@ยังไว้ใจไม่ได้ว่าการ”สู้รบ” ระหว่าง”กองทัพไทย”กับ”กัมพูชา” จะ”สงบราบคราบ” หลังจากที่”จีน” ใช้ความเป็น”ลูกพี่ใหญ่” ทำการ”บีบคอ” ให้”กัมพูชา” หยุดการ”รุกราน”อธิปไตย” ของ” ชายแดนไทย”ใน 7 จังหวัดด้าน”ตะวันออก” เพราะ”จีน” ยังให้ความ”สำคัญ”กับ”กัมพูชา” มี”ฐานะ” ที่เป็น”ประเทศบริวาร” ที่มี”ภูมิรัฐศาสตร์” ที่ สำคัญต่อ”จีน” ในการ”ต่อต้านอิทธิพล” ของ”สหรัฐอเมริกา” และ”จีน”ไม่กล้าที่จะ”บีบไทย” เพราะรู้ว่า”ไทย” ถึงจุดที่”ยอม”ไม่ได้ สำหรับการ”รุกราน” และความ”เหิมเกริม”ของ”กัมพูชา” แต่”สันดาน” ของ” สองพ่อลูกตระกูลฮุน” ก็ยังเชื่อไม่ได้ว่าจะยอม”สยบ” ให้กับ”จีน”ได้ นานเท่าไหร่ หากมี”มหาอำนาจ” อื่น อย่าง”สหรัฐอเมริกา” ยื่นมือเพื่อ”แลกเปลี่ยนผลประโยชน์” ผู้นำ”กัมพูชา” อาจจะ”เปิดศึก” กับ”ไทย” อีกครั้ง ก็เป็นได้….เพราะหลังการ”หยุดยิง” “กัมพูชา ยังมีการ”เคลื่อนไหว”ทาง”ทหาร”ในรอบชายแดนไทย รวมทั้งมีการ”เร่งซ่อมแซม” ถนนหนทาง ที่ถูก” กองทัพไทย” ทำลาย เพื่อเป็นการ”ตัดกำลัง” ในการ”ส่งกำลังบำรุง” ของ”กัมพูชา” ดังนั้น” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์” ผบ.ทบ. ยังต้อง”ตรึงกำลังทหาร” และ” ตชด.” ในแนวชายแดนให้”มั่นคง”เช่นเดียวกับ”กองทัพเรือ” ที่ยังต้อง”ดูแลชายแดน” อย่าง”ใกล้ชิด”…..ที่ “สำคัญ” จะมีการ”เจรจา”ระหว่าง”ไทย”กัมพูชา” ก็”เจรจา”กันไปตาม”กรอบกลไก” ที่มีอยู่ แต่ต้องไม่มีการ” ถอนทหาร” จากพื้นที่ ซึ่ง”ไทย” ยึด”กลับมา” ในระหว่างการ”เจรจา”เพราะ”แผ่นดิน” ที่”ทหารไทย” ยึด”กลับมา” เป็น”แผ่นดินไทย” ไม่ใช่”พื้นที่อ้างสิทธิ์” เรา”ยึด”ตาม”แผ่นที่” 1 ต่อ 50,000 “ ประเทศไทยจึงไม่ได้”รุกราน” หรือ”ยึด” ดินแดน “กัมพูชา” แต่อย่างใด…..
@อีกเรื่อง ที่” กองทัพ” ต้อง”ตัดกำลัง”ของ”กัมพูชา” นั้นคือเรื่องของ”น้ำมัน” ที่เป็น” พลังงาน” สำคัญ” ใน”การ”สู้รบ” ที่มีการตั้งข้อสังเกต ว่า “กัมพูชา” ไม่มี”แหล่งน้ำมัน”และ”ก๊าซธรรมชาติ” ไม่มี”โรงกลั่น” แต่มี”น้ำมัน” ใช้ในการ”สู้รบ” แบบไม่”ประหยัด”และไม่”ขาดแคลน” เพราะ”น้ำมันส่วนใหญ่” ของ”กัมพูชา” นำเข้าไปจาก”ประเทศไทย” และกว่า” กองทัพภาคที่ 2” จะมี”คำสั่ง” ห้ามให้”ผู้ค้าน้ำมัน” ส่ง”น้ำมัน” ให้”กัมพูชา” ก็”สายไปหนึ่งก้าว” เพราะก่อนที่จะมีการ”สู้รบ”กับ”ไทย” นั้น “กัมพูชา” ได้”สำรอง” น้ำมันเพื่อการ”สู้รบ” กับ”ไทย” เป็น”จำนวนมาก” และหลังจากที่”กองทัพภาคที่ 2” ห้าม”ผู้ค้าน้ำ” ส่ง”น้ำมัน” ให้”กัมพูชา” ก็ไม่ได้สร้างความ”เสียหาย” ให้”กัมพูชา” เพราะ”กัมพูชา” ซื้อน้ำมันจาก” ผู้ค้าน้ำมัน” ของ” สปป.ลาว” ที่มี”ชายแดน” ติดกัน” และยังซื้อ”น้ำมันเถื่อน” จาก”กลุ่มเสี่ยโจ้” ผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ทาง”ภาคใต้”ของประเทศไทย รวมทั้งยังมี”น้ำมัน” จาก”ประเทศมาเลเซีย”ที่ กลุ่มทุน” ค้าน้ำมัน”ข้ามชาติ” ขอ”ทรานส์ซิส” หรือ”ขอ”ผ่านประเทศไทย” โดยไม่ต้อง”เสียภาษี” ไปขายให้กับ”กัมพูชา” อีกด้วย….เรื่องนี้ลำพัง”หน่วยงานความมั่นคง” อย่าง” สภาความมั่นคงแห่งชาติ” และ”กองทัพ” รับมือไม่ไหว “ กระทรวงพลังงานกรมน้ำมันเชื้อเพลิงฯ,กรมศุลกากร,กรมสรรพสามิต” และ”ศรชล” ของ”กองทัพเรือ ต้อง”ร่วมมือ” ตั้งแต่ในเรื่องข้อสังเกต ในการที่”จ็อบเบอร์” ของไทย”ส่ง”น้ำมัน”ไปให้กับ” สปป.