า พรีสลีย์” รับบทโดย “เมริล สตรีป” บรรณาธิการบริหารนิตยสารแฟชั่นเบอร์หนึ่งอย่าง Runway ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ เจ้ายศเจ้าอย่าง และ “ร้ายกาจ” ที่สุดในวงการ แน่นอนว่า “แอนดี้” โดนดูถูก โดนกดดันอย่างหนัก จนเกือบจะถอดใจ แต่เธอได้รับความช่วยเหลือจาก “ไนเจล” รับบทโดย “สแตนลีย์ ทุชชี” ผู้กำกับงานศิลป์และแฟชั่น (Art Director) ที่ช่วยเปลี่ยนลุคให้เธอเชี่ยวชาญเรื่องแฟชั่นมากขึ้น จนเธอเริ่มทำงานได้เข้าตาเหนือกว่า “เอมิลี่ ชาร์ลตัน” รับบทโดย “เอมิลี บลันต์” ผู้ช่วยเบอร์ 1

ยิ่งนานไป “แอนดี้” ก็ยิ่งประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่เธอต้องแลกกับการห่างเหินเพื่อนฝูง รวมทั้งต้องเลิกลากับแฟนหนุ่ม จนสุดท้ายกลายเป็นคนที่เธอเคยดูถูก คือ “คนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความก้าวหน้า” ท้ายที่สุด “แอนดี้” เลือกที่ก้าวออกมาจาก “มิแรนด้า” เพื่อไปทำงานด้านหนังสือพิมพ์ที่เธอใฝ่ฝัน ขณะที่ “มิแรนด้า” ก็ได้ทิ้งท้ายด้วยการส่งคำรับรองงานให้แอนดี้ ในแบบฉบับของ “นางมาร” ว่า “แอนดี้” คือ ผู้ช่วยที่น่าผิดหวังที่สุด…แต่ถ้าใครไม่จ้างเธอ คนนั้นคือคนโง่!

เรื่องย่อ The Devil Wears Prada 2 โลกของสื่อสิ่งพิมพ์เข้าสู่ยุคตกต่ำ นิตยสารเล่มกลายเป็นของล้าสมัย และสื่อดิจิทัลเข้ามาแทนที่ “มิรันดา” ยังคงเป็นบก.บริหารของนิตยสาร Runway แต่ทว่าอยู่ในช่วงขาลง งบประมาณโฆษณาที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของนิตยสารหดหายไปอย่างน่าใจหาย เจ้าของนิตยสารจำต้องหาทางเลือกใหม่ ๆ มาเสริมโดยเรียกตัว “แอนดี้” ให้กลับมาดูแลบทความออนไลน์ เพื่อดึงดูดผู้คนให้กลับมาสนใจ Runway ที่ผันตัวเป็นสื่อดิจิทัล ขณะที่ “เอมิลี” อดีตผู้ช่วยเบอร์ 1 ชีวตพลิกผันหลังออกจากงาน เธอก็ได้ไปอยู่ในบริษัท สปอนเซอร์รายใหญ่ ที่สนับสนุน Runway ให้อยู่รอด “แอนดี้” จะหาทางช่วย Runway ให้กลับมามีชื่อเสียงโด่งดังได้อีกครั้งหรือไม่ ติดตามชมกันได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

จุดแข็ง ในภาค 2 นี้มีเนื้อหาที่เข้มข้นกว่าภาคแรก โดยเฉพาะปมความกล้าหาญที่จะเสนอความจริงอันเจ็บปวด เมื่อสื่อสิ่งพิมพ์กำลังล่มสลาย เพราะสื่อดิจิทัลมาแทนที่ นั่นหมายถึงคนรุ่นเก่าต้องเร่งปรับตัว ลองคิดดูว่าถ้านางมารอย่าง “มิแรนด้า” ต้องมาไถมือถือดู TikTok และ Fashion Influencer พร้อมโดนคอมเมนต์เดือด ๆ จะทำหน้าอย่างไร

ในส่วนของการดำเนินเรื่อง “เดวิด แฟรงเคิล” ผู้กำกับมากฝีมือ ยังคงเน้นให้ตัวละคร “แอนดี้” ทำหน้าที่ดำเนินเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ชีวิตที่ต้องพลิกผัน ก่อนจะเจอกับปัญหาที่ประดังเข้ามา เป็นอะไรที่ดูสนุกและลุ้นได้ตลอด การนำตัวละครเก่า ๆ มาขยายให้ดูเก่งกาจมีความสามารถ ทำให้หนังไม่ดูน่าเบื่อ บทบาทที่เชือดเฉือนระหว่าง 3 ตัวละคร มิแรดด้า แอนดี้ และ เอมิลี่ น่าจะเป็นไคลแม็กของเรื่องนี้

จุดอ่อน ด้วยความที่เป็นหนังแนวชีวิตและตลกขบขัน จึงเป็นงานโชว์บทบาทการสนทนาแบบกัดจิกเจ็บ ๆ คัน ๆ แต่บางแง่มุมอาจไม่เข้าใจเพราะเป็นมุกตลกฝรั่ง ภาคนี้งานโชว์แฟชั่นน้อยกว่าภาคแรก ไปเน้นในพาร์ทหลัง คอแฟชั่นต้องอดใจรอกันหน่อย

3/5 กะโหลก เป็นหนังที่เหมาะกับคนที่ชื่นชอบแฟชั่นโดยแท้ งานโชว์คอสตูมสุดเริศหรู พร้อมเซอร์ไพรซ์แบบจุก ๆ การเชือดเฉือนบทบาทของเหล่าตัวละครหลักทำออกมาได้ดีเยี่ยม บางตอนอาจเป็นตลกฝืดไปบ้าง แต่เคมีของตัวละครเก่า ๆ ก็ยังมีเสน่ห์ที่น่าสนใจอยู่ดี

————————————————

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย : แพนด้าอ้วน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Walt Disney Studios