ไร้อาการหนักหน่วงรุนแรง ทั้งที่ ‘ต่อมลูกหมาก’ มีปัญหา
ยังเป็นเรื่องน่าห่วงมากทีเดียวสำหรับท่านชาย ไม่ว่าจะเพิ่งเข้าสู่ความเป็น “สว–วอ…สูงวัย” ไม่ว่าจะเป็นวัยเกษียณหรือบวก-ลบมากกว่านั้น ก็โปรด “อย่าชะล่าใจ” ไม่ไปรับการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นระยะ ๆ โดยเด็ดขาด เพราะมีโอกาสเจอ “ภัยจากมะเร็งต่อมลูกหมาก” โดยไม่รู้ตัว!! ซึ่งแม้จะไปตรวจและเจาะเลือดตรวจแล้วก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี หากผลเลือดออกมาโดยปรากฏว่าสูงเกินเกณฑ์ปกติสำหรับค่า “PSA” ที่ย่อมาจาก “Prostate Specific Antigen” หรือสรุปง่าย ๆ ว่าเป็นสารโปรตีนที่ผลิตจากต่อมลูกหมาก ที่วงการแพทย์ใช้ประโยชน์เพื่อบ่งชี้สุขภาพของต่อมลูกหมาก และคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากโดยผ่านการตรวจเลือดนั่นเอง ซึ่งหากค่า “PSA” สูงเกินเกณฑ์ปกติ (0-4) อาจเข้าข่ายว่าเจอภาวะต่อมลูกหมากโต หรือต่อมเจ้าปัญหานี้เกิดการอักเสบก็เป็นได้ ซึ่งนั่นแปลว่าจะใจเย็นวางใจ “Let It Be” เหมือนชื่อเพลงของวง 4 เต่าทองล่ะก็ไม่ดีแน่ เพราะมีโอกาสถูก “ภัยเงียบ–มะเร็งต่อมลูกหมาก” คุกคามไปเรื่อย ๆ จนยากแก่การ “สกัดกั้น” หรือ “กำจัด” ออกให้พ้นได้ทันการ!!

“อุ่นใจ…ใกล้หมอ” มีกรณีตัวอย่างที่ต่างจากหลาย ๆ เคสที่นำมาเสนอเพื่อเตือนภัยท่านชาย จึงไม่ลังเลใจที่จะนำมาถ่ายทอดเป็นอุทาหรณ์สำหรับท่านชายที่เข้าข่าย “สอ–วอ” จะได้เพิ่มความระวังภัยนี้ทันทีที่ตรวจสุขภาพแล้วพบ “ข้อบ่งชี้” ที่ว่านี้ครับ ซึ่งมีท่านชายที่เผชิญกับตัวเองได้มารับการตรวจและรักษาที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” โดยไม่ยอม “Let It Be” ให้คาใจ จนพ้นภัยในที่สุด และได้ให้ความร่วมมือเปิดเผยเรื่องราวที่เจอมาโดยขอไม่เผยชื่อ โดยท่านชายรายนี้เล่าให้ทีมงานของเราฟังว่า…
“…หลังจากปลดเกษียณแล้ว เมื่อปี 2551 ผมได้ไปตรวจค่า PSA เป็นครั้งแรกเพราะไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งคุณหมอแนะนำให้ลองตรวจดูเพราะไม่เคยตรวจเลยครับ ก็เลยพบค่าขึ้นมาสูงเกิน…คุณหมอก็ตกใจว่าสูงเกินมากคือสูงถึง 17 เกินค่าปกติคือ 4 ไปตั้งเยอะ ทำเอาตกใจแล้วก็คิดว่าจะทำไงดี แต่ก็ได้ลองไปตรวจที่อื่นเผื่อว่าอาจจะได้Second Opinion ว่าเป็นจริงตามนั้นหรือเปล่า อ้าว…ก็เจออีก…จากนั้นก็ไปรับการตรวจรวมทั้งเจาะชิ้นเนื้อไป แล้วสุดท้ายก็ไม่พบอะไร ก็ย้ายไปตรวจ MRI ที่โรงพยาบาลอีกแห่ง…ก็พบว่ามีแต่ต่อมลูกหมากโตแต่ไม่พบอาการอื่นแม้ว่าค่า PSA จะสูง คุณหมอก็เลยให้ยามากินรักษาต่อมลูกหมากโตนี่แหละ…ก็เป็นอย่างนั้นอยู่ 10 กว่าปี ซึ่งคุณหมอก็พอใจว่าค่า PSA ก็ไม่ได้สูงขึ้น หากแต่ลดลง ลดลง จนสุดท้ายก็แทบไม่ได้มีอาการว่าจะสูงผิดปกติมากเลย คืออยู่ที่ 5 กว่า ๆ เกือบ 6 