ลาว” ทางด่านชายแดน ว่ามีจำนวนที่”มาก”แบบผิดปกติ” หรือไม่ ถ้าเห็นว่า”ผิดปกติ” ต้องหา”สาเหตุ” เพื่อให้มีการ”ระงับการส่งออก” เพราะ”น้ำมัน”ส่วนนี้” จ็อบเบอร์” ส่งไปยัง” สปป.ลาว” เพื่อผ่านไปยัง”กัมพูชา…..จริงอยู่”น้ำมันเชื้อเพลิง” ไม่ใช่”สินค้าควบคุม” แต่ในการ”ศึกสงคราม” หรือในยามที่ประเทศมีการ”สู้รบ” หรือใน”ภาวะฉุกเฉิน” น้ำมันคือ”ยุทธปัจจัย” ที่ทุก”หน่วยงาน” ต้อง”ร่วมมือกัน” ในการ”ป้องกันประเทศ” เพราะต่อให้”กัมพูชา” มี”ปืนใหญ่” มี”จรวจหลายลำกล้อง” มี”กระสุนมากมาย” หาก”ขาดแคลน”น้ำมัน” ก็ย่อมที่จะทำการ”สู้รบ”ไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ”ยังไม่ไว้ใจ”กัมพูชา” สิ่งสำคัญคือต้อง”ป้องกัน”ไว้ก่อน อย่าให้”วัวหายล้อมคอก” เกิดขึ้น…..
@เช่นเดียวกับเรื่อง”การเปิดด่านพรมแดน” และเรื่อง”แรงงานกัมพูชา” รัฐบาล และ กองทัพ ต้องมีการ”ชะลอ”ไว้ก่อน จนกว่าจะ”มั่นใจ”ได้ว่า” กัมพูชา” จะไม่”หักหลัง” หรือจนกว่า” ประเทศไทย” จะมี”รัฐบาล” ใหม่ หลังการ”เลือกตั้ง” เพราะที่ผ่านมาหลายเดือนที่มีการ”ปิดพรมแดน” และไม่รับ”แรงงานกัมพูชา” เข้ามาเป็น”แรงงาน” ใน”ประเทศไทย” เราก็ไม่ได้”แบกรับ” ความ”สูญเสีย” จน”รับไม่ได้” แต่ในขณะเดียวกับ”กัมพูชา” ต่างหากที่ ต้อง”สูญเสีย” ทางด้าน”เศรษฐกิจ” มากกว่า”ประเทศไทย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มี”ผลประโยชน์แอบแฝง” รัฐบาล” ต้องอย่ายอมให้ประเทศ”มหาอำนาจ” อย่างจีน อย่าง”ญี่ปุ่น” และหลายประเทศที่”ลงทุน” ใน “กัมพูชา” มา”บีบ” ให้”ทำตาม”…..รวมทั้ง”หน่วยงานความมั่นคง” ต้องไม่”หลิ่วตา” หรือทำเป็น” ตาบอดตาใส” ปล่อยให้”ขบวนการเถื่อน” ใน”ชายแดนไทย-กัมพูชา” ทำการ”ค้าขายข้ามแดน” ทั้ง”สินค้าจากฝั่งไทย”และจาก”ฝั่งกัมพูชา” ตาม”ช่องทางธรรมชาติ” โดยมี”เจ้าหน้าที่นอกคอก” ร่วมมือกับ”กลุ่มทุน” เพื่อ”หาผลประโยชน์” ซึ่งถือว่าเป็น” อาชญากร” ทาง”เศรษฐกิจ” ที่”กองทัพ” ต้อง”คุ้มเข้ม” ใน”แนวชายแดน” ทั้ง 7 จังหวัด อย่าให้”ถี่รอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น”เด็ดขาด…. ผลพวง”ทางการเมือง” จากการ”ยึดคืน” ดินแดน” ของ”ประเทศไทย” ที่มีการ”ปล่อยปละละเลย” ให้”กัมพูชา” เข้า”ยึดครอง”กว่า 40 ปี ตั้งแต่”เขมรแดงเรืองอำนาจ” และมา”ได้คืนกลับมา” ในยุคที่” อนุทิน ชาญวีรกุล “ เป็น” นายกรัฐมนตรี” ที่”ไฟเขียว” ให้”กองทัพ” ใช้”อำนาจ” ทาง”ทหาร” ในการ”รุกคืบยึดคืนดินแดนไทย”เกือบ 100 % ทำให้การ”เลือกตั้ง” ในพื้นที่ของ”7 จังหวัดภาคอิสาน” และ “อื่นๆ ทำให้”ภูมิใจไทย” ได้”คะแนน” เหนือกว่า”พรรคคู่แข่ง” นี่คือ” อนิสงส์” ที่”พรรคภูมิใจไทย”ได้รับการ”สู้รบ” ระหว่าง”ไทย”กับ”กัมพูชา”ที่เกิดขึ้น….แต่สิ่งที่”สำคัญ” อีกเรื่อง ที่”รัฐบาล” ต้อง”ใส่ใจ” คือเรื่องการ”เยียวยา” ประชาชน ที่ “บ้านเรือน,สัตว์เลี้ยง,เรือกสวน ไร่นา” ได้รับความ”เสียหาย” จากการ”สู้รบ” ซึ่งการ”เยียวยา” ต้อง”สมน้ำสมเนื้อ” กับความ”เสียหาย”และความ”สูญเสีย” ที่เกิดขึ้นอย่ายึด”ระเบียบ” ของ”ราชการ” ที่”ล้าหลัง” และเป็น”กฎหมาย”หรือ”กฎระเบียบ” ที่ออกมาเมื่อ 40 ปี ที่ปีที่แล้ว ซึ่งไม่”เหมาะสม”กับ”สถานการณ์” ของ”ปัจจุบัน ถ้า”รัฐบาล” ให้การ”เยียวยา” ที่”สมน้ำสมเนื้อ” และ”รวดเร็ว” จะได้”เสียงสนับสนุน” จากประชาชนอย่าง”ท่วมท้น”…..แต่ถ้าทุกอย่าง”ช้าเป็นเรือเกลือ” แบบ”ราชการ” คะแนนนิยมก็จะ”ติดลบ”
