ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สังคมไทยเวลานี้เกิดการตื่นตัวที่จะหาทางออก จนเกิดเป็นแนวทางต่าง ๆ ในหลายด้าน เพื่อจะรับมือสถานการณ์ ซึ่งนี่ก็รวมไปถึงได้มีความพยายามที่จะคิดค้น “วิธีแก้ปัญหาเพิ่ม” จนเกิดเป็น“นวัตกรรมใหม่ ๆ” ขึ้นมา…

เพื่อจะลดปัญหา “รองรับสังคมสูงวัย”

โดยเฉพาะกับ “กลุ่มผู้สูงอายุท้องถิ่น”

ที่ก็มีแนวโน้ม “เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี”

นอกจากการคิดค้นพัฒนาแนวทางต่าง ๆ เพื่อ “แก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ” แล้ว กับการ “เปลี่ยนมุมมองใหม่” ที่มีต่อสถานการณ์นี้ ก็เป็นแนวคิดน่าสนใจ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้เปิดตัว “หลักสูตรนวัตกรรมใหม่” ชื่อว่า… หลักสูตรนักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่ขึ้นมา เพื่อยกระดับท้องถิ่นให้มีบทบาทมากขึ้นต่อการแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุของไทย จากเดิมที่ท้องถิ่นเป็นแค่ “ผู้จัดบริการ” ให้อัปเกรดขึ้นเป็น “นักบริหารจัดการสังคมแนวใหม่”เพื่อรองรับสังคมสูงวัยสุดยอด

ผศ.ดร.ณัฏฐพัชร สโรบล

สำหรับรายละเอียดหลักสูตรใหม่นี้ ผศ.ดร.ณัฏฐพัชร สโรบล ภาควิชานโยบายสังคม การพัฒนาสังคม และการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. หัวหน้าทีมขับเคลื่อนหลักสูตร ระบุไว้ว่า… หลักสูตรนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพนักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่ ผ่านการร่วมคิดร่วมสร้างในชุมชน (Co-Creative Community) เพื่อยกระดับท้องถิ่นสู่การเป็น“ผู้บริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่”จากเดิมที่มีบทบาทเป็นเแค่ “ผู้จัดบริการ” ซึ่งหัวหน้าทีมหลักสูตรนี้ชี้ถึงความจำเป็นที่ไทยต้องมีนวัตกรรมใหม่ ๆ หรือต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุไว้ว่า…

สถานการณ์ผู้สูงอายุไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยปี 2568 ไทยมีผู้สูงอายุราว 13 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 21.6 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่จำนวนผู้ดูแลและนักบริบาลมีจำกัด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นับเป็นความท้าทายที่สำคัญของไทยในการที่จะแก้ปัญหานี้” …นี่เป็นสถานการณ์ และ “อุปสรรค” ที่ทำให้ “ไทยเกิดข้อจำกัดในการแก้ปัญหา” นี้

ทางอาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ชี้ถึงการแก้ปัญหาเรื่องนี้ไว้ว่า… การใช้เงินอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาในอนาคต จึงต้องมองหาวิธีใหม่ ๆ โดยหนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือ การพัฒนาสวัสดิการในรูปแบบที่ไม่ใช่ตัวเงิน (In-kind Services) เช่น เพิ่มจำนวนศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวัน หรือจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และโรงเรียนผู้สูงอายุ ในท้องถิ่นต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แม้นี่จะเป็นแนวคิดน่าสนใจ แต่ก็ยัง ติดข้อจำกัดด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทักษะการจัดการปัญหาที่ซับซ้อน และ โครงสร้างการทำงานยังขาดการบูรณาการ ที่ยังเป็น “อุปสรรคใหญ่” ของท้องถิ่น กับ อปท.

และจากอุปสรรคและข้อจำกัด จึงเป็นที่มาการพัฒนาหลักสูตรนวัตกรรมใหม่ดังกล่าวขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ “ปั้นนักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่”รองรับสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด โดยคุณสมบัติผู้ที่จะทำหน้าที่นี้ ผศ.ดร.ณัฏฐพัชร ระบุไว้ว่า… เบื้องต้น ควรต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานต่าง ๆ เช่นพัฒนาและออกแบบระบบบริการที่ตอบโจทย์ปัญหาและบริบทในพื้นที่ได้ โดยไม่ยึดติดกับการทำงานตามคำสั่งอย่างเดียว เชี่ยวชาญการระดมทุนและจัดการทรัพยากร ทำงานได้ดีภายใต้สถานการณ์ซับซ้อน มีวิธีคิดทันสมัย สามารถทำงานเป็นทีม หรือทำงานข้ามหน่วยงานได้

ทั้งนี้ “เสียงสะท้อน” ที่มีต่อ “หลักสูตรนักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่”ที่มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรองรับประเทศไทยในยุคสังคมสูงวัยสุดยอดนั้น ก็มีทัศนะน่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญ อาทิ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย ที่สะท้อนไว้ว่า… สังคมสูงอายุจะไม่สามารถพัฒนาได้อย่างมีคุณภาพหากท้องถิ่นไม่เข้มแข็ง โดยท้องถิ่นจะเข้มแข็งได้ภาครัฐก็จะต้องมีการปรับบทบาทตัวเองเช่นกัน เช่น จากเดิมที่เป็น “ผู้ลงมือทำทุกอย่าง” ก็ควรจะเปลี่ยนแปลงก้าวไปสู่การเป็น “ผู้ซื้อบริการ” มากกว่าที่รัฐจะเป็นผู้ให้บริการเองโดยตรง …ซึ่งก็มีการเสนอแนะไว้ว่า…

ท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงพยาบาลหรือจัดจ้างบุคลากรทั้งหมดเอง แต่ควรพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการทรัพยากรและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดซื้อบริการที่มีคุณภาพจากภาคีเครือข่ายหรือเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ จะดีกว่า เพื่อสร้างระบบนิเวศของการดูแลที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ”

ขณะที่รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมของ มธ. คือ รศ.ดร...พินิตพันธุ์ บริพัตร ก็ได้เสริมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า… ทาง มธ. เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุของไทย เพราะประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศแรก ๆ ที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยยังไม่ได้เป็นประเทศชั้นนำทางอุตสาหกรรม จึงได้มีการส่งเสริมการวิจัยนโยบายและนวัตกรรมร่วมกับหลาย ๆ ภาคส่วน เพื่อจะถ่ายทอดองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาไปสู่ท้องถิ่น รวมถึงช่วยพัฒนาศักยภาพต่าง ๆ ให้ทุกภาคส่วน …ทั้งนี้ เหล่านี้เป็นข้อมูล-แง่มุมโดยสังเขป เกี่ยวกับหลักสูตรใหม่…ปั้น “นักบริหารจัดการสังคมสูงอายุแนวใหม่”

บริหารจัดการสังคมสูงวัย” นี่ “สำคัญ”

สำคัญ “เพื่อแก้ปัญหายุคสังคมสูงวัย”

เพื่อ “ช่วยให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตดี”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์