Anaconda 2025 ภายใต้การกำกับของ ทอม กอร์มิแคน ไม่ใช่ภาพยนตร์ล่างูยักษ์แบบเดิมที่เราคุ้นเคย แต่มันคือการ “ยกเครื่องใหม่” ในรูปแบบภาพยนตร์ซ้อนภาพยนตร์ (Meta-Comedy) ที่ล้อเลียนความคลั่งไคล้ในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของฮอลลีวูด โดยมี “แจ็ค แบล็ค” นำทัพสร้างความฮา พร้อมด้วย “พอล รัดด์”, “สตีฟ ซาห์น”, “ธานดิเว นิวตัน”, “แดเนียลล่า เมลเชียร์” และ “เซลตัน เมลโล” ที่มาช่วยสร้างสีสัน

เรื่องราวเริ่มต้นที่ ดั๊ก (แจ็ค แบล็ค) และ กริฟฟ์ (พอล รัดด์) คู่หูเพื่อนซี้ตั้งแต่วัยเด็กที่ชีวิตกำลังอยู่ในช่วงขาลง ทั้งคู่มีความหลงใหลในภาพยนตร์สัตว์ประหลาดระดับตำนานอย่าง Anaconda (1997) เป็นอย่างมาก จนวันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจทำตามความฝันอันบ้าบิ่น นั่นคือการรีเมคหนัง Anaconda ขึ้นมาใหม่ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

พวกเขาจึงรวบรวมทีมงาน และนักแสดงสมทบสุดเพี้ยน (นำโดย สตีฟ ซาห์น และ ธานดิเว นิวตัน) มุ่งหน้าลัดฟ้าเข้าสู่ใจกลางป่าแอมะซอน ประเทศบราซิล เพื่อถ่ายทำหนังในฝัน ด้วยงบประมาณอันน้อยนิด

ความซวยเริ่มต้นขึ้นเมื่อทีมงานต้องเจอกับสารพัดปัญหา ทั้งพายุไซโคลนถล่ม อุปกรณ์พัง และเหล่านักแสดงที่เอาแต่ใจจนผู้กำกับเกือบถอดใจ ขณะที่พวกเขากำลังถ่ายทำฉากล่างู โดยใช้เทคนิคพิเศษเกรดต่ำอยู่นั้น “อนาคอนด้ายักษ์ตัวจริง” ที่มีขนาดมหึมาและหิวโหยได้ปรากฏตัวขึ้น และเริ่มไล่เขมือบคนในกองถ่ายทีละคน!

จากเดิมที่ตั้งใจจะมาล่างู เพื่อเอาภาพไปใส่ในหนัง กลับกลายเป็นว่าพวกเขาต้องหนีงูเพื่อเอาชีวิตรอดจริงๆ ดั๊กและกริฟฟ์ ต้องเปลี่ยนจากบทบาทคนทำหนังมือสมัครเล่น มาเป็นผู้ประสบภัยที่ต้องใช้ไหวพริบสุดฮา และอุปกรณ์ประกอบฉากที่มีอยู่ เพื่อต่อสู้กับสัตว์ร้ายที่ไม่มีอยู่ในบทภาพยนตร์!

ภาพยนตร์ที่พวกเขาหวังจะให้เป็น “ผลงานชิ้นเอก” อาจกลายเป็น “หลักฐานชิ้นสุดท้าย” ของชีวิตพวกเขา! เตรียมพบกับความระทึกขวัญที่ปนไปด้วยเสียงหัวเราะ เมื่อคนดวงตกต้องมาเจอกับงูยักษ์ที่โหดกว่าในหนังที่พวกเขาเคยดูหลายเท่าตัว

Anaconda 2025 ได้รับคะแนนรีวิวจากสื่อดังอย่าง Reporter, Collider และ IndieWire ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ โดยมีคะแนนเฉลี่ยบน Metacritic อยู่ที่ 44/100 และ Rotten Tomatoes ที่ 37%

จุดที่หลายคนให้ความสนใจในหนังเรื่องนี้คือ เคมีของคู่หู แจ็ค แบล็ค กับ พอล รัดด์ ที่ทาง Deadline และ Slashfilm ยกย่องว่าเข้าขากันดีจนสร้างความฮาระเบิด แต่ส่วนตัว “หมีเช” เห็นตรงข้าม รู้สึกว่าเคมีของคู่นี้ไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไหร่ แตกต่างจากเคมีของ แจ็ค แบล็ค กับ สตีฟ ซาห์น ที่ดูเข้ากันมากกว่า ส่วน รัดด์ เคมีน่าจะเข้ากับทาง ธานดิเว นิวตัน คู่จิ้นในหนังมากกว่า