@การ”ช่วยเหลือผู้ประสบ”อุทกภัย” ที่”หาดใหญ่ “ จ.สงขลา ที่ หลัง”ปีใหม่” มาตรการการ”ช่วยเหลือ” ให้”ผู้ประสบภัย”ได้”ฟื้นตัว” นอกจากเรื่องการช่วยเหลือ” ครอบครัวละ 9,000 บาท” และ”งดค่าน้ำประปา 2 เดือน” ยังมีเห็นมีอะไรที่”คืบหน้า” แม้แต่เงิน”ช่วยเหลือ” ในการ”ซ่อมแซมบ้านเรือน” ที่”เสียหาย” ครอบครัวละ 49,000 บาท ที่ ผู้”เสียหาย” มีการ”ยื่น”เอกสาร”ไปแล้ว ผ่านไป หลายสัปดาห์ ยังไม่เห็นว่าจะมีการส่ง”เจ้าหน้าที่” มาทำการ”สำรวจ” เพื่อ”จ่ายเงิน” เรื่องนี้เป็นเรื่องของ”ท้องถิ่น” ที่หาก”รัฐบาล”ไม่”ไขลาน” ก็ไม่มีความ”คืบหน้า” เรื่องนี้” พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี” และ”เสนาบดีกระทรวงคมนาคม” ซึ่งเป็น”แม่ทัพใหญ่” ในการ”เลือกตั้ง”ของ”ภาคใต้” เห็นแล้วว่ายังว่าเรื่องการ”ช่วยเหลือ” ผู้ประสบ”อุทกภัยหาดใหญ่” ที่”ล่าช้า” ได้กลายเป็น” อาวุธ” ให้”พรรคคู่แข่งทุกพรรค”หยิบฉวย” มา”โจมตี” รัฐบาล เรื่องนี้”รัฐบาล”ไม่ต้อง”แก้ตัว” แต่ต้องเร่ง”ออกมาตรการ” ในการ”ฟื้นฟูหาดใหญ่” เพราะทุก”รัฐบาล” ที่ผ่านมาที่มี”น้ำท่วมหาดใหญ่” หลายต่อหลายครั้ง ก็ไม่เคยมี”มาตรการ” ในการ”ฟื้นฟูหาดใหญ่” ที่เป็น”รูปธรรม” มาก่อน แม้แต่การ”ขุดคลอง ร 1” ก็เป็น”นโยบาย” ในการ”ช่วยหาดใหญ่” ของ” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” รัฐบาลชุดเก่าๆ อย่ามา”เคลม” เป็นผลงานเพื่อใช้ในการ”หาเสียง”..…
@ทุกพรรคการเมืองที่มุ่งลง”ภาคใต้” เพื่อ”หาเสียง” ให้กับ”ลูกพรรค” ต่างยกเรื่องการ”พัฒนาภาคใต้”ขึ้นมาเป็น”จุดขาย”โดยกล่าวถึงความ”ล้าหลัง”ของ”ภาคใต้” ก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่มีการ”หาเสียง” แต่หลังการ”จัดตั้งรัฐบาล” เรื่องที่มา”หาเสียง” ก็จะ”หายไปกับสายลมแสงแดด” ไม่ต้องดู”อื่นไกล” โครงการ”ถนนวงแหวนหาดใหญ่” เพื่อการแก้ปัญหา”จราจร” ในการ”เลี่ยงเมือง” และให้”หาดใหญ่” เป็น”ศูนย์กลางโลจิสติกส์” เพื่อ”ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์” ไปยัง”ท่าเรือปีนัง” ประเทศมาเลเซีย” ถนนสายนี้มีความยาว 66 กิโลเมตร ผ่านมา 20 ปี เพิ่งจะตัดถนนได้ 7 กิโลเมตร ถามว่าอีก 100 ปีถนนสายนี้จะ”สำเร็จ” หรือไม่ ….เหมือนกับ” เขตเศรษฐกิจชายแดน” ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ที่”กนอ.” เป็น “เจ้าภาพ” เพื่อ”ชักจูง” ให้ “โรงงานอุตสาหกรรม” มาสร้าง”โรงงาน” เพื่อการ”ส่งออก” เพราะอยู่ใกล้”ชายแดน” นี้ก็ 20 ปี ผ่านไป มี “โรงงาน” ที่”สนใจ” มาเปิด”แวร์เฮ้าส์” เพียง 1 โรง นี้จะเรียกว่าอะไร ถ้าไม่เรียกว่าเป็นความ”ล้มเหลว” ของการ”พัฒนาจังหวัดสงขลา….. ตัดถนนเพื่อการ”ส่งออกตู้คอนเทนเนอร์” ไป”ท่าเรือปีนัง” นั้นคือความคิดของการพัฒนาที่”สิ้นคิด” ด้วยการยืม”จมูก”ของ”มาเลเซียหายใจ” สิ่งที่คนที่”คิดเป็น” ต้องทำ ไม่ใช่การส่ง”ตู้คอนเทนเนอร์” ไปที่”ท่าเรือปีนัง” แต่ต้องสร้าง”ท่าเรือน้ำลึก” แห่งที่ 2 ใน จังหวัดสงขลา เพื่อเป็น”ประตู” หรือ”เกตเวย์” แห่งที่ 3 ของ”ประเทศไทย” เพื่อการ”ส่งออกสินค้า” ที่ยืนอยู่บน”ขาของตนเอง” และ”หายใจ” ด้วย”จมูก” ของตนเอง เรื่องอย่างนี้” นักการเมืองสงขลา” และ” ผู้นำประเทศคิดเป็น”หรือไม่ เพราะในการเขียน”นโยบาย” เพื่อ”หาเสียง” ของ”พรรคการเมือง”หลายพรรค มีแต่เรื่อง”ขายฝัน”มากกว่า”ขาย”สิ่งที่”เป็นประโยชน์…..
@เรื่อง”ดราม่า” ที่”พัทลุง” ระหว่าง”สุจินต์ วาจากิจ” ผวจ.พัทลุง กับ”ตำรวจ” ที่ตั้ง”จุดตรวจ 7 วันอันตราย” ถามว่า”ผู้ว่าราชการจังหวัด” มี”อำนาจหน้าที่” ในการ”ว่ากล่าวสั่งสอน” หรือ”ตำหนิ” เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ “อำนาจ” และ”หน้าที่” ใน”ฐานะ”ของ”พ่อเมือง”นั้น”มีอยู่” แต่ “จำเป็น”หรือไม่ที่ต้องมีการ”ตำหนิ” ผ่านทาง”โซเซียลมีเดีย” เพื่อให้”สาธารณะ “ ได้รับทราบ เพราะกลายเป็นเรื่อง”ประจาน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่”เหมาะสม” อย่างแน่นอน” ปกครอง”กับ”ตำรวจ” คือ”กลไก” ของการสร้างความ”สงบสุข” ให้กับ”จังหวัด” ถ้ามี”รอยร้าวเกิดขึ้น ผู้”เดือดร้อน” คือ”ประชาชน”…..
@จะ”จบ” หรือจะเป็น”หนังยาว” ของการ”สาวไส้” ที่”เน่าเฟะ” ของ”วงการ”ตำรวจ” หลังที่ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย” อดีต”ลูกน้อง”ผู้ร่วม”ทำผิด” กับ”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” หรือ” โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” อดีต “รอง ผบ.ตร.” ออกมา” ลากไส้” เรื่องการใช้”ทองคำ” ติดสินบน” ปปช.” เรื่องนี้จะ”จบ”แบบสั้น หรือเป็น”หนังยาว” ผู้ที่ได้”ประโยชน์” คือ”ประชาชน” ที่ได้”ตาสว่าง” เห็นความ”เน่าเฟะ” ของ”เจ้าหน้าที่” ในการ”หาผลประโยชน์”ส่วนผู้ที่เสียหายอย่าง”ยับเยิน” คือ”ประเทศไทย” และ”สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” รวมทั้ง” ปปช.” ที่ต้อง”พิสูจน์” ให้เห็นความ”บริสุทธิ์” เพื่อสร้าง”ศรัทธา” ให้เห็นว่า”ปปช.” ยังเป็น”องค์กรอิสระ” ที่เป็น” ที่พึ่ง” ของ”ประเทศชาติได้…..
@ก่อนที่จะถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เป็น” วันเลือกตั้งผู้แทนราษฎร” วันที่ 11 มกราคม 2569 “เป็นวัน”เลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล” หรือ” อบต.” เป็นวันที่” ประชาชน” ในแต่ละ” อบต.” ต่าง”เริงร่า” เพราะ”กฎ”ของการ”เลือกตั้ง” ของ”ประเทศไทย” ณ วันนี้ เหมือนกันหมดทั้งประเทศคือ” เงินไม่มากาไม่เป็น” การ”เลือกตั้งทุกระดับ” ตั้งแต่เลือก”กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน” ล้วนแต่ต้อง”ใช้เงิน” การเลือก”อบต. ครั้งนี้ มีตั้งแต่” 300 – 500” และ” 1,000 บาท อบต.ขนาดเล็ก ผู้ที่”สอบได้” ต้อง”จ่าย” 5-6 กิโล เป็นอย่างต่ำ แม้แต่ “อบต.” ที่มีผู้”สมัคร” เป็น” นายก อบต.