กำลังขยับเข้าใกล้ช่วงโค้งสุดท้ายจะถึงเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 69 แนวโน้มจะเป็น ปีม้าพยศ ท่ามกลาง ราคาทองคำ พุ่งแรงปรอทแตก ทุบประวัติศาสตร์รายวัน ทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท ราคา เกิน 7.5 หมื่นบาท เป็นที่เรียบร้อย

 เกือบตลอดทั้งสัปดาห์ สังคมไทยนอกจากจะเกาะติดการหาเสียงเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมือง อีกเรื่องที่กำลังร้อนฉ่า กลายเป็นประเด็นใหญ่ คือ กองทุนประกันสังคม ยิ่งช่วงวันหยุด ประเด็นแตกขยายวงเป็นไฟลามทุ่ง มีนักคิดนักเขียน นักวิชาการ ทั้งภาครัฐเอกชน ฯลฯ ออกมาให้ความเห็นหลากหลายแง่มุม แถมขุดคุ้ยปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมาตีแผ่ 

ไม่เว้น .ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ยังออกมาพูดถึง สำนักงานประกันสังคม ที่ตั้งมานาน 31 ปีแล้ว น่าจะถึงเวลาปฏิรูปให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม ได้ให้นโยบาย เรื่องการปฏิรูประบบและโครงสร้างประกันสังคมใหม่ ความเห็นส่วนตัวคิดว่า ’สำนักงานประกันสังคม ควรมีความเป็นอิสระและคล่องตัว เพื่อประโยชน์ของทั้งผู้ประกันตน 24 ล้านคน และนายจ้างอีกกว่า 5 แสนราย” จึงมอบหมายให้ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปศึกษาโมเดลการบริหารงานที่แยกออกจากระบบราชการเดิม เช่นการปรับรูปแบบให้คล้ายคลึงกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

แต่ก็มี บอร์ดประกันสังคม บางคนก็เห็นด้วย การปฏิรูประบบประกันสังคมให้โปร่งใส มีธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดโยนประกันสังคมให้เอกชนจัดการ หวั่นจะเสี่ยงกระทบสิทธิผู้ประกันตน จะทำให้สวัสดิการกลายเป็นธุรกิจ ตอนนี้ถึงขั้นหยิบยก กองทุนประกันสังคม (2.65 ล้านล้านบาท) ไปเปรียบเทียบกับ กองทุน กบข. (1.48 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะประเด็นที่หลายคนสนใจ ทำไมข้าราชการดึงภาคเอกชนเข้ามาบริหารกองทุนฯ จนทำให้ผลลัพธ์ปลายทางของเงินออมข้าราชการและพนักงานเอกชนแตกต่างกันอย่างน่าตกใจ!!

ปัจจุบันผู้ประกันตน มีมากถึง 24 ล้านคน  กำลังเริ่มถูกเก็บเงินสมทบเพิ่มขึ้น จาก 750 บาทต่อเดือน เป็น 875 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป)  ยิ่งมีการขุดคุ้ยปัญหาความไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ ออกมาตีแผ่ ต่างหันมามองผลประโยชน์ตัวเองมากขึ้น เพราะเป็น เงินจากหยาดเหงื่อลูกจ้างแรงงานภาคเอกชน และของ นายจ้างผู้ประกอบการ ที่ต้องถูกหักไปทุก ๆ เดือน ทำไมโครงสร้างการบริหารกลับตกอยู่ในอุ้งมือ “ระบบราชการ” ภายใต้กระทรวงแรงงาน

หนำซ้ำการตัดสินใจลงทุนต้องผ่านบอร์ดที่เต็มไปด้วย โควตาข้าราชการ และตัวแทนที่ส่วนใหญ่ถูกเลือกมาโดย กลไกการเมือง จึงต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับ กองทุน กบข.  เงินของข้าราชการ ทำไมรัฐยังดีไซน์ให้เป็น “องค์กรอิสระ” นิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน ดึงมืออาชีพจากภาคเอกชน เชี่ยวชาญด้านการเงินระดับสูงมาบริหารเงินของข้าราชการ

กลายเป็นเรื่องย้อนแย้ง เหมือนตลกร้าย แต่พอกองทุนประกันสังคมของภาคเอกชน การบริหารยังอยู่ในระบบของราชการ ยิ่งตอนนี้ ข้อมูลงบประมาณบางส่วน ถูกตีแผ่ว่านำไปใช้ในโครงการฯ ที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก จนทำให้บรรดาแรงงานเอกชน ที่ต้องจ่ายเงินสมทบเพื่อหลักประกันของตัวเองในอนาคต พอเห็นข่าวจึงต่างเกาะติดให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดมากขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นเรื่องค่อนข้างร้อนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการหาเสียงเลือกตั้งไปโดยปริยาย 

เหนือสิ่งอื่นใด หากการจะ “ปฏิรูปยกเครื่องประกันสังคม”! ถ้าเป็นแค่ “เสียงสายลมพัดผ่าน” ก็ต้องจับตาอนาคตไม่มีใครรู้ ปัญหานี้จะกลายเป็นวิกฤติศรัทธาที่ลามเป็นไฟลามทุ่งไปยังบรรดาผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคนหรือไม่?.

เชิงผา

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่