กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่เคารพ
ผมอายุ 64 ปี ตั้งแต่เกษียณออกมาก็มีเรื่องหนักใจเหลือเกิน พยายามแก้ไขทุกวิถีทางแต่ก็ไม่ได้ผล โชคดีที่มีคอลัมน์ของคุณหมอในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่ติดตามอ่านเป็นประจำ จึงตัดสินใจเขียนจดหมายมาขอคำแนะนำเหมือนบรรดาผู้อ่านท่านอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะสำคัญประจำตัว ปัจจุบันร่างกายผมปกติดี แต่อวัยวะสำคัญของผมจู่ ๆ ก็ไม่ยอมแข็งตัวขึ้นมาเฉย ๆ เคยสังเกตดูพบว่าตรงขอบหุ้มปลายมีลักษณะปริเหมือนแผล บางครั้งก็มีเลือดซึมออกมาบ้างเล็กน้อย อาการดังกล่าวนี้เป็นมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ผมเลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่ มาเกือบ 20 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่ไม่เคยตรวจเบาหวาน อาการที่เป็นอยู่นี้เกิดมาจากสาเหตุใด และจะสามารถรักษาให้หายไปได้หรือไม่ และใช่สาเหตุที่ทำให้การแข็งตัวลดลงไปหรือเปล่า ความต้องการยังเท่าวัยหนุ่ม ส่วนภรรยาหมดไปนานแล้ว ผมเลยต้องออกแอบไปหาความสุขนอกบ้าน แต่ก็อายสาว ๆ เพราะนกเขาไม่ขันครับ รบกวนคุณหมอตอบให้ทราบด้วย
ด้วยความเคารพ
นิสิต 64
ตอบ นิสิต 64
อาการของคุณที่เป็นอยู่ขณะนี้แบ่งได้ 2 อาการ คืออวัยวะเพศไม่แข็งตัว เป็นการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และยังพบหนังหุ้มปลายแตกปริ อาการลักษณะแบบนี้ อาจจะมีภาวะเบาหวานแฝงอยู่ด้วย วัย 64 ปี ระดับน้ำตาลในเลือดก็ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ควรตรวจดูควบคู่กับระดับไขมันในเลือด ผู้ป่วยบางรายเมื่อรู้ว่าจะไปเจาะเลือดตรวจดูน้ำตาลก็เกิดการกลัวทำให้งดน้ำอาหารเกิน 8 ชั่วโมง ในบางรายถึง 12 ชั่วโมงถึงจะเข้ารับการเจาะเลือดจึงทำให้ผลระดับน้ำตาลไม่ถูกต้องต่ำเกินจริง และน้อยกว่าค่าปกติจึงเข้าใจว่าไม่เป็นเบาหวาน
ดังนั้นการหาค่าเบาหวานที่ดีที่สุดคือหาระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 8-12 สัปดาห์ ก่อนการตรวจ เป็นค่าประเมินผลการควบคุมเบาหวานได้ดีกว่าการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเพียงอย่างเดียว หากพบความผิดปกติก็เข้ารับการรักษาและควบคุมอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ส่วนอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ต้องเข้าพบแพทย์ตรวจร่างกายหาสาเหตุของโรคอีดีดังกล่าว เพราะอาการอีดีจะไม่สามารถเกิดได้เอง แต่เป็นอาการแทรกซ้อนจากโรคทางกายต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง รวมไปถึงเมื่อระดับฮอร์โมนเพศลดลงและมีความผิดปกติที่ต่อมลูกหมาก แต่ถ้าฮอร์โมนเพศชายต่ำก็ต้องเข้ารับการเสริมฮอร์โมนเพศทดแทนจากแพทย์
การแข็งตัวของอวัยวะเพศจะกลับมาดังเดิมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวคุณ หากคุณอายที่จะรักษาจากแพทย์ความทุกข์ก็จะตามมาหลอกหลอนตลอดไป แต่ถ้ายอมระงับความอายพบแพทย์ตรวจหาสาเหตุของโรคก็จะแก้ไขได้ตามหลักการแพทย์ เช่น ป่วยเป็นโรคกระเพาะก็ต้องรักษา การรักษาโรคอ่อนตัวจึงเป็นเรื่องตรงไปตรงมา เป็นเรื่องของคนไข้กับแพทย์.
……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51