เพียง “คนเดียว” ข่าวว่าก็ต้อง”เคาะประตู” เพื่อ”จ่ายเงิน” ถ้า”ไม่จ่าย”ไม่มีใครไป”เลือกตั้ง” และการ”เลือกตั้ง”ไม่”ผ่านเกณฑ์” นี่คือความ”เลวร้าย” ที่”นักการเมือง” สร้างขึ้น” และ”ประชาชน”เห็นชอบ ดังนั้น 11 มกราคม” คือวันที่”ประชาชนเริ่งร่า” ส่วนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นอีก 1 วัน ที่”ประชาชน” ทั้งประเทศ”ถูกหวย” เพราะครั้งนี้ ผู้ที่จะได้”ชัยชนะ” ในการเป็น” สส.” ต้องจ่าย 2-3 รอบ ถ้า”เริ่มต้นที่”รอบละ 1,000” ก็ต้องใช้ถึง 3,000 บาท ครอบครัวไหน มี”พ่อ แม่ ลูก” 5 คน ก็จะเท่ากับ”ถูกหวยรวยเบอร์” ได้รับ”เงินหมื่น” และหลังจากนั้น” ผู้แทน” จะไป”กินกล้วย”หรือไปทำอะไร หมดหน้าที่ของ”ประชาชน”…..โดยเฉพาะการเลือก อบต. ใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ปัตตานี,ยะลา นราธิวาส” ที่”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” มี”บทบาท” ในการ”สนับสนุน” ให้”แนวร่วม” เข้าไป”บริหารตำบล” เพราะการที่” บีอาร์เอ็น” ยึด”ตำบล”ได้เป็น”จำนวนมาก” หมายถึงความ”เข้มแข็ง” ของ”ขบวนการ”ในงาน”มวลชน” และหากวันที่ 11 มกราคม 2569 “บีอาร์เอ็น” ส่ง”แนวร่วม” เป็น” นายก อบต. เป็น”สมาชิก อบต. ได้มากเท่าไหร่ ก็จะ”ส่งผล” ไปยังการ”เลือกตั้ง” สส.ในวันที่ 8 มีนาคม 2569 เช่นกัน “เป้าหมาย” ของ”บีอาร์เอ็น” คือมี”ตัวแทน” ใน”ท้องถิ่น” และมี”ตัวแทน” ใน”สภาผู้แทนราษฎร” เพื่อการ”ขับเคลื่อน”งาน”การเมือง” ให้”บรรลุเป้าหมาย” เรื่องอย่างนี้” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มี”ข้อมูล” เพื่อการ”รับมือ” กับ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”หรือไม่ และที่”สำคัญ” ในการเลือกตั้ง”องค์การบริหารส่วนตำบล” ครั้งนี้” พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4” มีแผนในการ “รับมือ” อย่างไร หลัง”เลือกตั้ง” พอจะมี”ตัวเลข” ให้เห็นหรือไม่ว่า” แผ่นดินปลายด้ามขวาน” มี” นายก อบต. และ”สมาชิก อบต.” ที่เป็นคนของ”บีอาร์เอ็น” มาก น้อย เท่าไหร่ เพราะงาน”การข่าว” คืองานที่จะบอกได้ถึงการเป็น” รู้เขารู้เรา” และเป็น”หนทาง”ไปสู่”ชัยชนะ”…..
@กลับมาเรื่อง” เลือกตั้ง” เริ่มที่”แผ่นดินปลายด้ามขวน” ของ”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ปัตตานี ,ยะลา ,นราธิวาส” ที่ เปิดตัวครั้งแรก เสียงของ”กล้าธรรม” ได้รับการ”ตอบรับ” อย่าง”อึ่งมี่” ในฐานะ” ที่เป็น”พรรคใจถึง พึ่งได้” และมี” สส.อามินทร์ มะยูโซ๊ะ” สส. นราธิวาส เป็น”รมช.เกษตรและสหกรณ์” แต่เพราะ”ดัง” เกินไป “กล้าธรรม” จึงถูก”รุมกินโต๊ะ” ทั้งจาก”ประชาชาติ” ,ประชาชน” และ”ประชาธิปัตย์” ที่ ประกาศไม่เอา”สีเทา” เรื่องของ”สีเทา” มีผลกับการ”เลือกตั้ง” ใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ยังมีคน”กลุ่มใหญ่” ที่”ยึดมั่น” กับเรื่อง”ศาสนา” และ”หมัดเด็ด” ของ”ประชาชาติ” ที่จะมาจาก”วันนอร์” และ” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” คือเรื่อง”ยาเสพติด” ส่วนจะมี”ทีเด็ด” อย่างในการทำให้” สีเทา” ต้อง”สดุด” ในสนามของ”ปลายด้ามขวาน” โปรดติดตาม รวมทั้ง”สีเทา” จะถูก”ตีขนาบ” ด้วย”พรรคประชาชน” และ”ประชาธิปัตย์” ที่อาจจะทำให้”ความฝัน” ของ” ผู้กองนัส” ไปไม่ถึง”ดวงดาว” แต่ เชื่อเถอะ สส. ของ”นราธิวาส” สองพี่น้อง”ตระกูลมะยูโซ๊ะ” ได้ เข้าสภา แน่นอน ส่วน”พวกพ้อง” ยังถูก”หอบหิ้ว” ฝ่า”กระแส”ไม่เอา”สีเทา” ของ”สามพรรค”ได้หรือไม่ ยังไม่มีกล้า”การันตี”….