จากกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดี ที่นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนา ชลิตกุล สว.สำรอง ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. (ปัจจุบันพ้นวาระแล้ว) กับพวก กกต.อีก 6 คน และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นจำเลยเกี่ยวกับการทำคดี “ฮั้วสว.” ล่าช้าไปหรือไม่
โดยศาลฯ สั่งให้สำนักงาน กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงภายในวันที่ 23 ม.ค.69 ตามรายละเอียดดังนี้ 1.การสั่งรับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวน และการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนตามฟ้องเกิดขึ้นเมื่อใด
2.การสั่งรับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวน และการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดังกล่าวเป็นไปโดยล่าช้าหรือไม่ เพราะเหตุใด 3.การสืบสวนและไต่สวนดังกล่าวมีการขยายระยะเวลาหรือไม่ เพราะเหตุใด เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
4.การสืบสวนและไต่สวน มีกรอบระยะเวลาเท่าใด เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการสืบสวนและไต่สวนเป็นไปตามกรอบระยะเวลาหรือไม่ เพราะเหตุใด 5.หาก กกต. ไม่ดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาดังกล่าวแล้วจะส่งผลอย่างไร
6.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด เหตุใดจึงมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าว พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
7.ปัจจุบันการสืบสวนและไต่สวนดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนใด ผลเป็นประการใด พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง 8.กรณีตามฟ้อง เอกสารในสำนวนคดีของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 เป็นเอกสารใด มีลักษณะเป็นความลับหรือไม่ และมีการนำเอกสารในสำนวนคดีดังกล่าวเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
9.การยื่นขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนอก จากต้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.แล้ว สามารถทำได้โดยวิธีใด และมีกรอบระยะเวลาหรือไม่ อย่างไร และ 10.นอกจาก กกต.แล้ว ผู้ใดมีสิทธิยื่นขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกเป็น สว.ต่อศาลฎีกา และหากมีการยื่นขอให้เพิกถอนดังกล่าวมีกรอบระยะเวลาหรือไม่ เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด
“พยัคฆ์น้อย” ถามนักกฎหมายอธิบายว่า กรณีนี้ศาลเพียงรับคำฟ้องไว้พิจารณา ยังไม่ได้สั่งประทับรับฟ้องเพราะคดีมีมูลความผิด แต่ศาลเพียงรับไว้แล้วให้ฝ่ายที่ถูกฟ้องชี้แจงแสดงเหตุผล แต่ถ้าชี้แจงไม่ได้ หรือไม่มีเหตุผลเพียงพอ ศาลจะมีคำสั่งให้ไต่สวนพยานบุคคลและพยานเอกสาร จากนั้นจึงจะมีคำสั่งว่าประทับรับฟ้อง หรือไม่รับอีกครั้งหนึ่ง
แต่เป็นสัญญาณที่ดี คือ ทำให้กกต.สายบุรีรัมย์ ต้องตระหนักว่าการจะดึงเรื่อง หรือถ่วงเวลา เพื่อประวิงคดี อาจจะมีปัญหาได้
ดังนั้นนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต.คนใหม่ และกกต.อีก 6 คน รวมทั้งเลขาฯกกต. อย่าทำอะไรกันตามอำเภอใจ เพราะศาลฯสนใจคดีฮั้วสว. และกำลังจับตาดูอยู่!
ขณะนี้ตัวแทนของกกต. 7 คน ได้พิจารณาสำนวนของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน เสร็จแล้ว! จึงเป็นเรื่องที่กกต. 7 คน ควรจะรีบนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ เพื่อสรุปว่าจะส่งใครบ้างไปดำเนินคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง?.
พยัคฆ์น้อย