มาว่ากันที่การแสดงของแต่ละคนบ้าง “แจ็ค แบล็ค” แบกหนังทั้งเรื่องไว้บนบ่าแบบสบายๆ ส่วน “พอล รัดด์” ที่บทบาทเด่นไม่แพ้ แบล็ค หลายคนอาจชอบ แต่ส่วนตัวหมีเชรู้สึกว่าเขาดูขาดๆ เกินๆ ชอบกล เหมือนหาจุดลงตัวในการแสดงเรื่องนี้ไม่เจอในหลายๆ ฉาก ทาง “ธานดิเว นิวตัน” เป็นนักแสดงสมทบที่ดีมาก ช่วยให้ตัวละครหลักเด่นขึ้นมา ฝั่งสาวน้อย “แดเนียลล่า เมลเชียร์” ดูเคมีไม่เข้ากับใครเลย เหมือนเป็นตัวโดดที่โผล่เข้ามาในหนังแบบงงๆ แล้วก็หายไปแบบงงๆ เช่นกัน แต่ที่แย่งซีนทุกคนไปหมดคือ “สตีฟ ซาห์น” กับ “เซลตัน เมลโล” โดยเฉพาะฉากเบ่งฉี่ของ ซาห์น กับฉากพิธีศพงูของ เมลโล ที่เอา MVP ไปเลย

สำหรับจุดเด่นจริง ๆ ของ Anaconda 2025 คือความแสบสันในการล้อเลียนฮอลลีวูด The Guardian ชื่นชมการที่หนังพยายามเสียดสีการทำหนังรีบูตในปัจจุบัน มีมุกตลกเกี่ยวกับ “ธีมของหนัง” และการดิ้นรนของคนทำหนังอิสระที่ดูแล้ว “น่ารักและจริงใจ” อย่างประหลาด

ด้านจุดด้อยของหนังคือ เจ้างูยักษ์ Anaconda โผล่ออกมาน้อยเกินไป แถมงาน CGI ก็ดู “หลอกตา” จนขาดความน่ากลัว

จังหวะการเล่าเรื่อง (Pacing) คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของหนัง สื่อหลายสำนักเห็นตรงกันว่า หนังใช้เวลานานเกินไปในการปูเรื่อง กว่าจะสนุกก็ต้องรอครึ่งหลังของเรื่องที่มีการพยายามผสมผสานแอ็กชันเข้ากับตลก ที่ทำให้หนังดู “สะเปะสะปะ” และ “ขาดความต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ดี Anaconda 2025 แม้จะมีจุดด้อยมากมาย แต่หนังมี “แจ็ค แบล็ค” และมีฉากที่ทรงพลังหลายฉาก โดยเฉพาะฉาก แจ็ค แบล็ค แบกหมูป่า ที่จะกลายเป็นฉากในตำนานไปอีกนานแสนนาน (เอาตรง ๆ แค่เสียตังค์ไปดูฉากนี้ฉากเดียวก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว) รวมทั้งการชูประเด็นความเป็น “จดหมายรักถึงคนรักหนัง” ที่ซ่อนอยู่ข้างใน ตัวละครดั๊กและกริฟฟ์ไม่ใช่แค่คนโง่ที่อยากรวย แต่พวกเขาคือคนที่ “รักในมนต์เสน่ห์ของแผ่นฟิล์ม” และความผูกพันของเพื่อนซี้ที่ผ่านวิกฤตวัยกลางคนมาด้วยกัน ทำให้หนังมี “หัวใจ” ที่มากกว่าหนังงูกินคนทั่วไป รวมทั้งมี 2 ตัวละครลับที่จะโผล่ออกมาตอนท้ายเรื่องด้วย ซึ่งทำให้หนังมีความคลาสสิกยิ่งขึ้นไปอีก

3.5/5
นี่ไม่ใช่หนังสยองขวัญ เลือดสาด หรือหนังอนาคอนด้ายักษ์ที่ดูสมจริงน่าเกรงขาม ระดับคลาสสิกเหมือนต้นฉบับปี 1997 แต่คือหนังที่มีความฮาแบบรั่วๆ ของ แจ็ค แบล็ค และ พอล รัดด์ ในบรรยากาศป่าแอมะซอน (ที่ถ่ายในออสเตรเลีย) และมุกจิกกัดวงการบันเทิง เป็นหนังที่พยายามบอกเราว่า บางครั้งความพยายามทำตามความฝัน (แม้จะรั่วแค่ไหน) ก็มีค่าพอที่จะถูกจดจำ…

หมีเช