เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ
ผมอายุ 72 ปี มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องต่อมลูกหมากโต ที่จะต้องขอคำปรึกษาพร้อมคำแนะนำ ก่อนหน้านี้มักจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยมากในเวลากลางคืน ต้องเข้าห้องน้ำคืนละ 4-5 ครั้ง และปัสสาวะก็ไม่พุ่ง ไหลออกมานิดหน่อยกะปริบกะปรอยสร้างความรำคาญมากเลย จึงได้ไปรับการตรวจจากแพทย์ที่โรงพยาบาลในจังหวัด แพทย์ตรวจร่างกายเจาะเลือดไปตรวจ บอกว่าป่วยเป็นโรคต่อมลูกหมากโต จัดยามาให้กินเพื่อลดอาการดังกล่าว หลังจากกินยาได้ช่วงเวลาหนึ่ง การแข็งตัวของอวัยวะสำคัญมักจะไม่เต็มที่ สอดใส่ไม่ได้เลย กลับไปพบแพทย์ผู้รักษาอีกครั้ง คราวนี้ได้ยาเฉพาะกิจมากินเสริมด้วย การแข็งตัวดี แต่ไม่สามารถถึงจุดสุดยอดด้วยการหลั่งได้ ปัญหาคือ อยากทราบว่ามียาชนิดไหนบ้างที่สามารถทำให้อวัยวะแข็งตัวได้ดี และถึงจุดสุดยอดได้
ด้วยความนับถือ
อรุณ 72
ตอบ อรุณ 72
ปกติแล้วต่อมลูกหมากจะโตขึ้นตามวัย และโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะชายวัย 45 ปีขึ้นไปพบได้มากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์บริเวณนั้นเจริญเติบโตขึ้นรวดเร็ว ต่อมลูกหมากที่โตขึ้นนี้จะเริ่มอุดตันหลอดปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก และการอุดตันทำให้ปัสสาวะคั่งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะมากกว่าปกติ สังเกตได้ว่ามักเกิดในผู้ชายวัยเกิน 60 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจโตมากจนปัสสาวะไม่ออก และเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุเหล่านั้นได้ โรคต่อมลูกหมากโต (BPH) คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เนื่องจากตำแหน่งของต่อมลูกหมากจะอยู่ในบริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ ด้วยเหตุที่ต่อมลูกหมากจะห่อหุ้มท่อปัสสาวะส่วนต้นไว้
ดังนั้นเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้นก็จะกดทับท่อปัสสาวะให้ตีบเล็กลง ส่งผลให้คนไข้มีอาการปัสสาวะติดขัด นอกจากนี้ต่อมลูกหมากโตอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผนังกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะหนาขึ้น เนื่องจากต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับน้ำปัสสาวะให้ผ่านท่อแคบ ๆ และเมื่อผนังกระเพาะปัสสาวะหนาตัวขึ้นก็จะส่งผลต่อความสามารถในการกักเก็บน้ำปัสสาวะให้ลดลง คนไข้จึงต้องปัสสาวะบ่อย และอาจได้รับการกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะขึ้นมาอย่างกะทันหันได้ นอกจากนี้ในคนไข้ที่เป็นต่อมลูกหมากโตมักจะมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามมาไม่ว่าจะเป็นการแข็งตัวที่ไม่เต็มที่ และไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ ส่งผลทำให้คนไข้กลุ่มนี้ไม่สามารถมีความสุขทางเพศได้เท่าที่ควร
ปัจจุบันมียารักษาคนไข้ต่อมลูกหมากโตและมีอาการอีดีร่วมด้วย ยาที่ใช้จะเป็นยาในกลุ่มพีดีอี 5 ไอ ชนิด 24 ชั่วโมง จากการศึกษาในคนไข้กลุ่มดังกล่าว และเป็นอีดี ด้วยการใช้ยากลุ่มพีดีอี 5 ไอ ชนิด 24 ชั่วโมง ขนาด 5 มก. วันละครั้งเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าคนไข้มีการแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น และอาจถึงจุดสุดยอดหลั่งน้ำอสุจิได้ ที่สำคัญคือต้องใช้วิธีฟื้นฟูกล้ามเนื้อเพศและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้สามารถแข็งตัวได้ดีขึ้นถึง 100% ซึ่งการปรึกษาแพทย์ถึงจะช่วยให้การหลั่งไม่มีปัญหาได้การใช้ยาอาจะช่วยได้เพียง 50%.
……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51



