นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง (ทล.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เจ้าของหน่วยงานบอกเลิกสัญญา  บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)  ผู้รับจ้างทั้ง 2 โครงการที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเครนก่อสร้างไฮสปีดถล่มทับรถไฟมีผู้เสียชีวิต 30 ราย  บาดเจ็บ 66 ราย และเครนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ถนนพระราม 2 ทับรถยนต์มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เจ็บ 2 ราย ในเวลาไล่เลี่ยกัน

แม้จะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องและเสียค่าโง่ในอนาคต เนื่องจากไม่ได้ระบุในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเรื่องปัญหาอุบัติเหตุซ้ำซาก   โดยจะใช้ข้อกฎหมายทางปกครอง และความปลอดภัยสาธารณะ

เนื่องจากสังคมสุดทนกับอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซากจากการก่อสร้าง จึงใช้ยาแรงกับผู้รับเหมาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน  ในช่วงที่กำลังเลือกตั้งใหญ่  กระแสวิพากษ์วิจารณ์มีทั้งด้านบวกและด้านลบเลือกปฎิบัติ-2มาตรฐานไม่ดำเนินการกับบริษัทผู้รับเหมาของครอบครัวกรณีหลุมยุบบนถนนสามเสน   

ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม  แต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ชุด  1.คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด โครงการไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และกรณีเครนก่อสร้างสัญญา 7 โครงการมอเตอร์เวย์สายเอกชัย-บ้านแพ้ว M82 หล่นใส่รถยนต์บนถนนพระราม 2

2.คณะกรรมการติดตามยกระดับมาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างและมาตรฐานการให้บริการขนส่งสาธารณะ 3.คณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการใช้กฎกระทรวงขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) และสมุดพกผู้รับจ้างให้ใช้ได้จริงในการจัดซื้อจัดจ้าง มีนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานทั้ง 3 ชุด

โดยให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 2 กรณีสรุปผลการสอบสวนฯ ทั้งหมด และรายงานภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 23 ม.ค.  พร้อมชี้แจงต่อสาธารณะ  นอกจากนี้ได้สั่งหยุดงานก่อสร้าง 10 โครงการขนาดใหญ่ 14 สัญญา วงเงินรวม 113,126.18 ล้านบาท ที่อิตาเลียนไทยฯ กำลังก่อสร้างด้วย  เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากเรื่องการยกเลิกสัญญาผู้รับเหมา ก็ไม่มีอะไรใหม่ เมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทุกครั้งที่ผ่านมาในรอบประมาณ 10 ปี ทั้งนายกรัฐมนตรี รมว.คมนาคมทุกคน และหน่วยงานใช้วิธีเดียวกันตั้งกรรมการสอบและทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย แต่ก็ยังเกิดเหตุซ้ำเฉพาะบนถนนพระราม 2 ห้วงปี 2561-ม.ค.2569 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,618 ครั้ง สูญเสียชีวิตประชาชนแล้ว155 ราย บาดเจ็บ  1,500 ราย   

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยและอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ตั้งข้อสังเกตถึงรากเหง้าของปัญหาโครงการก่อสร้างภาครัฐสะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังประสบปัญหามาตรฐานการก่อสร้างในพื้นที่สาธารณะอย่างรุนแรง จากเหตุการณ์เครนลอนเชอร์ถล่มต่อเนื่องกันถึง 4 ครั้งนับตั้งแต่การก่อสร้างทางยกระดับลาดกระบัง-อ่อนนุช เมื่อเดือนก.ค.2566 การก่อสร้างบนถนนพระราม 2 การก่อสร้างไฮสปีดที่สีคิ้ว รวมไปถึงกรณีตึกสตง.ถล่มจากแผ่นดินไหวและหลุมยุบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงในปี 2568   โดยจัดทำ6ข้อเสนอจำเป็นที่ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการ  หรือปรับปรุงกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้การก่อสร้างไทยมีมาตรฐานและขจัดความเสี่ยง

 1. หยุดการก่อสร้างภาครัฐที่ใช้เครนลอนเชอร์ในพื้นที่สาธารณะไว้ก่อน และทบทวนมาตรฐานการก่อสร้างทั้งหมด

 2. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุที่เป็นอิสระจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ ผลการสอบสวนต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ  และเปิดโอกาสให้หน่วยงานวิชาชีพอื่นที่ไม่ได้ร่วมเป็นกรรมการมีสิทธิ์ให้ความเห็นได้ เพื่อป้องกันการฮั้วกันในทางวิชาชีพในการปกปิดสาเหตุที่แท้จริง

 3. ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจังทั้งอาญาและแพ่ง และขึ้นบัญชีดำผู้รับจ้างที่กระทำผิดไม่ให้รับงานก่อสร้างในอนาคต

 4. แก้ไขปัญหาการจ้างช่วง เนื่องจากผู้รับเหมาที่ได้สัญญาก่อสร้างจากภาครัฐแล้ว บางครั้งไม่ได้ดำเนินการเอง แต่จ้างผู้รับจ้างช่วงที่ด้อยคุณภาพ  ไม่ว่าจะเป็นการจ้างช่วงโดยมีสัญญาหรือไม่มีสัญญาก็ตาม และตัดหัวคิวไป โดยการทำงานจริงผู้รับจ้างช่วงไม่มีวิศวกร บุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรตามที่กำหนดในสัญญาหลัก   เป็นเหตุให้หย่อนมาตรฐานด้านความปลอดภัย ดังนั้นรัฐต้องออกหลักเกณฑ์การจ้างช่วงให้ชัดเจนและมีมาตรฐาน

 5. แก้ไขปัญหานอมินีทุนก่อสร้างต่างชาติ  ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีทุนก่อสร้างต่างชาติเข้ามา แต่ไม่มีสิทธิ์ประมูลงานภาครัฐ  เนื่องจากยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนผู้รับจ้าง จึงร่วมกับผู้รับจ้างไทยเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างภาครัฐ และตัดราคาเพื่อให้ได้งาน   เมื่อได้งานแล้วผู้ทำงานจริงกลับเป็นบริษัททุนต่างชาติโดยที่ผู้รับเหมาไทยได้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง และเมื่อรับงานราคาถูกก็ไม่รักษามาตรฐานความปลอดภัยได้

 6. ออกกฎเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรเครนลอนเชอร์ เนื่องจากในปัจจุบันมีการนำเข้าเครนลอนเชอร์มือสองราคาถูกจากต่างประเทศ มาใช้ในงานก่อสร้างกันมาก  เครนลอนเชอร์เหล่านี้บางครั้งปรับแต่งขึ้นใหม่จากของเดิม ใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีวิศวกรลงนาม แต่ใช้ในการก่อสร้างเนื่องจากขาดการควบคุมและการขึ้นทะเบียนจากภาครัฐ

อีกข้อที่ไม่ได้พูดถึง แต่สังคมตั้งเป็นประเด็นหลักเรื่องทุนเทาและการทุจริตคอร์รัปชันในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ที่มีระบบการเมืองและกลไกข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง…

อุบัติเหตุร้ายแรง 2 ครั้งล่าสุดอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ต้องสูญเสียชีวิตประชาชนอีก ถ้าภาครัฐยังล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ปัญหา…กู้วิกฤติซ้อนวิกฤติมาตรฐานก่อสร้างไทยไม่ได้.

……………………………………………….
นายสปีด

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

คลิกอ่านบทความทั้งหมดที่นี่…