สำหรับ”ประชาชาติ” การ”เลือกตั้งครั้งนี้” ศึกหนัก” ที่สุด แบบ”ช้างชนช้าง” อยู่ที่” ปัตตานี” เมื่อ” เศรษฐ์ อันยุฟรี” นายก อบจ. ผู้”สนับสนุน” ภูมิใจไทย ทุ่มหมด”หน้าตัก” กะจะ”กวาด สส.ทั้ง 5 เขต ด้วย”พลัง” และ”เกม” ทาง”การเมือง” ของ”เศรษฐ์ อันยุฟรี” มีความเป็นไปได้ แต่ อย่าลืมว่า” วันนอร์” และ”ทวี” ก็ไม่ใช่”ตะเกียงขาดน้ำมัน” รวมทั้ง “อดีต สส.” ที่ยังอยู่กับ”ประชาชาติ” ทั้ง 2 เขต ก็มี”ชื้อชั้น” มี”มวลชน” พอตัว” แพ้-ชนะ”ของ”การเลือกตั้งที่” ปัตตานี” อยู่ที่ใคร”เก๋าเกม” กว่าใคร และ สำหรับ”เพชรดาว โต๊ะมีนา” ทายาท”หนึ่งเดียว” ที่”เล่นการเมือง” ของ”เด่น โต๊ะมีนา” ที่ ย้ายจาก”ภูมิใจไทย” มาลง”กล้าธรรม” ในเขต เลือกตั้งที่ 1 ปัตตานี ถ้าวัดจาก”คุณภาพ” มีความ”เหมาะสม” ในการเป็น” ผู้แทนราษฎร์” แต่ในการ”เลือกตั้ง” ไม่ว่าจะเป็น”พื้นที่ไหน” คำว่า”คุณภาพ” ต้องมา”ทีหลัง” เพราะมี”ปัจจัย” อื่นๆ ที่”มาก่อน” ดังนั้น ครั้งนี้ โอกาสของ”เพชรดาว โต๊ะมีนา” จึงอยู่ที่”ประชาชน” ใน เขต 1 ว่าต้องการ”สส.คุณภาพ” หรือต้องการ” สส.”แบบไหน…..
@การเมืองกับการ”ใส่ใคล้” เป็นเรื่อง”ปกติ” ข่าวการ”แตกคอ” ระหว่าง”พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แม่ทัพใหญ่ของ”ภูมิใจไทย”ของ”ภาคใต้” กับ” สิรภพ ดวงสอดศรี” ผู้อำนวยการเลือกตั้ง จึงถูก”กระพือเป็นไฟลามทุ่ง” จนทำให้” พิพัฒน์” และ”สิรภพ” ต้อง”กอดคอออกสื่อ” เพื่อแสดงว่ายัง”เหนียวแน่น” ในการ”จับมือร่วมกัน” เพื่อ”สู้ศึก” ใน”สนาม”ของ”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้…. หลัง”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขน”พลพรรค” มา”เปิดศูนย์ประสานงาน” ที่”เขตเลือกตั้งที่ 2” จ.สงขลา และ “พบปะประชาชน” ใน”หาดใหญ่” กระแสของ”จูรี นุ่มแก้ว” ผู้สมัคร เขต 2 ของ”สงขลา ก็ ขยับขึ้นอย่าง”วูบวาบ” เพราะใน”เขต 2” สงขลา ยังมี”แฟนพันธ์แท้” ที่ยัง”เหนียวแน่น” กับ”ประชาธิปัตย์” อยู่จำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่มากพอที่จะ”วางใจ”ได้ว่า” ประชาธิปัตย์” จะกลับมา”ยึดครองพื้นที่เขต 2” เพราะ”ประชาธิปัตย์” วันนี้ขาด”หัวหอก” ที่เคยมีอย่าง”นิพนธ์ บุญญามณี” ดังนั้นลำพัง” จูรี” นุ่มแก้ว” ที่เดินไปไหนก็มีคน”ตะโกนเชียร์” แต่ วัน”เลือกตั้ง” เสียงตะโกน” เลือกจูรี” เอาจริง จะเหลือเท่าไหร่ ระวังจะ”ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน”…..ส่วน พื้นที่การ”เลือกตั้ง” ที่ไม่มี”ราคาต่อรอง” และ”รู้แพ้ ชนะ” ตั้งแต่วันที่ “ปิดรับสมัคร” คือ” จ.สตูล” ทั้ง 2 เขต เลือกตั้ง “ประชาชน” บอกได้แล้วว่าใครคือ” ผู้แทน” ของเขา แต่ อย่าคิดนะ ว่าการเลือกตั้งที่”สตูล” จะไม่ต้อง”ใช้เงิน” เพราะ สำหรับ”ประเทศไทย” ไม่มีการ”เลือกตั้ง” ที่ไหน ที่ไม่ต้อง”ใช้เงิน” สวัสดีประเทศไทยที่ได้”รับโชค” ทั้ง เดือน มกราคม จากการเลือกตั้ง “อบต.” และได้รับโชคจากการ”เลือกตั้ง สส.” ในเดือน “กุมภาพันธ์ 2569…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
————————————————————————-
/////////////////////////////////////////////////////////////////