แล้วก็เลยนำผลตรวจก่อนหน้านี้มาที่ โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งคุณหมอได้ตรวจด้วยวิธีล้วงเข้าไปสัมผัสต่อมลูกหมากและเจอว่ามีอาการแข็ง ๆ จึงได้เข้ารับการ ตรวจตัดชิ้นเนื้อโดยใช้ MRI ร่วมกับอัลตราซาวด์ จึงยืนยันได้ว่าเจอเซลล์มะเร็งที่ต่อมลูกหมาก จริง ๆ ก็เลยปรึกษาคุณหมอว่ามีทางเลือกในการรักษาอย่างไรบ้าง คุณหมอได้อธิบายวิธีรักษารวมถึงการ ผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์ ซึ่งเมื่อผมไปค้นหาเพิ่มเติม รวมทั้งสอบถามจากเพื่อนที่เคยผ่าตัดด้วยระบบนี้ ก็ได้ความว่ามีความแม่นยำ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดี เสียเลือดน้อยในการผ่าตัด ผลกระทบน้อย ทำให้รู้สึกว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดก็เลยตกลง และเมื่อได้รับการผ่าตัดเสร็จเพียง 2 วันทุกอย่างก็ไม่มีอะไรผิดปกติเลย กลั้นปัสสาวะได้–อะไรได้ตามที่คุณหมอให้ข้อมูลครับ…”

ต้องขอขอบพระคุณผู้สูงวัยท่านนี้เป็นอย่างมากที่ได้กรุณาถ่ายทอดประสบการณ์ กรณีที่ได้ใช้ชีวิตโดยมีภัยร้ายแฝงอยู่ในตัวถึง 17 ปีโดยไม่เกิดอาการที่ทำให้มีปัญหาหนักหน่วงหรือรุนแรงใด ๆ จะมีก็เพียงต่อมลูกหมากโต แต่ก็ไม่ถึงกับสร้างปัญหา โดยเฉพาะยามค่ำคืนดึกดื่นที่ส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหากันสารพัดจนเป็นอุปสรรคต่อการนอนหลับพักผ่อน ซึ่งถือว่าเป็น “Case Study” เป็นวิทยาทานสำหรับท่านชายมากมายที่มีโอกาสเจอภัยเงียบนี้เมื่อถึงภาวะ “สอ–วอ” แต่ไม่ว่าจะอย่างไร “หมอหน้าเดิม” ก็ต้องขอเน้นว่าถ้ามีสัญญาณบ่งชี้ใด ๆ อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาด ไปปรึกษาคุณหมอไว้จะปลอดภัย-สบายใจกว่าครับ
ตรวจ ‘ภัยร้าย’ ได้ว่องไว กำจัดได้แม่นยำ-ปลอดภัยสูง
คราวนี้จะนำท่านผู้อ่านไปติดตามคำอธิบายให้ความเห็นเกี่ยวกับการ “ขึงพืดเจ้าภัยร้าย” ให้อยู่หมัด ว่าวงการแพทย์มีองค์ความรู้-เทคโนโลยีแบบไหน อย่างไร จึงจะถึงพร้อมด้วยประสิทธิภาพที่ให้ประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่เจอภัยในลักษณะเดียวกับ “สอ–วอ” ท่านนี้ โดยทาง “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” ได้รับความอนุเคราะห์จาก “ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินปัสสาวะ” คือ “รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด” ในการให้ความกระจ่าง ดังต่อไปนี้ครับ…

