การเลือกตั้งยังไม่ทันรู้ผล ใครแพ้ใครชนะ แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยได้รับรู้คือ  ในสนามการเมืองครั้งนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ ได้รับเสียงชื่นชม ทั้งในโลกออนไลน์ และ คนที่ติดตามข่าวสาร ทั้ง ๆ ที่ทำอยู่ในฐานะฝ่ายบริหารเพียงไม่กี่เดือน  ฉายา ซูเปอร์จี ที่หลายคนมอบให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์”  รมว.พาณิชย์ จึงไม่ใช่เรื่องเกินความเป็นจริง

ยิ่งการตอบคำถามสื่อ เมื่อถูกถามว่า ความรู้สึกหลังเกิดกระแสตอบรับที่ดี เมื่อไปร่วมออกรายการดีเบต ยิ่งสะท้อนความเป็นตัวตน  รมว.พาณิชย์ยืนยันว่า ไม่ได้ภูมิใจกับชัยชนะ หรือเสียงชื่นชม บอกเพียงไม่ใช่เวทีที่จะมาซักค้านกัน แต่เป็นการพูดคุยถึงนโยบายที่เราจะทำ

เมื่อมีเสียงตอบรับที่ดีก็ ถือเป็นกำลังใจ และขอบคุณ ซึ่งก็จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ จึงไม่แปลกใจ ทำไมช่วงทำงานอยู่ในองค์กรเอกชน ไล่ตั้งแต่ไอบีเอ็ม, ไทยคม และเครือดุสิตธานี จึงมีแต่ความสำเร็จ จนสร้างผลกำไรให้ทุกองค์กร

พอมารับตำแหน่ง รมว.พาณิชย์  ทำงานได้ไม่กี่เดือน  ก็สร้างผลงาน ให้คนไทยได้เห็น ทั้งระบายข้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศ  ขายมันสำปะหลัง ให้ซาอุดีอาระเบีย เสียงตอบรับในระหว่างที่ เข้ามาทำงานการเมือง มีแต่เสียงชื่นชม ในที่สุดพรรคภูมิใจไทย ก็ขอให้มาร่วมงานด้วย  ช่วยหาเสียงในการเลือกตั้ง  ซึ่งการยอมเข้าสู่ความเสี่ยงครั้งนี้ ต้องมีความกล้าหาญและ เสียสละจริง

ขณะที่กลายเป็นประเด็นฮือฮา ทั้งในโลกออนไลน์ และการติดตามผ่านช่องทางต่าง ๆ คือ  รายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ที่จัดโดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางช่อง 3  ซึ่งมี คุณไหมศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน
และ คุณแต๋มศุภจี สุธรรมพันธุ์ มาออกรายการ โดยเฉพาะในประเด็นดีเบตเรื่อง สต๊อกข้าว 100 ตัน ทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับรู้ ประสบการณ์และความสามารถ เหนือกว่าความมั่นใจ และความเชื่อมั่น

อย่างประเด็นเรื่อง ใบอนุญาตส่งออกข้าว ที่ตอนนี้กำหนดไว้ว่าจะต้องมีการ สต๊อกข้าว 100 ตัน สำหรับการส่งออก แคนดิเดต นายกฯ จากพรรคสีส้ม เสนอให้ ยกเลิกข้อกำหนดนี้ เพื่อเปิดทางให้รายย่อย ผู้ประกอบการตัวเล็ก ๆ สามารถส่งออกข้าวได้อย่างเสรี

แต่คุณศุภจีไม่เห็นด้วย โต้กลับด้วยข้อเท็จจริง ถ้าส่งออกไม่ถึง 100 ตัน อย่างไรก็ขาดทุน เพราะเพียงแค่ค่าขนส่งก็ไม่พอกำไรแล้ว มันไม่คุ้ม และยังมี เรื่องภาพลักษณ์ ของการส่งออก ที่ถ้าผู้ซื้อไม่เห็นข้าวในสต๊อกของผู้ขาย มันก็จะดูว่าผู้ขายไม่น่าเชื่อถือ ถ้าไม่มีข้าวในสต๊อก เกิดส่งข้าวไม่ทันขึ้นมา กระทบความน่าเชื่อถือแน่นอน

ส่วนนโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจ หากได้รับความไว้วางใจให้ได้เป็นรัฐบาล โดยระบุว่า จีดีพีไทยเติบโตน้อยมาก ก่อนจะลงไปดูว่าจะแก้ยังไง โครงสร้างในประเทศ อุปโภคบริโภคพึ่งพาในประเทศไม่ได้มาก เพราะคนอาจจะมีกำลังซื้อน้อย เราต้องให้ปลาพ่วงเบ็ด ให้ประชาชนสามารถไปต่อยอดได้ หนี้เราติดเพดาน ทั้งหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือน

        ยังไม่นับ หนี้นอกระบบ เศรษฐกิจต้องแก้ที่โครงสร้างด้วย ต้องควบคุมรายจ่าย ให้เหมาะสมแม่นยำโปร่งใส ต้องหารายได้ ไม่ได้หมายถึงขึ้นภาษี แต่ต้องหา ตลาดนอกประเทศ ให้ได้มากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายตัวความเจริญให้ทั่วถึง

แม้กระทั่งความเห็นคนต่างพรรค นายพงศ์พรหม ยามะรัตอดีตรองโฆษก พรรคสร้างอนาคตไทย ยังออกมาโพสต์ข้อความว่า  ต้องการชวนให้สังคมไทย ย้อนดูรายการดีเบต เพื่อถอดบทเรียนว่าทำไม พี่แต๋มถึงสามารถ เอาชนะสถานการณ์แบบ 1 รุม 2 (พิธีกรและคู่ดีเบต) ได้อย่างขาดลอย โดยไม่ได้
เน้นเรื่องการเชียร์ พรรคการเมือง แต่เน้นให้ดู ทักษะ และ ความสามารถ ของบุคคล 

สิ่งที่อยากให้คนไทย กลับไปดูรายการ เมื่อเช้าอีกครั้งซ้ำ ๆ คือเรียนรู้กันให้ได้ครับว่า พี่แต๋มสามารถ ดีเบต แบบ 1
ชนะ 2 ขาดลอยด้วยเครื่องคิดเลข และปากกา 1 แท่งได้อย่างไร

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ ต้องขอบคุณนายอนุทิน ชาญวรีกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ดึงคนมีความรู้ความสามารถ มีความอ่อนน้อม และให้เกียรติคน อย่าง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ เข้ามาทำงานการเมือง.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่