เวทีประชาคม. ขวัญจิต เคียงตระกูล ผอ.กองส่งเสริม และสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. ร่วมสนับสนุนการจัดเวทีประชาคม เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก -เศรษฐกิจชุมชน ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์ส่งเสริมฯ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
/////////////////////////////////////////

ศึกษาดูงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา นำโดย ผศ.ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดี พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากร เข้าศึกษาดูงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การพัฒนาท้องถิ่น และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสมุนไพรพื้นถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ให้การต้อนรับ ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
///////////////////////////////////////////

มอบประกาศฯ. กฤษณนันท์ กำไร รองผวจ.นราธิวาส เป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม โครงการ “One Day Camp ปลุกพลัง Gen Z ตื่นรู้สู่สังคมปลอดยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส” มีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม 6 คน ณ ศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก บ้านบือราเป๊ะ ต,โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส
/////////////////////////////////////////////

มูลนิธิชูเกียรติปิติเจริญกิจ ร่วมกับบริษัทในเครือ จัดพิธีมอบทุนการศึกษาและมอบเงินบริจาคแก่ นักเรียน นักศึกษา โรงเรียน สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรการกุศลที่ดูแลเด็กกำพร้า และมูลนิธิต่าง ๆ ในจังหวัดปัตตานี ครั้งที่ 31 444 ทุน เป็นเงิน 1,328,280 บาท ณ บริษัทชูเกียรติยนต์ จำกัด อ.เมือง จ.ปัตตานี
////////////////////////////////////////////