“…ในกรณีที่ตรวจพบค่า PSA ที่สูง ๆ นี่บางครั้งก็อาจไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นมะเร็งทุกรายนะครับ แต่ว่าที่ต้องตรวจเจาะเพราะมะเร็งเป็นเรื่องซึ่งต้องรักษา เพราะหากเป็นแล้วทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะมีการแพร่กระจายของโรคได้…จากค่า PSA ที่สูง ๆ ข้อแรกที่ต้องกลัวคือเรื่องของมะเร็ง ข้อที่ 2 คือต่อมลูกหมากโต และข้อที่ 3 ก็อาจจะมีเรื่องของภาวะการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือการอักเสบอะไรบางอย่างในทางเดินปัสสาวะนะครับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคุณหมอจะทำการตรวจด้วย MRI และตรวจร่างกาย ถ้าพบว่ามีความผิดปกติที่ตัวต่อมลูกหมากและสงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็ง ก็ยังมีการตัดชิ้นเนื้อตรวจดู บางครั้งจะทำการตรวจทางทวารหนัก แล้วถ้าพบว่ามีก้อนแข็งที่ลูกหมากก็อาจจะต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจเช่นเดียวกัน ซึ่งบางครั้งเมื่อตรวจแล้วไม่เจอมะเร็งก็อาจไม่ได้หมายความว่าคนไข้ไม่ได้เป็นมะเร็งนะ แต่อาจจะมีมะเร็งก้อนเล็ก ๆ หรือบางทีอาจจะยังค้นหาไม่ถูกจุดก็เป็นไปได้… ดังนั้นในบางครั้งถ้าตัดชิ้นเนื้อตรวจแล้วไม่เจอ ก็อาจจะต้องตรวจติดตามวัดค่า PSA ไปสักระยะหนึ่งครับ…
ในแง่ของการตรวจด้วยวิธีสุ่มโดยไปเจาะแบบสุ่มทั่ว ๆ ไปนั้น ความแม่นยำจะน้อยกว่าการตรวจด้วยระบบตรวจแบบพุ่งเป้า ก็คือการ ใช้เครื่อง MRI ร่วมกับอัลตราซาวด์ เรียกว่าFusion Biopsyคือนำภาพที่ตรวจโดย MRI มารวมกับภาพที่ตรวจด้วยอัลตราซาวด์ นำมาทับซ้อนซึ่งช่วยให้แม่นยำมากกว่าการตรวจแบบสุ่มตรวจครับ… อย่างกรณีของผู้ป่วยที่เจอ PSA สูง ๆ ต่อเนื่องเป็น 10 ปี ก็อาจเข้าข่ายเจอมะเร็งที่ไม่ค่อยดุร้าย ก็มีเหมือนกันนะครับที่ว่ามะเร็งที่แฝงมาอยู่อาจจะมีระดับความรุนแรงหรือความดุร้ายของโรคในระดับต่ำ ก็เป็นไปได้ว่ามันสามารถอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ โดยไม่แสดงอาการ เพียงแต่ค่า PSA อาจจะสูง โดยไม่ส่งผลให้คนไข้เกิดอาการผิดปกติอะไรขึ้นมา ซึ่งในบางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อายุมาก ๆ แพทย์ก็อาจจะแนะนำว่าไม่ควรต้องทำอะไรก็ได้ ก็สามารถอยู่กับมันได้ต่อไป… ส่วนในแง่การรักษาจะมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระยะของโรค กับความรุนแรงของโรคที่เป็น รวมทั้งขึ้นอยู่กับปัจจัยตัวคนไข้ด้วย เช่นอายุมาก ๆ ก็อาจไม่เหมาะที่จะเข้ารับการผ่าตัด โดยที่บางกรณีการรักษานั้นนอกจากจะมีการผ่าตัดแล้วยังอาจมีการฉายรังสีรักษาร่วมด้วย ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไปครับ…

ทั้งนี้การผ่าตัดกำจัดมะเร็งต่อมลูกหมากปัจจุบันจะใช้วิธี ผ่าตัดแบบส่องกล้อง เจาะรูช่วยให้แผลเล็กลง เสียเลือดน้อยลง เกิดความบาดเจ็บน้อย โดย ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาเสริม การผ่าตัดแบบส่องกล้อง ช่วยให้การผ่าตัดแม่นยำขึ้น–รวดเร็วขึ้น แพทย์สามารถเห็นภาพตำแหน่งที่ผ่าตัดได้ชัดเจน สามารถผ่ามะเร็งออกได้ดีกว่าผ่าตัดแบบส่องกล้องทั่ว ๆ ไป…”
