“ผู้ที่อยู่รอดไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด หรือฉลาดที่สุด…แต่ปรับตัวได้ดีที่สุดในทุกการเปลี่ยนแปลง”
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวอาชญากรรมเกิดขึ้นมากมายหลายต่อหลายข่าว แต่มันมีอยู่ข่าวหนึ่งที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใหญ่โตมาก หรือไม่ได้อยู่ในความสนใจของคนทั่วไปมากเท่าใด แต่ถ้าพูดถึง “ภัยใกล้ตัว” ข่าวดังกล่าวถือว่าเป็นความไม่ปลอดภัยที่คู่ควรกับการระมัดระวังอย่างยิ่ง นั่นคือ “การบุกทลายตรวจยึดกล้องวงจรปิดเถื่อน (CCTV) จากจีนจำนวนมาก”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
ทั้งหมดดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการจำหน่ายและติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ “กล้องวงจรปิดเถื่อน” ที่ตั้งอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ กทม.
ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้เป็นผลมาจากการตรวจสอบและติดตามเฝ้าระวังการใช้คลื่นความถี่ของ สำนักงาน กสทช. โดยพบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายนำเข้าและจำหน่ายกล้องวงจรปิดโดยไม่ได้ขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ และอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. ตามที่กฎหมายกำหนด

และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้พบว่า เจ้าของบริษัทเป็นคนจีน มีผู้จัดการเป็นคนจีน ใช้โกดังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 เป็นพื้นที่จัดเก็บ และกระจายสินค้าซึ่งเป็นกล้องวงจรปิดเถื่อนนำเข้าจากจีน ขายผ่านช่องทางออนไลน์ในราคาเครื่องละประมาณ 500-1,000 บาท โดยมียอดขายต่อวันสูงสุดประมาณ 4,000 เครื่อง
การปฎิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นและยึดอุปกรณ์กล้องวงจรปิดเถื่อนเพื่อนำไปตรวจสอบจำนวนประมาณ 100,000 ชุด และซิมการ์ดโทรศัพท์อีกประมาณ 21,000 ซิม ซึ่งเป็นซิมจากต่างประเทศ ผูกเข้ากับบัญชีเติมเงินผ่านแอปพลิเคชัน มูลค่ารวมประมาณ 100 ล้านบาท
โดยถือเป็นการนำเข้าซิมการ์ดที่ผิดกฎหมาย โดยสำนักงาน กสทช. ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับผู้จำหน่าย/คลังสินค้า ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รวมทั้งอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 หากตรวจสอบพบไม่มีใบอนุญาตประกอบวิทยุคมนาคม โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ต้องย้ำให้รู้ว่ากล้องวงจรปิดเถื่อนที่ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาสัญญาณรบกวนต่อระบบโทรคมนาคมอื่นๆ ที่ใช้คลื่นความถี่ในย่านเดียวกัน เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) โทรศัพท์มือถือ และระบบสื่อสารของหน่วยงานราชการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศได้

นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานยังอาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮ็กและเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของบ้านหรือผู้ใช้งานได้
แนะนำว่าในการเลือกซื้อและใช้งานกล้องวงจรปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควรมีดังนี้ 1. ซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ โดยเลือกซื้อจากร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และขอดูเอกสารการรับรองมาตรฐานของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
2. ระวังสินค้าราคาถูกผิดปกติ โดยสินค้ามีราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก อาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ถูกกฎหมาย และไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าเป็นของแท้แต่ขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติมาก 3. กรณีซื้อออนไลน์ ตรวจสอบรีวิวและความน่าเชื่อถือของผู้ขาย สอบถามเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานก่อนสั่งซื้อ และเก็บหลักฐานการสั่งซื้อและการสนทนากับผู้ขายไว้เป็นหลักฐาน
นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องใกล้ตัวที่เชื่อว่าหลายคนมองข้ามความปลอดภัย ลองคิดดูว่าหากข้อมูลส่วนตัวของเราหรือของคนในบ้านถูกแฮ็กจากมิจฉาชีพ หรือผู้ไม่ประสงค์ดี..มันจะอันตรายแค่ไหน !!!
ข่าวสารตำรวจ

ดองจนเริ่มเค็มแล้ว
สถานบริการคล้ายสถานบันเทิงบางแห่ง ใน จ.ศรีสะเกษ เคยถูก ตร.สอบสวนกลาง (CIB) บุกจับกลางดึก ฐานปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปี ใช้บริการ ,เปิดโดยไม่มีใบอนุญาต ,จำหน่ายแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด เมื่อช่วงเดือน ธ.ค. 2565 และเคยถูกเสนอสั่งปิดหลังเกิดเหตุ แต่เรื่องดังกล่าวกลับถูกดองนานหลายปี ไม่รู้อยู่ลิ้นชักไหน มีการดำเนินการแล้วหรือไม่อย่างไร จนล่าสุด ปี 2569 สถานที่ดังกล่าวกลับมาฟื้นคืนชีพเปิดใหม่อีกครั้ง พร้อมเปลี่ยนชื่อร้านใหม่ ให้บริการในลักษณะคล้ายกัน ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ชาวบ้านถามทำได้หรือไม่ เหตุใดไม่ถูกสั่งปิด วอน นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ และพล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ช่วยตรวจสอบให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายอย่างจริงจังด้วย ประชาชนเขาจะได้หายคาใจ.