ติดตามงาน. พล.ท.จัตุรงค์ จันทรนนท์ ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และ พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผอ.สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยมี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ พร้อมหารือแนวทางแก้ปัญหาการบ่มเพาะเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแผนงานปี 2569 ณ ห้องรับรอง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
//////////////////////////////////////////////////

เยี่ยมคารวะ. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมด้วย นายนฤมินทร์ฯ เข้าเยี่ยมคารวะ นายอะฮ์มัด ฟะห์มี บิน อะฮ์มัด ซาร์กาวี (Mr. Ahmad Fahmi Bin Ahmad Sarkawi) กงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา เพื่อมอบกระเช้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พร้อมกันนี้ได้ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน “มลายูเดย์ @ยะลา” ณ สนง.กงสุลใหญ่มาเลเซีย จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////////////

งดรับ งดให้. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ประกาศเจตจำนงและขับเคลื่อนนโยบาย No Gift Policy “งดรับ งดให้” ของขวัญของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนออกจากส่วนรวม ณ ห้องประชุมมุขมนตรี อบจ.ยะลา
////////////////////////////////////////

กิจกรรมปีใหม่. ร.ต.ท.วิวัฒ ดำคง นายกเทศมนตรีเมืองม่วงงาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาล ร่วมให้การต้อนรับและรับมอบกระเช้าของขวัญเนื่องในโอกาสเทศกาลขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2569 จากโรงเรียนบ้านม่วงงาม โดยนายกเทศมนตรีได้กล่าวขอบคุณและอวยพรปีใหม่แก่คณะผู้แทนจากทุกหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและแสดงความขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมของท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
///////////////////////////////////////////////

ทำบุญปีใหม่. โรงแรมชิกเนเจอร์หาดใหญ่ จ.สงขลา. จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่ให้แก่ลูกค้า ณ โรงแรมชิกเนเจอร์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา โดยสมชาย พิจิตบรรจงประธานกรรมการผู้จัดการได้เป็นประธานในในการจัดทำบุญในครั้งนี้
////////////////////////////////////////////

สวัสดีปีใหม่. วรภัทร รัตนอุไร นายกเทศมนตรีตำบลสทิงพระ พร้อมคณะผู้บริหาร และ คำนึง โชติธรรมโม ประธานสภาเทศบาลตำบลสทิงพระ ร่วมมอบกระเช้าของขวัญปีใหม่เพื่อแสดงความเคารพและอวยพรให้. ศศิพงษ์ ชูเชิด นายอำเภอสทิงพระ ประสบความสุขและความเจริญในหน้าที่การงาน และเป็นกำลังสำคัญของประชาชนสืบไป ณ ที่ทำการปกครองอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา
///////////////////////////////////////////////////

ต้านซื้อเสียง. ที่วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ (วัดในเตา) ม.1 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ชาวบ้าน รวมตัวกันในนามกลุ่มการเมืองสีขาวบ้านในเตา เขียนป้ายแสดงต้านเจตนารมณ์ ไม่เอาการเลือกตั้งสกปรก โดนมี ธนาธนัท อธิธนันภพ อายุ 60 ปี ตัวแทนชาวบ้าน ร่วมรณรงค์การเลือกตั้ง เป็นการเมืองสุภาพบุรุษ วิถีบริสุทธิ์ 1.จะไม่ทุจริตการเลือกตั้ง 2.หาเสียงสร้างสรรค์แข่งกันที่วิธีคิด วิสัยทัศน์ นโยบาย 3.เราไม่รับทุนสามานย์ 4.เรายึดมั่นระบบสภา ตัวแทนของชาวบ้านในการแก้ปัญหา 5.เราจะไม่คอร์รัปชั่น คือการเมืองที่คนในเตาอยากจะเห็น
/////////////////////////////////////////

มอบสีทาอาคารเรียน ศักดิ์ชัย พจน์ธนาดิถี ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด บริษัทท๊อปเพ้นท์เพอร์เฟค จำกัด มอบสีทาอาคารเรียน หับโรงเรียนบ้านวังศิลา สังกัด สพป.ตรัง เขต 1 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มูลค่า 45,000 บาท โดยมี พัทรนันท์ สัตยานุรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโดยมีผู้บริหารกลุ่มสุโสะ=บ้านนา ครูและนักเรียน ร่วมรับมอบ
/////////////////////////////////////////////

วันเด็ก. ประธานมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวจังหวัดยะลา มอบหมายให้ จิรวิทย์ แซ่เจ็ง รองประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนฯ มอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ให้กับ อบจ.จังหวัดยะลา โรงเรียนเพ็ญศิริ และโรงเรียนเทศบาล 3 (วันพุทธภูมิ )
///////////////////////////////////////////////

คุมเข้มชายแดน. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ลงพื้นที่ ชายแดน จ.ระนอง -ชุมพร เพื่อติดตามการป้องกันชายแดนไทย-เมียนมา ของ กองกำลังเทพสตรี มอบนโยบาย และของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อบำรุงขวัญกำลังพล
//////////////////////////////////////////////////

มอบจักรยาน. พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล สวญ.สภ.ตาเซะ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้น่ มอบจักรยาน 1.โรงเรียนศรีพัฒนาราม 2.โรงเรียนบ้านเบญญา 3 โรงเรียนบ้านตาเซะ 4โรงเรียนธนาธิปวิทยา เพื่อจัดกิจกรรมวันเด็ดแห่งชาติ ประจำปี 2569 ในพื้นที่ ต.ตาเซะ อ,เมือง จ.ยะลา
///////////////////////////////////////////////



