ทั้งนี้ เกี่ยวกับ “ปมเซ็กซ์ทอย” นั้น เรื่องนี้ในเมืองไทยถูกหยิบยกนำมาถกเถียง และมีเสียงเรียกร้องมาเป็นระยะ ๆ ว่า… “ไทยควรปลดล็อก??” เพื่อ “ทำให้สินค้าเซ็กซ์ทอยถูกกฎหมาย” เสียที “เพื่อที่จะทำให้สินค้าชนิดนี้มีความปลอดภัย” แต่เมื่อเวลาผ่านไปกระแสเรื่องนี้ก็เงียบ ๆ ไป…เหมือนไม่เคยมีการถกเถียง!! และก็กลายเป็น “วงจรวังวน”
ทำให้ “ตลาดเซ็กซ์ทอยเติบโตใต้ดิน”
โดย “ผู้ต้องการใช้ก็รับความเสี่ยงเอง”
จากการที่ “เซ็กซ์ทอยยังผิดกฎหมาย”
เกี่ยวกับ “เซ็กซ์ทอยในไทย” นั้น ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะพลิกแฟ้มสะท้อนต่อ-สะท้อนย้ำข้อมูล “มุมวิเคราะห์” ของนักวิชาการที่เสนอให้ไทยปลดล็อก หลังจากได้ศึกษาเรื่องนี้จนนำสู่ “ข้อเสนอแนะ” เพื่อให้ “ปลดล็อกเซ็กซ์ทอย” โดยเป็นข้อเสนอผ่านรายงานวิจัย “มาตรการทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายอุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศ (เซ็กซ์ทอย) ให้เป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย” โดย อ.เชิดพงศ์ จินดาสุวรรณ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ที่ศึกษาแนวคิดเซ็กซ์ทอยถูกกฎหมายและผิดกฎหมายในต่างประเทศ เพื่อใช้เปรียบเทียบเป็นกรณีศึกษาของไทย

ทั้งนี้ ทางผู้วิจัยระบุไว้ในรายงานนี้ว่า… “เซ็กซ์ทอย” หมายถึง “อุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศ และเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่อนคลายอารมณ์ เพื่อให้มีความรู้สึกคล้ายกับขณะร่วมเพศ หรือใช้กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ” โดยมีรูปร่างแตกต่างไปตามวิธีใช้งาน เช่น… ไวเบรเตอร์ (Vibrator), ดิลโด (Dildo), ตุ๊กตายาง (Sex Doll) ซึ่ง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เยอรมนี สาธารณรัฐเช็ก ได้ทำให้เซ็กซ์ทอยเป็นสินค้าถูกกฎหมาย สามารถมีไว้ในครอบครอง มีไว้จำหน่ายได้ ส่งผลให้มีเซ็กซ์ทอยหลากชนิดถูกผลิตออกสู่ตลาด และมีเซ็กซ์ช็อปจำหน่ายเปิดเผยในฐานะสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอีกหนึ่งชนิดสินค้า
งานวิจัยดังกล่าวนี้นำ “กรณีศึกษาจากสาธารณรัฐเช็ก” มาสะท้อนไว้ว่า… สาธารณรัฐเช็กมีนโยบายให้เซ็กซ์ทอยเป็นสินค้าถูกกฎหมาย เพราะมองว่าใช้ประโยชน์ในการลดการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ทั้งยังช่วยลดความเครียด ซึ่งประโยชน์ในแง่สังคมนั้นภาครัฐของสาธารณเช็กมองว่า… เซ็กซ์ทอยเป็น “เครื่องมือช่วยลดการก่ออาชญากรรมทางเพศ” และ “ช่วยลดปัญหาการลักลอบค้าบริการทางเพศ” ด้วย โดย “มาตรการกฎหมาย” ก็มีแค่ “กำหนดอายุผู้ซื้อ” ที่ต้องไม่ต่ำกว่า 18 ปี …นี่เป็นกรณีศึกษาจากสาธารณรัฐเช็ก ที่มองว่า…
“เซ็กซ์ทอยช่วยแก้ได้หลายปัญหา??”