มั่นใจได้โดยตรวจสุขภาพ มี ‘เทคโนฯทันสมัย’ ให้บริการ
นอกจากได้ช่วยอธิบายขยายความแล้ว “รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคระบบทางเดินปัสสาวะ” ยังได้ฝากข้อคิด-คำแนะนำมาด้วยอีกต่างหาก โดยกล่าวว่า… “…ปกติทั่วไปแล้วควรตรวจสุขภาพเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ต่อมลูกหมาก ก็อยากแนะนำว่าควรตรวจตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไปนะครับ แต่ถ้าใครที่มีประวัติในครอบครัว เช่น พี่ น้อง ในสายผู้ชายด้วยนะครับ หรือคุณพ่อ คุณลุง คุณอา มีประวัติว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็ควรตรวจเร็วขึ้น หรือบางคนถ้าเป็นมะเร็งชนิดอื่นที่มันมีส่วนเกี่ยวโยงกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เช่น มะเร็งของรังไข่ หรือพวกมะเร็งลำไส้ บางตัวก็อาจพบว่ามันมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้น ถ้าเกิดในครอบครัวมีมะเร็งพวกนี้เยอะ ๆ อยู่ หลาย ๆ คนในครอบครัวเป็น อันนี้ก็ควรจะต้องมาตรวจให้เร็วขึ้นกว่ากำหนด คืออาจจะมีวัยประมาณ 40 ปีก็มาตรวจได้แล้วครับ…”

ต้องขอแสดงความขอบคุณ “รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด” ไว้ท้ายคอลัมน์นี้ด้วยครับ พร้อมกับใคร่ขอเสริมอีกนิดหนึ่งเกี่ยวกับระบบการตรวจวินิจฉัยและรักษา “ภัยเงียบ–มะเร็งต่อมลูกหมาก” ที่ทาง “โรงพยาบาลธนบุรี” ก็ได้จัดหาไว้พร้อมให้บริการแก่ท่านชาย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าทันสมัยภายใต้ความสะดวกแม่นยำเพื่อความปลอดภัยสูง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการตรวจหาเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งก่อนหน้านี้จะใช้วิธีสุ่มตรวจและอาจไม่พบเชื้อแม้ว่าเซลล์มะเร็งกระจายอยู่ที่ต่อมลูกหมากของผู้ป่วยแล้ว จึงทำให้เสียโอกาสในการรักษาอย่างน่าเสียดายเพราะมะเร็งยังคงออกฤทธิ์ต่อเนื่องต่อไป กว่าจะรู้อีกทีก็สายเสียแล้ว เพราะเหตุนี้เอง “โรงพยาบาลธนบุรี” จึงสั่งนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพในการ “ตรวจ” ด้วย “ระบบพุ่งเป้า” เรียกว่า “Fusion Biopsy” ซึ่งให้ความรวดเร็วและแม่นยำสูง ได้ประโยชน์แก่ผู้ป่วยโดยไม่ต้องเสียโอกาสการรักษา และหากแพทย์ตรวจยืนยันว่าพบมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็ยังได้เตรียมระบบ “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” เพื่อกำจัดมะเร็งออกจากคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว-แม่นยำ ที่สามารถให้ความปลอดภัยสูงแก่ผู้รับการผ่าตัดอีกต่างหาก… ที่สำคัญคือ…ท่านชายที่เจอปัญหานี้ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องเจอคิวยาวนานในการเข้ารับการ “ผ่าตัดกำจัดภัยเงียบ” ที่ “โรงพยาบาลธนบุรี”
หมอหน้าเดิม



