ในแต่ละปี โรงพยาบาลแต่ละแห่ง มีค่าใช้จ่ายในการเก็บสต๊อกยาและเวชภัณฑ์สำหรับการรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ของตัวเองเป็นจำนวนมาก เมื่อรวมกันทั้งระบบสุขภาพแล้วนับว่ามหาศาล ดังนั้น องค์การเภสัชกรรม จึงจัดทำโครงการ “GPO in Hospital” เพื่อช่วยเซฟเงินตรงนี้
ดร.ภก.จตุพล เจริญกิจไพบูลย์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ให้ข้อมูลว่า อภ.เป็นรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการผลิต จำหน่ายและบริการยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รวมถึงการสำรองยาที่มีความจำเป็นต่อระบบสาธารณสุข จึงมีนโยบายร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน จัด โครงการ GPO in Hospital หรือการบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลโดยองค์การเภสัชกรรม เพื่อการบริหารจัดการต้นทุนและการบริหารคลังด้านยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดลำพูน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแผนขยายระบบนี้ไปยังรพ.รัฐทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความมั่นคงทางด้านยา

ทั้งนี้เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นทางองค์การเภสัชกรรมได้มีการพาสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดลำพูน ปักหมุด “รพ.บ้านโฮ่ง” ซึ่งเป็น 1 ใน 8 รพ. ของ จ.ลำพูน ที่ร่วมโครงการ GPO in Hospital เมื่อเร็ว ๆ นี้
นพ.คะนอง ถนอมสัตย์ ผอ.รพ.บ้านโฮ่ง ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เปิดเผยว่า อ.บ้านโฮ่ง ดูแลประชากร 35,000 คน มีประชากรสูงอายุ 30% ทั้งนี้ รพ.บ้านโฮ่ง เป็น รพ.ชุมชนขนาด 30 เตียง มีคนไข้วันละ 500 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ส่วนคนไข้ที่มาห้องฉุกเฉิน จะเป็นกลุ่มสโตรกสมองขาดเลือดเฉียบพลัน และภาวะหัวใจขาดเลือด รวมถึงกลุ่มอุบัติเหตุ เป็นต้น
ทั้งนี้ ได้งบประมาณสำหรับดำเนินการต่าง ๆ ปีละ 52 ล้านบาท ไม่รวมเงินเดือนบุคลากรจากภาครัฐ โดยงบบัตรทองได้ปีละ 10 ล้านบาท งบจากกองทุนจากส่วนอื่น ๆ อีกกว่า 40 ล้านบาท เช่น งบกองทุนข้าราชการประมาณ 7-8 ล้านบาท นอกนั้นเป็นงบจากกองทุนประกันสังคม พ.ร.บ.อุบัติเหตุ และการบริจาค ซึ่งทำผ้าป่าทุกปีเพื่อหารายได้ บ้างได้ 7 แสน บางปีได้ 4-5 ล้าน นำมาช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการ การให้บริการประชาชน
“ด้วยงบประมาณที่มีน้อย ต้องจัดสรรให้ดี อย่างค่ายาและเวชภัณฑ์ ทั้งปีประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมแต่ละปีต้องใช้งบ 52 ล้านบาท มีขาดสภาพคล่องเฉลี่ยปีละ 7 ล้านบาท แต่บางปีได้รับงบฯ อื่นมาช่วย อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรม ก็จะช่วยให้เราหมุนสภาพคล่องได้ดีขึ้น เพราะเราเป็น รพ.ขนาดเล็ก ที่ผ่านมาต้องสต๊อกยาไว้ราว 1 ล้านบาท แต่ความร่วมมือโครงการนี้จะช่วยลดการสต๊อกยาไว้ในคงคลัง ทำให้สภาพคล่องดีขึ้น”

ทั้งนี้ รพ.บ้านโฮ่งเข้าร่วม “GPO in Hospital” กับองค์การฯ ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 โดยองค์การฯ ช่วยบริหารจัดการรายการยาตามบัญชียาของโรงพยาบาล 128 รายการ ครอบคลุม 40% ของรายการยาในบัญชียาของโรงพยาบาล ทำให้มีการหมุนเวียนเร็ว ไม่มีรายการยาที่เสี่ยงต่อการหมดอายุและสูญเสียงบประมาณ มียาสำรองที่พร้อมใช้และมีคุณภาพสูง เพิ่มความสะดวก ลดภาระงานในส่วนของระบบริหารเวชภัณฑ์ด้านยาของโรงพยาบาล
ขณะที่ ภก.ปีฐพล รัตนจินดา ผอ.ฝ่ายการตลาด องค์การเภสัชฯ อธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการ GPO in Hospital คือการที่องค์การเภสัชฯ จะเป็นผู้จัดซื้อ จัดหาและสำรองคงคลัง พร้อมทั้งขนส่งยา โดยเริ่มจากจัดทำรายการยาและเวชภัณฑ์ในบัญชียาหลักแห่งชาติ สอดคล้องกับ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ หากเป็นยาที่เป็นผู้ผลิตรายอื่น ทาง อภ.จะประสานงานบริษัท เพื่อให้ได้ตรงตามสเปกที่ รพ.กำหนด หลังจากนั้นจะนำเสนอรายการให้ รพ.ต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ เฉพาะ จ.ลำพูน มี 8 แห่ง ที่บริหารการจัดส่งยาผ่านคลังยาทางภาคเหนือขององค์การเภสัชฯ ที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ขณะนี้ รพ.ต่าง ๆ เริ่มมีการทำสัญญากับทางองค์การฯ และแผนระยะต่อไปอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรม GIH ออกคำสั่งและบริหารการคลัง รพ. ซึ่งโปรแกรมนี้จะอำนวยความสะดวกมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเริ่มใบสั่งซื้อ ไปถึงรอบการสั่งซื้อ เป็นต้น.
อภิวรรณ เสาเวียง