หันกลับมามองที่ “ไทย”… ปัจจุบัน “เซ็กซ์ทอยยังเป็นสินค้าผิดกฎหมาย–สินค้าต้องห้าม” รวมถึงยังถูกมองเป็น สิ่งที่เป็นอันตรายต่อสังคมและศีลธรรม เซ็กซ์ทอยถูกจัดเป็น สินค้าลามกอนาจาร เป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย ตามมาตรา 287 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และยังถือเป็น วัตถุลามกที่เป็นของต้องห้าม ตามมาตรา 244 และ 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ด้วย โดย “ของต้องห้าม” หมายถึง “ของที่กฎหมายห้ามนำเข้า หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร โดยเด็ดขาด” …นี่เป็นสถานะของ “เซ็กซ์ทอย” ในไทย ที่มีประเด็นทั้งในทางศีลธรรม ทางสังคม และในทางกฎหมาย
ทั้งนี้ รายงานวิจัยดังกล่าวชี้ไว้ว่า… การที่ “เซ็กซ์ทอย” นั้นเป็น “สินค้าผิดกฎหมายในไทย” จึงทำให้ไม่สามารถมีในครอบครอง จำหน่าย และไม่สามารถนำเข้าได้ แต่สุดท้ายก็ มีการลักลอบขายสินค้านี้ตามแหล่งต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย ซึ่งด้านหนึ่งก็บ่งชี้ว่า…เซ็กซ์ทอยได้รับความนิยม มีความต้องการซื้อ แต่ด้วยความที่เป็นการลักลอบ รัฐสูญเสียโอกาสในการจัดเก็บภาษีสินค้าเซ็กซ์ทอย รวมถึง เป็นช่องว่างให้เจ้าหน้าที่รัฐหาผลประโยชน์อีกทั้ง ผู้ซื้อใช้ต้องยอมรับความเสี่ยงจากความไม่ปลอดภัย เพราะการลักลอบนำเข้ามาขายทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่มีหน่วยงานใดรับรองความปลอดภัยได้
และกับการที่ “เซ็กซ์ทอย” ผิดกฎหมาย แต่กลับมีการซื้อขายแพร่หลายนั้น ทางผู้วิจัยมองว่า… หากไทยปรับเปลี่ยนโดยสนับสนุนให้เซ็กซ์ทอยเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายหรือผลักดันให้เป็นสินค้าควบคุม แยกออกจากกลุ่มสินค้าลามกอนาจารหรือสินค้าผิดกฎหมายตามมาตรา 287 ในประมวลกฎหมายอาญา จะทำให้ควบคุมการขายและควบคุมเรื่องคุณภาพสินค้าได้รวมถึงช่วยให้บุคคลสามารถปลดเปลื้องความปรารถนาทางเพศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องละเมิดหรือสร้างความเสียหายเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมทางเพศ รวมถึงรัฐก็จะมีรายได้จากภาษีอีกส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม การจะไปถึงจุดนั้นได้ไทยต้องพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ “เซ็กซ์ทอย” ผ่านแนวทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้คือ… 1.แยกสินค้าเซ็กซ์ทอยออกจากสินค้าวัตถุลามกอนาจาร 2.เปิดให้มีการจำหน่ายเซ็กซ์ทอยภายใต้การควบคุมของรัฐ โดยกำหนดคุณภาพ-ความปลอดภัยของสินค้า และ 3.กำหนดอายุของผู้ซื้อ เช่น ไม่ต่ำกว่า 18 ปีจึงจะซื้อได้ …เหล่านี้เป็น“ข้อเสนอแนะจากงานวิจัย”ที่มีการเสนอไว้นานแล้ว เพื่อ“ผู้ใช้ไม่เสี่ยง–รัฐมีรายได้เพิ่ม”
แต่ถึงวันนี้ “เซ็กซ์ทอยยังผิดกฎหมาย”
โดย “การจับกุมได้มาก ๆ นาน ๆ มีที”
ขณะที่ “ตลาดของเถื่อนน่าจะอู้ฟู่??”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