ขาดการประชาสัมพันธ์
ชาวบ้านบ่นอุบว่าผลงานการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่อำเภอชุมแพของ สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เงียบสนิท ไม่มีออกมาให้เห็นตามสื่อต่างๆ เหมือนในอดีต อาจจะด้วยนโยบายปราบปรามที่ดี ปราบกันจนหมดสิ้น แต่ก็ยังมีให้เห็น คนคลุ้มคลั่งหลอนยาอย่างต่อเนื่อง หรือองค์กรขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ งานนี้คงต้องฝากไปถึง พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการงานประชาสัมพันธ์ โชว์ผลงานออกสื่อให้ประชาชนได้เห็นบ้าง ก่อนที่คนจะหาว่าตำรวจ ซุกทุกอย่างไว้ใต้พรม หรืออีกมุมหนึ่งคือชาวบ้านเขาจะได้เห็นและรับรู้ถึงการทำงานด้วย.



ประชุมประจำเดือน
พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.ธราธร อาภรณ์ศิริพงษ์ รอง ผกก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.กฤษฎิ์ ศรีหาบุญทัน รอง ผกก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.มนตรี รักชาติ สวญ.ส.ทล.1 กก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.บดินทร์ ชูเฉลิม สวญ.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.อาจินต์ วังวรรธนะ สวญ.ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล.พ.ต.ท.พรชัย อินทะใจ สว.ส.ทล.1 กก.4 บก.ทล., ว่าที่ พ.ต.ต.ณรงค์ ละครชัย สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล., ว่าที่ พ.ต.ต.กนกพล ดวงทาทอน สว.ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล., พ.ต.ต.ณัฏฐพล นิธิพัฒนโรจน์ สว.ส.ทล.4 กก.4 บก.ทล., ว่าที่ พ.ต.ท.สันติชัย ศรีสวัสดิ์ สว.ส.ทล.5 กก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.สมโชค เหลื่อมประเทศ สว.กก.4 บก.ทล. พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจทางหลาง ภาคอีสานตอนบนร่วมประชุมบริหาร กก.4 บก.ทล.ขอนแก่น ครั้งที่ 1/2569 ประจำเดือน ม.ค.69 ณ ห้องประชุมนิลานุช ชั้น 3 กก.4 บก.ทล. ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จว.ขอนแก่นได้มอบนโยบายและนำข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา มาชี้แจงให้กับทุกนายทราบ กำชับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน

ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ
พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทปรีชา ,พ.ต.อ.ยิ่งยส เขินอำนวย ,พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง , พ.ต.อ.นนท์ ภักดีพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี , พ.ต.อ.ธนเดช ตันติอาภา รอง ผบก.ประจำ ภ.7 ช่วยราชการ ภ.จว.สุพรรณบุรี เยี่ยมชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.สุพรรณบุรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำวันร้านธารากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี และตรวจความสงบเรียบร้อยภายในงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี

รับฟังทุกข์สุขประชาชน
พ.ต.อ.ยิ่งยส เขินอำนวย รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี,พ.ต.อ.ชัยชาญพัฒน์ ยติรัตนกัญญาผกก.สภ.หนองหญ้าไซเข้าร่วม โครงการ”จังหวัดสุพรรณบุรีรวมใจ บริการเคลื่อนที่ รับฟังทุกข์สุขประชาชน”โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผวจ.สุพรรณบุรี เป็นประธาน ที่วัดบ่อหว้า อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี


ชาวบ้านชื่นชม
เหยื่อเคราะห์ร้ายเด็ก 3 ขวบถูกทำร้ายเสียชีวิต แม้ผู้ต้องสงสัยสับขาหลอก แต่ พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน ผกก.สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ,พ.ต.ท.วีรวัฒน์ สีพันธ์โคตร์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นิคม ขุนสอาดศรี สว.สส. ไม่หลงกลทำงานแบบเงียบๆรอบคอบเพื่อหาพยานหลักฐาน สุดท้ายรับสารภาพหมดเปลือกหงุดหงิดเสี้ยนยา เดินคอตกเข้าตาราง ชาวบ้านชื่นชมตำรวจทำงานไว

ประชุมคณะกรรมการ
พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร, พ.ต.อ.สธนทัต ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์, พ.ต.อ.สุรยุทธ เมฆมังกร รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ วิเศษสิงห์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.กาญจนบุรี คณะกรรมการ กต.ตร.จังหวัดกาญจนบุรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กต.ตร.จังหวัดร่วมประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผวจ.กาญจนบุรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ภ.จว.กาญจนบุรี

มอบเงินรางวัลนำจับ
พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน, รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.หัวหิน มอบเงินรางวัลนำจับ ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หัวหิน และเจ้าหน้าที่ กก.ถปภ.บก.สส.ภ.7 พร้อมสุนัขตำรวจตรีแพรวา สุนัข k9 ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหาตัวคนร้ายเหตุ 241 ในพื้นที่ สภ.หัวหิน
***************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป



